ชีวิตในวัดปากน้ำ
คุณยายอาจารย์ · คุณยายอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายP3
ชีวิตในวัดปากน้ำ
เมื่อคุณยายปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงธรรมกาย และไปช่วยพ่อ
ให้พ้นจากนรกได้สำเร็จแล้ว ความรู้สึกแช่มชื่นเบิกบานก็ท่วมท้นอยู่
เต็มหัวใจ ไม่มีความปรารถนาอะไรอีกทั้งสิ้น ท่านกล่าวว่า การเข้า
ถึงธรรมกายนั้นเป็นสุขอย่างยิ่ง สุขที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้
ในโลก เป็นความสุขที่ไม่มีประมาณ เป็นสุขล้วนๆ เป็นความรู้สึก
ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในชีวิต แม้ใครจะเอาทองคำกองท่วม
หัวมาแลกก็ไม่ยอม
ด้วยเหตุนี้ คุณยายจึงคิดว่าจะต้องทำงานให้มากยิ่งขึ้น เพื่อ
ให้เจ้านายเห็นใจ แล้วจะได้ขอโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำ
สัก ๑ เดือน วันหนึ่งสบโอกาสเหมาะ หลังจากคุณยายได้นัดแนะ
กับคุณยายทองสุขไว้แล้ว ท่านจึงเข้าไปขออนุญาตเจ้าของบ้าน
เพื่อไปปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำ เจ้าของบ้านก็เต็มใจอนุญาต แต่ได้
กำชับว่าเมื่อครบ ๑ เดือนแล้วให้กลับมา คุณยายฟังแล้วท่านก็นิ่ง
ไม่ได้ตอบว่าอย่างไร เจ้าของบ้านจึงเข้าใจเอาเองว่า เมื่อครบกำหนด
แล้วคุณยายจะกลับมา
คืนนั้นคุณยายนอนหลับแล้วฝันไปว่า ตัวท่านเองยืนอยู่บน
ฝั่งแม่น้ำใหญ่ มีเรือลำหนึ่งพาท่านข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่ง
มีต้นโพธิ์ใหญ่มาก มีใบดก ร่มครึ้ม ทั้งใหญ่ทั้งสวยงาม ให้ร่มเงา
ร่มรื่น หลังจากขึ้นฝั่งได้ท่านก็เข้าไปนั่งใต้ต้นโพธิ์ ด้วยความรู้สึก
เป็นสุขอย่างยิ่ง แล้วก็รู้สึกตัวตื่นขึ้น
คุณยายทองสุขพาคุณยายไปวัดปากน้ำเป็นครั้งแรกในเวลา
บ่ายของวันพฤหัสบดี ราวปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ขณะนั้นหลวงปู่วัดปากน้ำ
กำลังลงสอนธรรมปฏิบัติอยู่ที่ศาลาซึ่งอยู่ใกล้กับโรงครัวของวัด*
เมื่อคุณยายทองสุขแนะนำคุณยายกับหลวงปู่วัดปากน้ำ หลวงปู่
ก็เงยหน้าขึ้นมามองคุณยาย ท่านนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ทักขึ้นมาด้วย
ถ้อยคำซึ่งยากต่อการเข้าใจสำหรับคุณยายในขณะนั้นว่า “มึงมัน
มาช้าไป” แล้วท่านก็ส่งคุณยายเข้าโรงงานทำวิชชาในวันนั้นเลย
โดยปกติการที่จะเข้าโรงงานทำวิชชาในสมัยนั้นไม่ใช่เรื่อง
ง่ายนัก จะต้องผ่านด่าน คือการทดสอบจากผู้ที่เข้าถึงธรรมกาย
รุ่นพี่ ซึ่งจะตั้งคำถามที่มนุษย์ธรรมดาตอบไม่ได้ มีแต่ผู้ที่เข้าถึง
ธรรมกายเท่านั้นที่สามารถตอบได้ เพราะได้เข้าไปถึงผู้รู้แจ้งเห็น
จริง ถ้าสามารถตอบคำถามได้ จึงจะเข้าโรงงานทำวิชชาได้ แต่
สำหรับคุณยายแล้ว ท่านไม่ได้ผ่านขั้นตอนนี้เลย เพราะหลวงปู่
วัดปากน้ำท่านสั่งให้เข้าไปทำวิชชาได้ทันที
หลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านจะสอนธรรมปฏิบัติให้กับสาธุชน
ทั่วไปทุกวันพฤหัสบดีในช่วงบ่าย หากมีการสอนใน
วันอื่นๆ ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษ
นอกจากการเข้าโรงงานทำวิชชาจะยากแล้ว การมีชีวิตอยู่ใน
สิ่งแวดล้อมใหม่เช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะจะต้องปรับตัวให้เข้า
กับสถานที่ใหม่และต้องปรับตัวให้เข้ากับบุคคลรอบข้างอีกด้วย
เมื่อแรกที่เข้าไปอยู่ในวัดปากน้ำนั้น เนื่องจากคุณยายเป็น
คนใหม่สำหรับที่นี่ ท่านเข้ามาโดยไม่รู้จักใคร และไม่มีสมบัติใดๆ
ติดตัวไปด้วย สิ่งของเครื่องใช้ที่ได้รับมาจึงมีเพียงของเก่าๆ ที่เขา
เก็บทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล เพราะของที่ใช้การได้ดีก็มีคนนำไปใช้
หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเตียง ตั่ง มุ้ง หรืออะไรก็ตาม มุ้งที่มีอยู่ก็เป็น
มุ้งที่ขาดและเก่าเก็บ ของที่เก็บเอาไว้นานๆ โดยไม่ได้ดูแล ย่อมมี
กลิ่นเหม็น แต่ท่านก็รับมาด้วยความรู้สึกชุ่มชื่นใจ เพราะคิดเพียงว่า
จะอาศัยมุ้งนี้กันเหลือบ ยุง ริ้น ไร ไม่ให้มาไต่ตอม ซึ่งท่านก็เอามา
ซักจนสะอาด แล้วปะเย็บอย่างดี
เตียงที่ได้มาก็เป็นเตียงขาหัก ที่ไม่มีใครใช้ เก็บซุกไว้ใน
ห้อง อยู่ในสภาพที่พัง มีกลิ่นเหม็น และมีตัวเรือด บ่งบอกถึง
ความสกปรกและอับชื้น คุณยายท่านได้เตียงอย่างนั้นมาก็ไม่รู้สึก
เสียใจแต่ประการใด เพราะคิดว่าจะอาศัยเตียงนี้นอน เพื่อพักผ่อน
ร่างกายให้หายง่วงเหงาหาวนอน เมื่อสดชื่นแล้วจะได้เอากำลังนั้น
มาประพฤติปฏิบัติธรรมต่อไป
คุณยายไม่มีข้าทาสบริวารหญิงชาย ไม่มีสมบัติเพชรนิลจินดา
ใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความคิดที่ดีงามที่จะศึกษาวิชชาธรรมกาย เมื่อ
ได้เตียงมาก็จัดการซ่อมแซมเตียงนั้นให้พอนอนได้ แม้ว่าท่านจะ
ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เลย แต่ท่านก็ต้องจัดการซ่อมแซมทุกสิ่งทุก
อย่างด้วยตนเอง จากนั้นก็ปัดกวาดเช็ดถูให้ดูใหม่เอี่ยม ถึงกระนั้น
ตัวเรือดที่ซ่อนเร้นหลบอยู่ตามซอกเล็กๆ ยังคงมีหลงเหลืออยู่บ้าง
ตกกลางคืนขณะที่ท่านกำลังหลับตัวเรือดก็ออกมากัดท่าน มันกัด
จี๊ดทีหนึ่งก็สะดุ้งตื่นทีหนึ่ง นอนหลับๆ ตื่นๆ อย่างนั้นทั้งคืน
โดยปกติคนที่นอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน พักผ่อนไม่เต็มที่
อารมณ์จะอ่อนไหว หงุดหงิดง่าย แต่คุณยายท่านไม่เป็นเช่นนั้น
ท่านหากระโถนเล็กๆ มาใบหนึ่ง ลักษณะเหมือนถ้วยแก้ว ขนาด
เท่ามือกำรอบมาไว้ที่หัวนอน เอาผ้าขาวรองก้นกระโถนแล้วเอา
กระดาษขาวปิดไว้ เมื่อตัวเรือดมาดูดเลือด ท่านก็จับตัวเรือดใส่
ไว้ในกระโถนนั้น แล้วเอากระดาษปิดไว้ พอถึงตอนเช้าก็เอาไป
ปล่อย ท่านเก็บจนกระทั่งตัวเรือดหมดสิ้นไป เตียงนอนของท่าน
จึงสะอาดสะอ้านมาก
ด้วยเหตุนี้ สมาชิกนักรบกองทัพธรรมที่อยู่วัดมาก่อน จึง
ชอบมาดูเตียงของท่านที่แม้จะไม่สวยงาม แต่ความสะอาดนั้นให้
ความรื่นรมย์ใจ เสมือนดอกไม้ในสวนที่สดใส ชูก้านดอกเบ่งบาน
แม้ปราศจากถ้อยคำว่า “เชิญมาดู” ก็สามารถดึงดูดคนให้เข้าไปดู
ไปสัมผัสใกล้ๆ ได้ ราวกับมีน้ำมาหล่อเลี้ยงให้ดอกไม้นั้นสดชื่น
งดงาม เตียงเก่าๆ พังๆ ของคุณยายก็เช่นกัน เสมือนมีน้ำหล่อเลี้ยง
เป็นน้ำแห่งความบริสุทธิ์สะอาดที่กลั่นจากใจถึงมือ จากมือถึงเตียง
และจากเตียงไปถึงใจของผู้ที่มาดู เตียงของคุณยายจึงกลายเป็นที่
ชุมนุมของนักรบกองทัพธรรมที่ชอบมาจับมาลูบคลำเตียงของท่าน
สำหรับเรื่องอาหาร คนเก่าๆ ที่อยู่มาก่อนนั้นก็ไม่ยอมให้
คุณยายไปร่วมวงด้วย เพราะท่านมีรูปร่างผอม ผมยาว ตาลึก
เนื้อตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เป็นธรรมดาที่ใครเห็นก็ต้องคิดว่า
ท่านเป็นโรค กลัวจะติดเชื้อโรคจากท่าน ดังนั้นเวลาเขาเอาอาหาร
ให้คุณยาย เขาก็ตักใส่จานสังกะสีแล้วเสือกไสให้เหมือนไม่เต็มใจ
คุณยายต้องพบกับสภาพเช่นนี้ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง
คนเราหากถูกใครแสดงความรังเกียจเช่นนี้ทุกวันคงยากที่
จะทนอยู่ต่อไปได้ แต่วิสัยของผู้มีบุญนั้นสอนตัวเองได้ คุณยาย
คิดว่าท่านมาอยู่ที่นี่เพื่อปฏิบัติธรรม ออกจากบ้านมาเพื่อศึกษา
วิชชาธรรมกาย อาหารมื้อนี้หรือทุกมื้อเป็นของหลวงปู่วัดปากน้ำ
ที่ได้มาจากบุญของผู้ที่มีศรัทธา เพราะหลวงปู่วัดปากน้ำเป็น
เนื้อนาบุญ คนอยากได้บุญก็มาทำบุญกับท่าน แล้วท่านก็เผื่อแผ่
มาถึงลูกศิษย์ทุกๆ คน
คุณยายท่านเป็นคนใจใสบริสุทธิ์มองโลกในแง่ดี ท่านคิดว่า
เป็นธรรมดาที่คนจัดอาหารจะต้องเหนื่อยมากเป็นพิเศษ เพราะต้อง
อยู่หน้าเตาไฟ ต้องตื่นแต่ดึกแต่ดื่นไปหาซื้ออาหารมา นอกจาก
การปรุงอาหารอยู่หน้าเตาไฟจะร้อนแล้ว ยังต้องเหน็ดเหนื่อยจัด
แจกอาหารอีก ดังนั้นไม่ว่าเขาจะให้อาหารด้วยกิริยาอาการอย่างไร
ก็ตาม หน้าที่ของท่านคือรับประทานอาหารของหลวงปู่วัดปากน้ำ
เพื่อให้มีแรงปฏิบัติธรรม และเพื่อศึกษาวิชชาธรรมกายเท่านั้น
ส่วนการที่ใครมองว่าคุณยายเป็นโรคนั้น ท่านก็คิดว่าดีเหมือน
กัน เพราะจะได้ปลีกตัวมาอยู่ตามลำพัง รับประทานอาหารคนเดียว
จะอิ่มเวลาไหนก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจใคร ขณะที่รับประทานก็มีเวลา
สำหรับตรึกธรรมะไปด้วย เสร็จแล้วก็ไปล้างจาน ล้างจานไปด้วย
ขณะเดียวกันก็ล้างใจไปด้วย สะอาดทั้งจานสะอาดทั้งใจ
คุณยายท่านมีความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวในการศึกษาวิชชา
ธรรมกายเพียงอย่างเดียว ไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวต่อเรื่องไร้สาระ
ให้เป็นอุปสรรคต่อการแสวงหาธรรมะของท่านเลย