ชวนศิษย์ประพฤติพรหมจรรย์
คุณยายอาจารย์ · รอยเท้ายาย ปี48
ชวนศิษย์ประพฤติพรหมจรรย์
ผู้เขียนเมื่อแรกเข้าวัดใหม่ๆ พุทธศักราช ๒๕๒๗ ตอนนั้นวัด พระธรรมกายสร้างได้ ๑๓ ปีแล้ว หนังสือธรรมะของวัดที่พิมพ์ออก เผยแพร่ไม่มีเลย นอกจากหนังสือเล่มประวัติศาสตร์เล่มเดียว ที่พิมพ์เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๑๓ ปกสีเขียว ชื่อ “เดินไปสู่ความสุข” หนังสือเล่มนี้คณะผู้ บุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย ช่วยกันเขียนเรื่องต่างๆ ตามถนัดลงไป ส่วน มากเป็นแรงบันดาลใจที่จะสร้างวัด แล้วอธิษฐานให้ทุกตัวอักษรสามารถ ชวนคนมาช่วยกันสร้างวัดได้สำเร็จ ขณะนั้นคณะผู้บุกเบิกเพิ่งขุดดินก้อน แรกสร้างวัด ใช้ชื่อสถานที่สร้างวัดว่า “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม” ผู้เขียน เคยเห็นหนังสือเล่มนี้ครั้งเดียวที่ตู้หนังสือของพ่อ ตอนนั้นมีเวลาอ่านแค่ชื่อ หนังสือ และเรื่อง “ผจญมาร” ว่าจะกลับมาอ่านอีกก็หาหนังสือไม่เจอเสียแล้ว
พอเข้ารับการอบรมในโครงการ “ธุดงค์วิชาการ เป็นประดู่”
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวท่านก็ตั้งใจจะปั้นดินให้เป็นดาวให้ได้ ท่านว่าจะปั้นพวกเราให้เป็นนักเขียนหนังสือธรรมะ บทฝึกบทแรกที่ท่านให้ ไปทำ ใช้ศัพท์เฉพาะว่า ไปรับบุญคือให้ไปเป็นพี่เลี้ยง “ธุดงค์มาฆบูชา ๒๕๒๘ ” ซึ่งเป็นการจัดธุดงค์สำหรับสาธุชนทั่วไปครั้งแรกของวัดพระธรรมกาย
ผู้เขียนพยายามติดตามฟังเทศน์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทุกนัด แต่ในยามที่เจ้าหน้าที่วัดมีน้อย ทุกคนมีภาระหน้าที่ล้นมือ ผู้เขียนเลยต้อง ตกกระไดพลอยโจน ช่วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อรับแขกไปด้วย ตอน แรกก็แปลกใจนักหนาว่า ทำไมเวลาใครกราบ ไม่ว่าจะมากันเพียงคนสองคน หรือพากันมาเป็นหมู่คณะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อมักจะพูดประโยคยาวๆ ว่า “อยู่ตัวคนเดียวมีเงิน ๑๐๐ บาท ทำบุญได้ถึง ๕๐ บาท ถ้าแต่งงานกันไป มีเงิน ๑๐๐ บาท อย่างดีก็ทำบุญได้แค่ ๕ บาท พอมีลูก สลึงเดียวก็ไม่มีจะ ทำบุญ” . .
แล้วถ้าเหลียวไปเห็นใครพาลูกชายมาด้วยท่านจะหันไปยิ้มแป้นกับเขา แล้วพูดว่า “เอ็งมาบวชกับหลวงพ่อเถอะลูกเอ๊ย”
ผู้เขียนไม่อยู่ในฐานะที่จะบวชได้และแก่เกินกว่าจะไปแต่งงานกับใคร ก็เลยคิดว่าที่ท่านพูดท่านคงหมายถึงคนอื่น ไม่เกี่ยวกับเรา แต่แล้วเมื่อไม่ นานมานี้เองก็หายแปลกใจ เพราะแม้เราเองก็ไม่ควรประมาท ต้องถูก ตอกย้ําอยู่บ่อย
เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อคราวไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ ผู้เขียนได้ พบรุ่นพี่ผู้หญิงร่วมมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง เพิ่งเกษียณอายุราชการใหม่ๆ มี ลูกชาย ๒ คน ซึ่งมีหน้าที่การงานมั่นคงแล้วทั้งคู่ รุ่นพี่ผู้นี้เลิกร้างกับสามีมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ก็ได้คุยกันว่า “คนแก่ไร้คู่ที่ไม่ได้เข้าวัด เดี๋ยวนี้ชักหันมา แต่งงานกันเอง หลายคู่ให้เหตุผลว่าจะได้มีเพื่อนยามแก่ แต่แล้วก็ไปกันไม่ รอด ได้แต่เพื่อนแก่ ไม่ได้เพื่อนตาย ยามป่วยต้องเดียวดายให้ป่อเต็กตึ๊ง มาหามเข้าวัดจนได้... คนแก่ที่เข้าวัดแล้วนี่ ปลอดภัยนะ คงไม่มีใครมา "หลอกไปแต่งงาน”
แปลกใจว่าทำไมรุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้อึ้งไปไม่ยอมเออออห่อหมกด้วยทั้งๆ ที่เคยหลงคารมเรามานักหนา แต่สักครู่พี่สาวคนนี้ก็แย้มพรายเล่าเรื่อง ชะตาชีวิตที่ไม่แน่นอน ประมาทไม่ได้ ในครั้งหนึ่งของชีวิตให้ฟัง
“เมื่อตอนที่พี่ไปทำงานต่างประเทศอยู่ ๕ ปี พอเข้าปีที่ ๔ มีฝรั่งมา ขอแต่งงาน พี่ก็ไม่คิดอะไรพรรค์นี้อยู่แล้ว อายุก็จวน ๖๐ ก็ทำเฉยๆ ไม่ได้ ตอบว่ากระไร พอดีได้กลับมาเมืองไทยชั่วคราว ก็มากราบพระเดชพระคุณ หลวงพ่อธัมมชโย ขณะนั่งรวมๆ อยู่กับคนอื่น ไม่รู้เรื่องอะไรเป็นมาอย่างไร พระเดชพระคุณหลวงพ่อปรายตามาทางพี่ แล้วพูดเปรยๆ ขึ้นว่า “ไอ้แก่ นั่นแหละตัวดี” พี่สะดุ้งโหยงเลย มันเหมือนวัวสันหลังหวะ ประมาทไม่ได้ แล้วซิเรา”
เออหนอ เรื่องกามนี้ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ พระเดชพระคุณหลวง พ่อทัตตชีโว เวลาเทศน์ท่านเรียกอาการนี้ว่า กามกำเริบ ผู้ตั้งใจประพฤติ พรหมจรรย์ต้องระวังเรื่องนี้ให้ดี เรื่องการมีครอบครัวนี้พระเดชพระคุณ หลวงพ่อ เล่าถึงความเห็นของคุณยายอาจารย์ว่า
“เรื่องการมีครอบครัว คุณยายพูดกับหลวงพ่อตั้งแต่วันแรกที่ หลวงพ่อได้พบท่าน
คุณยายพูดเลยว่า “คุณจำเอาไว้นะ อยู่ตัวคนเดียวมีเงิน ๑๐๐ บาท ทำบุญได้ถึง ๕๐ บาท ถ้าคุณแต่งงานกันไปมีเงิน ๑๐๐ บาท อย่างดีคุณก็ ทำบุญได้ ๕ บาท ถ้ามีลูกอีกสักคน มีเงิน ๑๐๐ บาท ใครมาบอกบุญ ทำได้สลึงหนึ่งก็ดีตายแล้วการมีครอบครัวมันตัดบุญตัดบารมีอย่างนี้แหละ”
หลวงพ่อฟังแล้วก็คิดว่า คุณยายคงพูดให้พวกพี่ๆ เขาฟัง เราไม่เกี่ยว เพราะเรามันมาใหม่ เราไม่เกี่ยว
คุณยายก็พูดอยู่อย่างนั้น พูดไปๆ อยู่บ่อยๆ พอผ่านไปได้ ๒ ปี รุ่นพี่ๆ เขาแต่งงานกันไปหมด เหลือหลวงพ่ออยู่คนเดียว กลายเป็นฝ่าย ชายที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม เหลียวซ้ายแลขวาไม่มีใคร เราเป็นพี่ใหญ่ จึง ค่อยรู้ว่า “เอ้า นิยายพูดกับเราหรอกหรือ”
ผ่านมา ๒ ปี ถึงได้รู้ว่าคุณยายพูดกับเรา มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา มัน ไม่ได้คิด เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็ขอฝากพวกเราเอาไว้ด้วย ถ้าคิดจะสร้างบุญ ให้เต็มที่ ต้องประพฤติพรหมจรรย์
วันเสาร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ณ ศูนย์สัมมนาปฏิบัติธรรม เมืองแก้วมณี จังหวัดปทุมธานี