ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

นักสร้างบารมีไม่มีวันหยุดสร้างบารมี

คุณยายอาจารย์ · รอยเท้ายาย ปี48

PDF
ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ คุณยายอาจารย์อายุครบ ๘๔ ปี เดิม คณะศิษยานุศิษย์จะรวมตัวกันมากราบขอพรเนื่องในวันเกิดของท่าน ในวัน ขึ้น ๑๐ ค่ํา เดือนยี่ ตามระบบจันทรคติ แต่พอมาเปิดปฏิทินในปัจจุบันที่ เป็นระบบสุริยคติ เป็นปีๆ ไป ปรากฏว่าวันคล้ายวันเกิดของคุณยายอาจารย์ ไปตรงกับปลายเดือนธันวาคมบ้าง กลางเดือนมกราคมบ้าง การนัดหมาย กันมากราบหรือทำบุญถวายท่าน จึงมักผิดวันคลาดเคลื่อนกันไปบ่อยๆ ดัง นั้น ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย จึงให้ เปิดปฏิทิน ๑๐๐ ปี ย้อนไปดูว่า วันพุธขึ้น ๑๐ ค่ํา เดือนยี่ ปีระกา พุทธ ศักราช ๒๕๕๒ ที่คุณยายเกิดนั้น ตรงกับวันที่เท่าใดทางสุริยคติ ก็พบว่า ตรง กับวันที่ ๑๙ มกราคม ตั้งแต่นั้นมา พระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงให้ถือเอาวันที่ ๑๙ มกราคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณยายอาจารย์ และถือ เอาวันดีวันคล้ายวันเกิดที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๗ เป็นวันสุดท้ายของการสร้าง “หอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง” แล้วเลี้ยงพระ ภิกษุและสามเณรทั้งวัด ซึ่งมีประมาณ ๒,๐๐๐ รูป ในวันนั้น เป็นการฉลองหอฉันไปเลย ความจริงหอฉันที่สวยงาม เพราะได้ชลอเอายอดโดมเจดีย์ที่ ใช้สลายร่างคุณยายอาจารย์ มาเป็นหลังคานี้ สามารถรองรับพระภิกษุ ได้ ถึง ๖,๐๐๐ รูป ซึ่งไม่นานพวกเราคงได้เห็นพระได้รับอาราธนามาฉันภัตตา หารจนเต็มหอฉัน วันเสาร์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๘ เป็นวันคล้ายวันเกิดคุณยายอาจารย์ ตามระบบจันทรคติอย่างเดิม ศิษยานุศิษย์ของคุณยายอาจารย์มากันเนื่อง แน่นเกือบหมื่นคน มีเจ้าภาพมาออกร้านอาหาร และขนมนมเนย ไอศกรีม พร้อมผลไม้ให้กินฟรีเพียบ แบ่งเป็น ๓ จุด รวมทั้งหมดประมาณ ๓๐ ร้าน รอบสภาธรรมกายสากล (หลังคาจาก) เจ้าของร้านทั้งเชิญชวน ทั้งเคี่ยวเข็ญ ให้คนมาดื่มมากินมาชิมอาหารของตนเสียงระเบ็งเซ็งแซ่พร้อมรอยยิ้มราวกับ เทวดาเดินชี้ชิมอาหารอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ “คุณครูไม่ใหญ่” ที่เดียว ส่วนพระภิกษุสามเณร เจ้าหน้าที่จัดให้นั่งฉันแบบพิเศษเฉพาะวันนั้น ตามคำเรียกร้องของเจ้าภาพ คือ นั่งโต๊ะจีน แต่ฉันอาหารไทยที่เจ้าภาพ แต่ละร้านจัดมาถวาย วันนั้น เวลาบ่าย ก่อนพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวขึ้น ธรรมาสน์เทศน์ บรรดาศิษยานุศิษย์ของคุณยายอาจารย์ ได้จัดตัวแทนจาก ทั้ง ๔ ภาคของประเทศไทย ออกมากล่าวคำมุทิตาสักการะต่อคุณยาย เป็น ภาษาท้องถิ่นของตนเอง มีทั้งภาษาเหนือ ภาษาใต้ ภาษาอีสาน และไม่เพียง แต่จะมีภาษาลาวเท่านั้น ยังมีภาษาจีนโดยคุณซุ่ยที่ กัลยาณมิตรชาวจีนแท้ และภาษาอังกฤษจากคุณนิโคลัส ลูกศิษย์ชาวอังกฤษแท้ๆ อีกด้วย แม้คุณ ยายอาจารย์จะไม่ได้มานั่งฟังอยู่ด้วยเพราะท่านชราภาพมากแล้ว แต่ทุกคน ก็ทำเหมือนมีคุณยายมานั่งอยู่ต่อหน้า ผู้เขียนยังจดจำได้ไม่ลืมถึงพลานุภาพแห่งความรักของลูกศิษย์หลาน และเหลนศิษย์ที่มีต่อคุณยายอาจารย์ของเรา จากนั้นพระเดชพระคุณ หลวง พ่อทัตตชีโวก็ขึ้นธรรมมาสน์แสดงธรรมบรรยายพระคุณของคุณยายอาจารย์ รวมทั้งธรรมะละเอียดๆ ของคุณยายอย่างลึกซึ้งจนผู้เขียนรู้สึกเบิกบานสดชื่น ขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง เหมือนผักกะเฉดได้น้ำทั้งๆ ที่ขณะนั้นเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ เต็มที่ ... ผู้เขียนบันทึกพระธรรมเทศนาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อไว้มี ใจความว่า “นักสร้างบารมีที่แท้จริงเป็นอย่างไร ดูง่ายๆ แม้คุณยายจะมีอายุ ๘๘ ปีแล้ว โดยทั่วไปคนที่อายุมากขนาดนี้ เขาก็จะพักผ่อนหย่อนใจ แต่ว่านัก สร้างบารมีที่แท้จริงอย่างคุณยาย ท่านไม่ได้ทำอย่างนั้น แม้อายุ ๘๔ ปีแล้ว ท่านก็ยังตั้งใจสร้างบุญ สร้างบารมีของท่านต่อไป ภาพอย่างนี้ หาได้ยากเหลือเกินในยุคนี้ มีแต่ว่าพอปลดเกษียณแล้ว ก็ไปยิงนกตกปลากันบ้าง ไปตีกอล์ฟกันบ้าง ปล่อยชีวิตเรื่อยเฉื่อยไปบ้าง แต่ คุณยายไม่ใช่ เวลา ๘๔ ปีของคุณยายที่ผ่านมา คุณยายไม่เคยลดละในเรื่องของ การสร้างบารมี มีแต่ว่าตื่นเช้าขึ้นมาคุณยายก็ปรารภว่า “ยายยังหิวบุญอยู่ยาย ยังไม่อิ่มในการสร้างบุญ” คุณยายบอกว่า “เราต้องมีบุญเยอะๆ ถ้ามีบุญน้อย เกิดมาแล้ว นอกจากจะหาความสุขในชีวิตได้ยากแล้ว จะสร้างบารมีต่อ ก็ทำได้ยาก ยิ่งกว่านั้น คุณยายยังพูดอยู่คำหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อเองก็ยังจำฝังใจ ท่านว่า อย่างนี้ “ถ้าเราบารมีน้อย ทั้งคนพาล ทั้งพญามาร มันก็ตามรังแกเรา จะทำ ทาน จะรักษาศีล มันก็คอยจะขวางเรา เราจะทำภาวนา มันก็ขวาง ขนาดพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บารมีท่านเยอะอย่างนั้น มารมันก็ยังหาช่องทางขัด ขวางตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถ้าบารมียังน้อยอย่างเรา มันก็ขวางเรื่อยไป” แล้วท่านก็สรุปว่าอย่างนี้ “ยายจะสร้างบารมีให้เต็มที่ เอาว่าเกิดไปกี่ ชาติกี่ชาติ มารมันจะต้องทำอะไรยายไม่ได้ มีแต่ยายจะตามไล่ล่าปราบ มารเสียให้เตียนเชียว” “พวกเราคงเห็นต้นแบบการสร้างบารมีของคุณยายแล้ว แม้ตอนนี้ อายุของท่านจะ ๘๔ ปี แล้ว แทนที่จะคิดหนีมาร แทนที่จะคิดหนีคนพาล เปล่าเลย ท่านกลับบอกว่า “ท่านจะสร้างบารมี ไม่ลดไม่ละ แล้วจะตาม ปราบมารให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ” หลวงพ่อเคยถามคุณยายว่า “สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษเป็นอย่างไร ท่านบอกว่า “เวลาเราโค่นต้นไม้หรือเราตัดต้นหญ้า พอโค่นไปแล้ว บางทีหน่อมันก็ยังแทงออกมาบางทีมันก็ยังมีรากเหลืออยู่แล้วมันก็แตกขึ้นมา บางทีแม้ต้นมันตาย แต่มันทิ้งเม็ดเอาไว้ บางทีมันไม่ได้ทิ้งเม็ดหรอก แต่ว่า อาจจะถูกตอนกิ่งตอนก้าน ไปปลูกเอาไว้ที่อื่นอีก สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษคือ มัน ไม่มีอะไรเหลือจริงๆ” หลวงพ่อก็ขอให้ท่านขยายความต่อไปอีกว่า “ที่ยายจะปราบมารให้ สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษนั้นมันมีความหมายที่ลึกๆ กว่านี้อย่างไร” คุณยายบอกว่า “ยายจะปราบมันให้หมด แม้แต่ชื่อว่ามาร ยายก็จะ ไม่ให้เหลือเลยทีเดียว” “ วัย ๘๘ ปีของนักสร้างบารมีอย่างคุณยาย ท่านไม่เคยบ่นว่ามัน ร้อนไป มันหนาวไป มันเมื่อยนัก ป่วยนัก แล้วก็ไม่นั่งสมาธิ ไม่ว่าจะหนาว จะร้อน จะอ่อนจะแข็ง จะป่วยจะไข้ จะอย่างไรก็ตาม คุณยายบอกว่า “ยาย มุดเข้ากลางเรื่อยไปเพราะว่ายิ่งเข้ากลางไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งสว่างไปเท่านั้นสว่างไปเท่าไหร่ เราก็ได้บุญมากไปเท่านั้น” นี่คือคุณยายของเรา เพราะฉะนั้น ถ้าหากวันใดครั้งใดเกิดความท้อแท้ ที่จะสร้างบุญ สร้างบารมีละก็ หลวงพ่อก็ฝากคำพูดเหล่านี้ ของคุณยายเอา ไว้ด้วย” วันเสาร์ที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ณ สภาธรรมกายสากล (หลังคาจาก) วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี