รับแขกอย่างองอาจในธรรม
คุณยายอาจารย์ · รอยเท้ายาย ปี48
ลูกศิษย์วัดและพระภิกษุที่ทำหน้าที่อยู่ในสำนักงานอาศรมบัณฑิต ซึ่งเป็นที่ทำงานประจำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว นอกจาก ทำงานด้านวิชาการรับใช้พระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้ว ยังต้องทำหน้าที่ ต้อนรับแขกทั้งที่ตั้งใจมา และที่บังเอิญผ่านด้วยสารพัดธุระ แขกที่มามี หลายระดับ ทั้งที่มากด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ มากด้วยธุรกิจ และมากด้วย ความทุกข์ แต่ละคนเมื่อมาถึงแล้วก็อยากที่จะเข้าไปกราบพระเดชพระคุณ หลวงพ่อทุกคน บางวันแขกมาก “หน้าห้อง” ต้องจัดกลุ่ม จัดลำดับอย่าง รอบคอบ และต้องสนทนากับแขกไปพลางๆ ก่อน การสนทนากับแขกที่ไม่ เคยรู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย
ในสำนักงานอาศรมบัณฑิต มีห้องประชุมเล็กๆ จุคนได้ประมาณ ๒๐-๓๐ คน พระเดชพระคุณหลวงพ่อมักใช้เป็นที่รับแขก และประชุมกลุ่ม ย่อยเจ้าหน้าที่ในวัด ทั้งพระภิกษุและอุบาสกอุบาสิกา บางครั้งเพื่อปรึกษา วางแผนเตรียมงานบุญใหญ่ บางครั้งก็เพื่ออบรมให้โอวาทเล็กๆ น้อยๆ
วันนั้นเป็นวันเสาร์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อคงเห็นพวกเราวุ่นวาย หน้าแห้ง รับแขกมากกว่าปกติ เพราะใกล้ปีใหม่ จึงเรียกประชุมกลุ่มย่อย แล้วให้โอวาทเรื่องการรับแขกว่า
“ เรื่องการรับแขก คุณยายอาจารย์ท่านก็ไม่เคยไปเรียนวิชารับแขก มาจากไหน หนังสือก็อ่านไม่ออก แต่เห็นเวลาคุณยายสนทนากับแขก ท่าน ทำได้อย่างดี ไม่มีประหม่า ไม่มีเก้อเขิน วันหนึ่ง ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ หลังจากแขกกลับไปหมดแล้วหลวงพ่อจึงถามคุณยายว่า “ยายนึกยังไง ยาย ทำยังไง จึงต้อนรับแขกที่มาเหล่านั้นได้อย่างดี ไม่มีเคอะ ไม่มีเขิน”
คุณยายตอบว่า “ยายก็เอาใจจรดเข้าศูนย์กลางกายของยายไป แล้ว พระธรรมกายในตัวท่านก็จะสอนยายเองให้ทำอย่างนั้น พูดอย่างนี้”
คุณยายท่านบอกว่าท่านรับแขกอย่างนี้ หลวงพ่อก็นึกในใจว่า แล้ว พวกลูกๆ ที่ยังไม่ถึงพระธรรมกายจะทำอย่างไรจึงจะพอเหมาะพอควร ก็ เลยต้องมานั่งค้นพระไตรปิฎก พบแล้วก็นำมาศึกษาอยู่นี่แหละ
แต่มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพ่อฉุกคิดขึ้นมากะทันหัน ก็ถามคุณยายโดย ท่านไม่ทันได้ตั้งตัวว่า “ยาย เวลายายเจอใครไม่ว่าพระว่าคน ไม่ว่าเขาจะ ยิ่งใหญ่แค่ไหน ทำไมยายถึงไม่ประหม่าเลยล่ะ”
ขนาดถูกถามกะทันหันอย่างนั้น คุณยายก็ตอบชัดมั่นคงว่า “ยาย เคยเข้าธรรมกายไปสำรวจดูแล้วทั้งโลก ไม่เห็นจะมีคนพ้นนรกสักกี่คนเลย ไม่ว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน ยายดูแล้ว เห็นทีจะพ้นนรกยาก เขายิ่งใหญ่ทางโลก ก็จริง แต่ทางธรรมยังเด็กมากๆ ไม่ได้ใหญ่เหมือนอย่างที่ใครๆ คิด ยาย มองเข้าไปในศูนย์กลางกายของพวกเขา แต่ละคนล้วนมืดๆ กันแทบทั้งนั้น พวกนี้ตกนรกเกือบหมด เพราะพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัด ใครใจหมองใจมืดต้องไปอบายใครใจใสใจสว่างต้องไปสวรรค์ ส่วนยายเองพ้นนรก แล้ว ยายรู้เห็นชัดว่า ถ้ายายตายแล้วยายต้องไปสวรรค์ สำหรับพระ นิพพานเป็นยังไง ยายก็รู้จัก
“พวกใหญ่ๆ พวกนี้ ยายมองเข้าไปในศูนย์กลางกายของพวกเขาแล้ว เหมือนเอาแสงอาทิตย์ส่องเข้าไปในถ้ําที่มืดๆ ก็เลยรู้ว่าเขาจะต้องรอให้ยาย ไปช่วย รู้อย่างนี้แล้วจึงไม่ประหม่าอะไรกับผู้ยิ่งใหญ่ทางโลกเหล่านั้น”
ผู้ที่ปิดนรกเปิดสวรรค์ให้ตนเองได้แล้วองอาจอย่างนี้ แต่ในความ องอาจของคุณยายนั้น ท่านก็มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นปกติแฝงอยู่ด้วย ท่านไม่ได้ทำตัวยึดผงาดดูถูกใครแม้กับคนที่นรกก็ยังปิดให้ตัวเองไม่ได้ก็ตาม ขอให้พวกเราตั้งใจศึกษาตั้งใจปฏิบัติธรรมให้ดีนะจะได้ปิดนรก เปิดสวรรค์ นิพพานให้ตนเองและเป็นกัลยาณมิตรช่วยเหลือชาวโลกอีกด้วย แล้วก็จะ องอาจได้อย่างกับคุณยาย
วันเสาร์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ณ ห้องประชุมอาศรมบัณฑิต วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี