ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ปิดอบายให้ศิษย์ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน

คุณยายอาจารย์ · รอยเท้ายาย ปี48

PDF
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวของเราท่านรูปร่างแบบนักรบ พูด เสียงดังฟังชัด ท่านมักเล่าบ่อยๆ อย่างอารมณ์ดีว่า “หลวงพ่อเรียนสัตวบาล อยู่กับฝูงวัวฝูงควายมาเยอะแล้วยังไปฝึกเป็นนักมวยหัดย่างสามขุมอยู่เป็นปี พอเข้าวัดแล้วก็ต้องฝึกธรรมะอย่างหนัก และต้องฝึกตัวแก้ไขบุคลิก ภายนอกอีกเยอะ ก็ได้อาศัยคุณยายกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ท่านฝึกให้” สาธุชนที่มาวัด พอพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเล่าภูมิหลังของ ท่านอย่างนี้ให้ฟัง เกือบทุกคนออกปากว่า นึกภาพไม่ออก เพราะมาวัดกี่ปีๆ ก็เห็นท่านยิ้มแย้มแจ่มใส แก้มแดงปลั่ง เดินเหินองอาจสง่างาม ไม่ทันเข้า ใกล้ก็ได้ยินเสียงทัก “คุณโยม สบายดีหรือ?” “ผู้เฒ่า แข็งแรงดีนะ เชิญ เชิญเข้ามาเลย ” “ไอ้หนู เข้าครัวไปกินข้าวกินปลาเสียก่อนไป ” เวลา มีพระผู้ใหญ่จากต่างวัดมาเยี่ยม พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะรีบออกไป ต้อนรับ แสดงอาการนอบน้อม นุ่มนวล ประนมมือสนทนาด้วยทุกครั้ง และ ยังกำชับให้ลูกศิษย์ดูแลพระอาคันตุกะให้ดีที่สุดทุกรูป เรื่องนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวเล่าถึงคุณยายอาจารย์ว่า “พฤติกรรมแม่บทหรือต้นแบบการแก้ไขตนเองของคุณยาย ในเรื่อง คุณธรรมนั้น หลวงพ่อได้เห็นตัวอย่างจากคุณยายอาจารย์มามากมายนับไม่ ไหว จะชี้ให้ดูเป็นตัวอย่างเท่าที่โอกาสจะอํานวย แล้วพยายามทำตามท่าน ให้ได้นะลูกนะ คุณยายท่านพูดนักพูดหนาว่า “ยายนั่งเข้าที่ตรวจตราไปแล้วทั้งโลก เป็นเหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านว่าจริง ๆ” - หลวงพ่อสงสัยเพราะไม่รู้ว่าท่านกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ก็เลยถามคุณ ยายว่า “เรื่องอะไรหรือยาย” คุณยายบอกว่า “ก็ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ยังไงล่ะ ท่านบอกว่าคน ที่ตายไปแล้ว ตกนรกมากกว่าไปสวรรค์ พวกท่านก็อ่านจากพระไตรปิฎกมา แล้วไม่ใช่หรือ ยายเคยนั่งเข้าที่ไปดูแล้ว คนที่ตายไปแล้วตกนรกน่ะ มัน มากกว่าไปสวรรค์จริงๆ น้อยรายเต็มที่ที่จะปิดนรก แล้วก็เปิดสวรรค์ให้ตัว เองได้” คุณยายชอบพูดอย่างนี้เป็นประจำ วันนั้นหลวงพ่อก็เลยถามคำถาม ยาวหน่อยว่า “เอ้า แล้วเมื่อเป็นอย่างนั้น ยายเองก็ปิดนรกสนิทแล้ว สวรรค์ นิพพาน ก็เปิดได้แล้ว ทำไมเวลายายต้อนรับแขกหรือใครต่อใคร แม้เขา เป็นลูกศิษย์ ทำไมยายต้องรีบไหว้เขาก่อนด้วยล่ะ” คุณยายตอบว่า “ต้องรีบไหว้เขาก่อน เพราะว่าชาวโลกส่วนมากนี่เขา ถือเนื้อถือตัว เขาเห็นว่ายายเป็นแค่อุบาสิกา เป็นแม่ชี บางทีเขาก็อาจนึกดู ถูกเอา ยิ่งยายเองก็แก่แล้วด้วย หนังสือหนังหาก็อ่านไม่ออก เป็นลูก ชาวไร่ชาวนา เขาไม่รู้ว่าเรามีคุณธรรมแค่ไหน เป็นไปได้ที่เขาจะดูถูกเอา แล้วไอ้คนที่ดูถูกผู้มีธรรม ผู้เข้าถึงธรรมกายแล้วน่ะ ท่านคิดว่ามันจะแบก นรกไหมล่ะ” “ดวงอาทิตย์ดวงเบ้อเร่อขึ้นอยู่ข้างหน้า ลูกเด็กเล็กแดงมันมองไม่ เห็นคุณ ตัวเขาเองน่ะ คุณความดีแค่หิงห้อย ผิดถูก ดีชั่ว บุญบาป มันก็ไม่รู้ จัก แล้วถ้ามันคิดว่าตัวเองโตกว่าดวงอาทิตย์ อย่างนี้ก็มีแต่ตายสถานเดียว เพราะฉะนั้น เวลายายเห็นเขา ยายต้องรีบไหว้ รีบทักทายเขาก่อน ไม่อย่างนั้น ถ้าเขายึดยกตนข่มท่านใส่ยาย เดี๋ยวมันจะแบกนรกตายยายเลยรีบไหว้ เขาก่อน พอยายไหว้เขาก่อนก็ช่วยทำให้เขาอารมณ์ดี และเมื่อเราไหว้เขาแล้ว เขาก็เลยต้องรับไหว้เรา เขาก็เลยใจเปิดไปด้วย แล้วก็เลยทำให้เกิดความ คุ้นเคยกัน เมื่อคุ้นเคยก็อยากเข้าใกล้ อยากคุยกัน เดี๋ยวยายก็แถมธรรมะ ให้เขาได้ เขามาถึงวัดแล้ว เขาก็จะได้บุญกลับไปเยอะๆ” “คุณยายท่านมองอย่างนี้ ทั้งสงสาร ทั้งเมตตากรุณาสัตวโลก กลัว เขาจะตกนรก กลัวเขาจะได้บุญน้อย เลยต้องยอมอ่อนน้อมถ่อมตนลงไป ถึงปานนั้น ซึ่งที่จริง ถ้าท่านนั่งเฉยๆ ไม่ไปเคารพ ไม่ไปไหว้ใคร ทำเฉยๆ เสีย ใครจะมาทำอะไรท่านได้ ก็ท่านอยู่ในวัดของท่าน แต่ท่านยอมอ่อนน้อม ถ่อมตน เพื่อไปหิว ไปยกสัตวโลก โปรดสัตวโลกให้พ้นบาปพ้นเคราะห์ นี่ คือคุณยายของเรา - ถ้าเราได้เข้าใกล้คุณยาย เห็นคุณยายรับแขก จะเห็นคุณยายไหว้เขา ก่อนทุกครั้ง แล้วถ้าใครมากราบคุณยาย คุณยายก็จะก้มแล้วก้มอีก ลงไป รับไหว้ รับกราบเขา การก้มแบบนั้น สำหรับคนอายุขนาดนี้ เมื่อยจะตาย แต่คุณยายก็ยังทำ เพราะเกรงว่าเดี๋ยวเขาจะมานึกตำหนิว่า คุณยายถือตัว แล้วการนึกตำหนิผู้มีธรรม เดี๋ยวมันจะแบกนรก คุณยายจึงก้มลงไปรับไหว้ รับกราบเขา ตัวเองจะเหนื่อยจะเมื่อยอย่างไร ไม่ได้คิดเลย นี่คุณยายของ เราเป็นอย่างนี้ ” วันพุธที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ณ สภาธรรมกายสากล (หลังคาจาก) วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี