ประวัติย่อ : คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
คุณยายอาจารย์ · คำสอนของยาย ฉบับรวมเล่มและภาพ
ประวัติย่อ
คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย
ชาติภูมิ :
คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เกิดเมื่อวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีระกา (ตรงกับวันที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ ในครอบครัวชาวนา ที่อำเภอ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นลูกคนที่ ๕ ในจำนวน ๙ คน ของพ่อพลอย และแม่พัน ขนนกยูง
ชีวิตในวัยเด็ก :
คุณยายเป็นคนอดทน และขยันขันแข็งมาก ทั้งช่วย พ่อ แม่ดูแลงานบ้าน และเป็นเรี่ยวแรงหลักในการทำนา
จากบ้าน :
ในราวปี พ.ศ. ๒๔๗๘ เมื่อคุณยายอายุ ๒๐ ปี ท่าน ตัดสินใจออกจากบ้านเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหาช่องทางไปฝึกสมาธิที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพราะต้องการตามไป ขอขมาพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว จะได้พ้นจากสิ่งที่พ่อเคยแช่งไว้ ตั้งแต่คุณยายยังเป็นเด็กว่า ให้หูหนวก ๕๐๐ ชาติ
พบครูคนแรก :
คุณยายได้พบและฝึกสมาธิกับคุณยายทองสุก สำแดงปั้น ซึ่งเป็นครูสอนสมาธิจากวัดปากน้ำภาษีเจริญ จนได้เข้าถึงพระธรรมกาย แล้วอาศัยวิชชาธรรมกายตาม หาพ่อ ได้ขอขมาพ่อดังที่ตั้งใจ และช่วยพ่อให้ขึ้นจากนรก
พบหลวงพ่อวัดปากน้ำ :
ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อคุณยายอายุ ๒๙ ปี คุณยายทองสุกพาคุณยายไปกราบพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ) เมื่อหลวงพ่อ วัดปากน้ำพบคุณยายครั้งแรก ท่านก็รับคุณยายเป็นศิษย์และ ให้เข้าไปศึกษาวิชชาธรรมกายชั้นสูงในโรงงานทำวิชชาทันที
ศึกษาวิชชาธรรมกาย :
ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และความเป็นคนทำอะไรทำจริงของคุณยาย ทำให้ท่านศึกษาวิชชาธรรมกายได้อย่างรวดเร็วและเชี่ยวชาญยิ่ง จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าเวรในการทำวิชชา และได้รับคำชมจากหลวงพ่อวัดปากน้ำว่า “ลูกจันทร์นี้ หนึ่งไม่มีสอง”
สานต่อปณิธาน :
ตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่วัดปากน้ำคุณยายทําวิชชาอยู่ใน โรงงานทําวิชชากับหลวงพ่อวัดปากน้ำมาตลอด จนกระทั่ง เมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำใกล้จะมรณภาพ ท่านได้มีคำสั่งสุด ท้ายให้ศิษย์ทุกคนช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกายของพระพุทธองค์ไปให้ทั่วโลก คุณยายจึงตั้งใจอบรมสั่งสอนธรรมปฏิบัติวิชชาธรรมกายแก่ศิษยานุศิษย์อย่างเต็มที่ตลอดมาด้วยความเคารพในคำสั่งของครูบาอาจารย์
พบศิษย์เอก :
ปลายปี พ.ศ. ๒๕๐๖ พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่ง ในขณะนั้นจบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มาฝึกธรรมปฏิบัติกับคุณยายอย่างต่อเนื่อง ท่านเป็นผู้ที่มีความตั้งใจ จริงและรักการปฏิบัติธรรมมาก ทั้งยังมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีเยี่ยม คุณยายจึงถ่ายทอดวิชชาธรรมกายที่ศึกษามาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำให้แก่ท่านอย่างเต็มที่
เมื่อเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน และได้รับความสุขจากการปฏิบัติธรรม ท่านก็ปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นได้รับความสุขอย่างนั้นบ้าง จึงไปชักชวนเพื่อน ๆ นิสิตทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยเดียวกัน มาปฏิบัติธรรมกับคุณยายเพิ่ม จำนวนมากขึ้น
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ คุณยายและเหล่าศิษยานุศิษย์ได้ รวบรวมปัจจัยสร้าง “บ้านธรรมประสิทธิ์” ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ในบริเวณวัดปากน้ำมีเนื้อที่มากขึ้นกว่าบ้านหลังเดิม เพื่อรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมที่เพิ่มขึ้น
สร้างวัดพระธรรมกาย :
ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ เมื่อคุณยายอายุ ๒๙ ปี หลังจากที่หลวงพ่อธัมมชโยบวชแล้ว มีคนมาปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทําให้บ้านธรรมประสิทธิ์ไม่สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้ทั้งหมด คุณยายจึงได้รวบรวมคณะศิษย์มาสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ ให้ชื่อว่า “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม” ซึ่งในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระธรรมกาย”
ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เมื่อการสร้างกุฏิที่พักและศาลาปฏิบัติธรรมสำเร็จไปเป็นส่วนมากแล้ว คุณยายได้พาคณะศิษย์ ย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์ วัดปากน้ำภาษีเจริญมาอยู่ที่วัดพระธรรมกาย
ท่านทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญา ในการสร้างวัดเป็นอย่างมาก เป็นทั้งที่ปรึกษา และเป็นศูนย์รวมใจให้แก่หมู่คณะยุคบุกเบิกให้ทํางานสร้างบารมีร่วมกันอย่างมีความสุข
นอกจากนี้คุณยายยังวางกฎระเบียบและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ภายในวัดอย่างรัดกุมตั้งแต่ต้น ทั้งยังคอยช่วยดูแล เรื่องความเป็นอยู่ และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของงาน ทุกอย่าง
ในงานละเอียด คุณยายยังต้องนั่งสมาธิช่วยแก้ไขทุกข์ ของเพื่อนมนุษย์ กลั่นแก้สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไปจากหมู่คณะ และนั่งสมาธิตามสมบัติมาเพื่อใช้สร้างวัด นับเป็นภาระ หน้าที่ที่หนักมาก จนคุณยายล้มป่วยอย่างหนัก แต่ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายตามคำสั่ง ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทุกคนก็ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัด จนสำเร็จในราวปี พ.ศ. ๒๕๒๖
สร้างแม่พิมพ์ที่ดี :
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ยังอยู่วัดปากน้ำจนได้มาสร้างวัดพระธรรมกาย คุณยายได้ปลูกฝังหมู่คณะยุคบุกเบิกสร้างวัด ให้รักบุญ รักการสร้างความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้รักการปฏิบัติธรรม และหมั่นฝึกฝนตนเองให้ เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง และจะยังประโยชน์แก่ชาวโลกได้ในภายภาคหน้า
นอกจากนั้น คุณยายยังเมตตาอบรมสั่งสอนศิษย์ทุกคน ให้รู้จักการครองตน อยู่ในเส้นทางการสร้างบารมีอย่างมั่นคง มีความสุข และบริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป อีกทั้งยังได้ ให้คำแนะนำในงานหยาบต่าง ๆ ด้วย เช่น สอนการดูแล ความสะอาดเสนาสนะ การใช้สมบัติพระศาสนาให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นต้น
นับเป็นการสร้างแม่พิมพ์ที่ดีไว้เป็นแบบอย่างในพระพุทธศาสนา เพราะคณะผู้บุกเบิกสร้างวัดในยุคนั้นต่างทยอย บวชอุทิศชีวิตเป็นพระภิกษุ และให้การอบรมสร้างทายาท ทางธรรมที่สมบูรณ์แบบ เพื่อเผยแผ่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อเนื่องมาอย่างไม่ขาดสาย จนถึง ปัจจุบัน
ขยายพื้นที่สร้างวัด :
ภารกิจสำคัญที่หลวงพ่อธัมมชโย คุณยาย และหมู่คณะ รุ่นบุกเบิกได้ทําตลอดมาตั้งแต่แรกเริ่มควบคู่กับการสร้างวัด คือ การอบรมสั่งสอนปลูกฝังศีลธรรม ทั้งภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติให้แก่เยาวชน และประชาชนทั่วไป
เมื่ออบรมปลูกฝังศีลธรรมมากเข้า ผู้เข้าอบรมต่างเห็น คุณค่าของธรรมะด้วยตนเอง จึงชักชวนญาติมิตรมาปฏิบัติ ธรรมเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งพื้นที่ ๑๙๖ ไร่ไม่เพียงพอที่จะรองรับ จึงต้องขยายพื้นที่สร้างวัดออกมาอีก ๒,๐๐๐ ไร่ และยังได้สร้างปูชนียสถานที่สำคัญ คือ มหาธรรมกายเจดีย์ สภาธรรมกายสากล และมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี เพื่อเป็นศูนย์รวมใจและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สามารถรองรับ ผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวนมากที่หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย ปัจจุบัน วัดพระธรรมกายปรากฏเด่น สง่างามบนผืนแผ่นดินนี้ เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติธรรมของพุทธ ศาสนิกชนทั่วประเทศ และยังเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติธรรม ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสำหรับชาวพุทธทั่วโลกอีก ด้วย
ทั้งนี้ด้วยการนำของพระเดชพระคุณพระราชภาวนา วิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) และด้วยความร่วมแรงร่วมใจของ คณะพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนผู้ใจบุญ ทุกท่าน โดยมีบุคคลสำคัญยิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ทั้งมวลของวัดพระธรรมกาย คือ
คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง