การสืบทอดหลักธรรมคำสั่งสอน
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๒
การสืบทอดหลักธรรมคำสอน
จากเรื่องราวข้างต้น บางท่านอาจรู้สึกสงสัยว่า ในสมัยนั้นคณะสงฆ์มีการสืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยวิธีการอย่างไร ทำไมท่านมหาเสนาบดีจึงสามารถศึกษาหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาได้อย่างแตกฉาน จนสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาวางเป็นหลักสูตรในการฝึกฝนอบรมตนเองได้อย่างมีมาตรฐาน อีกทั้งยังสามารถวางระบบระเบียบแบบแผนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อีกด้วย
สำหรับรูปแบบหรือแนวทางในการสืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในพุทธันดรที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่หมู่คณะของเราลงมาเกิดสร้างบารมีนั้น อาศัยการท่องจำและถ่ายทอดสืบต่อกันมาเป็นหลัก โดยพระโบราณาจารย์ในยุคสมัยก่อน ๆ นำธรรมะที่ท่านได้ยินได้ฟังมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มารวบรวมและเรียบเรียงต่อ ๆ กันเป็นบทกลอน เพื่อความสะดวกในการท่องจำและการถ่ายทอดให้อนุชนรุ่นหลังสืบทอดต่อ ๆ กันไป
จากนั้น ท่านก็พยายามท่องจำธรรมะเหล่านั้นให้คล่องปากขึ้นใจ หรือไม่ก็แบ่งกันท่องจำเป็นส่วน ๆ ตามความถนัดหรือความชอบของแต่ละรูป และเมื่อมีลูกศิษย์มาขอเรียนธรรมะจากท่าน ท่านก็ถ่ายทอดธรรมะที่ทรงจำไว้แก่ลูกศิษย์เหล่านั้น โดยให้ลูกศิษย์ท่องจำจนคล่องปากขึ้นใจเหมือนอย่างท่าน ถ้าหากลูกศิษย์รูปไหนสามารถทรงจำธรรมะได้ทั้งหมดแล้ว และยังอยากศึกษาธรรมะเพิ่มเติม ท่านก็จะส่งลูกศิษย์รูปนั้นไปศึกษาธรรมะจากพระอาจารย์ท่านอื่นต่อไป
นอกจากวิธีท่องจำหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบทอดต่อ ๆ กันมาแล้ว พระโบราณาจารย์บางท่านยังใช้วิธีจดบันทึกหรือเขียนจารึกหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ในคัมภีร์ แล้วมอบแก่ลูกศิษย์รุ่นหลัง ๆ สืบต่อกันไปอีกด้วย แต่ก่อนที่พระโบราณาจารย์เหล่านั้นจะมอบคัมภีร์ให้ลูกศิษย์ ท่านจะให้ลูกศิษย์ท่องจำธรรมะที่อยู่ในคัมภีร์ให้ได้ทั้งหมดก่อน เมื่อลูกศิษย์รูปไหนสามารถทรงจำธรรมะได้ทั้งหมดแล้วท่านจึงมอบคัมภีร์จารึกธรรมะแก่ลูกศิษย์รูปนั้น
ในส่วนของท่านมหาเสนาบดีนั้น ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถในการทรงจำหลักธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์ได้อย่างดียิ่ง เพราะตั้งแต่วันที่ท่านมาเรียนธรรมะกับพระมหาเถระผู้ใหญ่ ท่านได้ใช้ความพยายามท่องจำธรรมะที่พระมหาเถระผู้ใหญ่เมตตาถ่ายทอดให้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังอาศัยการจดบันทึกเพื่อช่วยจำ และเก็บเอาไว้ทบทวนอยู่เสมอ ๆ อีกด้วย
ในที่สุด ด้วยผลแห่งความเพียรพยายาม ท่านมหาเสนาบดีจึงสามารถทรงจำธรรมะที่พระมหาเถระผู้ใหญ่เมตตาถ่ายทอดให้ท่านได้ทั้งหมด แต่ถึงแม้ว่าท่านสามารถทรงจำธรรมะได้ทั้งหมดแล้วก็ตาม ท่านก็ไม่เคยประมาทหรือชะล่าใจ หมั่นทบทวนธรรมะเหล่านั้นอยู่เสมอ ๆ อีกทั้งยังอาศัยการจดบันทึกควบคู่ไปกับการทบทวนธรรมะอย่างตลอดต่อเนื่องอีกด้วย
เมื่อท่านมหาเสนาบดีจดบันทึกควบคู่ไปกับการทบทวนธรรมะมากขึ้น ท่านก็มองเห็นความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ของหัวข้อธรรมต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อได้สอบถามข้อสงสัยจากพระมหาเถระผู้ใหญ่อยู่เสมอ ๆ ท่านก็ยิ่งเกิดความแจ่มแจ้งในธรรมะมากขึ้น
นอกจากนี้ หลังจากท่านมหาเสนาบดีเข้าถึงพระธรรมกายภายในและได้ศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระมหาเถระผู้ใหญ่แล้ว ท่านก็ยิ่งเกิดความรู้ความเข้าใจในธรรมะทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติอย่างแตกฉาน จนทำให้ท่านสามารถนำธรรมะเหล่านั้นมาเทศน์สอนและถ่ายทอดให้สาธุชนรับฟังได้ชัดเจนทุกประเด็น
สำหรับลักษณะการเทศน์สอนธรรมะของท่านมหาเสนาบดีนั้น มีความพิเศษและโดดเด่นกว่าการเทศน์สอนทั่ว ๆ ไป เพราะการเทศน์สอนธรรมะโดยทั่วไปในยุคนั้น มีลักษณะคล้ายกับการสวดหรือการท่องธรรมะที่เป็นบทร้อยกรองให้สาธุชนฟัง โดยไม่มีการอธิบายหรือขยายความเพิ่มเติม แต่การเทศน์สอนของท่านมหาเสนาบดีนั้น หลังจากที่ท่านสวดหรือท่องธรรมะที่เป็นบทร้อยกรองให้สาธุชนฟังแล้ว ท่านจะนำเอาเนื้อหาของบทร้อยกรองนั้น ๆ มาอธิบายขยายความ และยกตัวอย่างให้สาธุชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ในเนื้อหาธรรมะนั้นอย่างแจ่มแจ้ง เรียกได้ว่าการเทศน์สอนธรรมะของท่านมหาเสนาบดีสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว
นอกจากสามารถเทศน์สอนธรรมะแบบชัดเจนในทุกประเด็นและทุกรายละเอียดแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังสามารถนำธรรมะที่ท่านพากเพียรศึกษามาเขียนเป็นตำรับตำราที่อ่านเข้าใจง่าย และมีคำอธิบายขยายความส่วนที่มีความหมายลึกซึ้งด้วย ทำให้พระภิกษุที่ออกบวชในภายหลังมีแนวทางในการศึกษาธรรมะได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีแบบแผนในการฝึกฝนอบรมตนเองอย่างมีมาตรฐาน และสามารถนำไปเทศน์สอนญาติโยมได้อย่างดีเยี่ยม
ตำรับตำราของท่านมหาเสนาบดีทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย มีลักษณะหรือรูปแบบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถแผ่ขยายออกไปได้อย่างกว้างขวาง เมื่อวันเวลาผ่านไป ตำรับตำราของท่านกลายเป็นคู่มือสำคัญในการศึกษาธรรมะ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในวงการคณะสงฆ์ยุคนั้น
นอกจากมีผลงานเขียนตำราที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการคณะสงฆ์เป็นอันมากแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังสร้างห้องสมุดพระพุทธศาสนาขึ้น เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าความรู้ธรรมะสำหรับคณะสงฆ์และมหาชนผู้มีบุญทั้งหลายอีกด้วย เรียกได้ว่า ท่านมหาเสนาบดีทุ่มเททั้งชีวิตอุทิศให้กับงานพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
หลังจากท่านมหาเสนาบดีทุ่มเทสร้างทีมงานพระอาจารย์รุ่นใหม่ขึ้นมาแบ่งเบาและดูแลงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย แทนท่านแล้ว ต่อมาเมื่ออายุของท่านเริ่มมากขึ้น ท่านจึงทุ่มเวลาให้กับภารกิจที่ท่านรักและอยากทำมากที่สุด คือ การนั่งสมาธิและการเขียนตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา โดยศึกษาค้นคว้าธรรมะภาคปริยัติ จากพระคัมภีร์โบราณในพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ
เมื่อท่านศึกษาธรรมะจากพระคัมภีร์แล้ว ถ้าเกิดการติดขัดหรือเกิดข้อสงสัยประเด็นไหน ท่านก็จะนั่งสมาธิหยุดนิ่งลงไปในกลางองค์พระธรรมกายที่ท่านเข้าถึง เพื่อค้นหาคำตอบดังกล่าวด้วยตนเอง ซึ่งท่านรู้สึกมีความสุขกับการค้นหาคำตอบจากการหลับตาเจริญสมาธิภาวนาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ท่านหยุดใจนิ่ง ๆ ลงไปในกลางองค์พระธรรมกาย ความรู้แจ้งที่เกิดจากการเห็นแจ้งในกลางองค์พระธรรมกายจะไปทลายความสงสัยต่าง ๆ ให้หมดไปจากใจของท่านอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ท่านมหาเสนาบดีรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งสมาธิเพื่อค้นธรรมะภายใน แต่ถ้าหากท่านเจอหัวข้อธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งและยากเกินกว่าจะสามารถค้นคว้าได้ด้วยตนเองแล้ว ท่านจะรีบนำหัวข้อธรรมดังกล่าวไปกราบบังคมทูลถามพระเถระ เพื่อไขความกระจ่างในหัวข้อธรรมเหล่านั้นอยู่เสมอ ดังนั้นท่านมหาเสนาบดีจึงกลายเป็นพระเถระผู้เป็นพหูสูต ที่มีความแตกฉานและทะลุปรุโปร่งในธรรมะอย่างที่สุดรูปหนึ่งในยุคนั้น และเมื่อท่านมหาเสนาบดีมีโอกาสเข้าไปนั่งสมาธิและศึกษาวิชชาธรรมกายที่ละเอียดลึกซึ้งกับพระเถระอย่างต่อเนื่องแล้ว ธรรมะภายในของท่านนับวันยิ่งทวีความก้าวหน้าและมีความละเอียดลุ่มลึกขึ้นกว่าเดิม
นอกจากให้ความสำคัญกับการนั่งธรรมะและการเขียนตำรับตำราทางพระพุทธศาสนาในบั้นปลายของชีวิตแล้ว ท่านมหาเสนาบดียังชอบเดินทางออกไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ให้ธรรมะ และตอกย้ำเป้าหมายอุดมการณ์ในการบวชสร้างบารมีแก่ทีมงานพระภิกษุที่ทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะที่ประจำอยู่ตามวัดสาขาต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกแคว้นอีกด้วย
จากการศึกษาเรื่องราวของท่านมหาเสนาบดีที่ผ่านมา จะเห็นว่าท่านใช้วันเวลาที่มีค่าไปกับการสั่งสมบุญสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันเสมอมา ทั้งยังเป็นต้นบุญต้นแบบและเป็นที่พึ่งแก่ศิษยานุศิษย์เรื่อยมา เรียกได้ว่า ท่านไม่เคยหายใจทิ้งไปเปล่า ๆ ทุกอนุวินาทีของท่านเป็นไปเพื่อทุ่มเทสร้างคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและโลกในยุคนั้นอย่างแท้จริง