พระมหาเถระผู้ใหญ่มรณภาพ
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๒
พระมหาเถระผู้ใหญ่มรณภาพ
ในระหว่างที่งานก่อสร้างกำลังดำเนินไปด้วยดี อาคารหลักและอาคารย่อยหลาย ๆ หลัง กำลังจะทยอยเสร็จลง พระมหาเถระผู้ใหญ่ก็มรณภาพลงในช่วงนั้นพอดี (ถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ตอนนั้นพระมหาเถระผู้ใหญ่มีอายุราว ๆ ๙๐ ปี) ทำให้ศิษยานุศิษย์ต่างเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของท่านเป็นอย่างยิ่ง
แต่พระเถระผู้สืบทอดวิชชาธรรมกายซึ่งมีความผูกพันและใกล้ชิดกับพระมหาเถระผู้ใหญ่มากที่สุดกลับไม่ได้ทรงพระโทมนัสต่อการจากไปของพระมหาเถระผู้ใหญ่เหมือนคนอื่น ๆ เพราะพระเถระทรงรู้ซึ้งถึงเรื่องราวความเป็นจริงของโลกและชีวิต รวมถึงสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายอย่างถ่องแท้ ท่านจึงเข้าพระทัยในสัจธรรมของโลกที่ว่า...
ที่สุดของชีวิตมนุษย์ก็คือ ความตาย และไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงความตายได้
นอกจากนั้น พระเถระยังทรงทราบด้วยญาณทัสนะว่า พระมหาเถระผู้ใหญ่ท่านไปดีแล้ว คือ เดินทางกลับไปยังดุสิตบุรี ซึ่งเป็นการไปแบบผู้ชนะในทิศทั้งสิบ
ถึงแม้พระเถระไม่ทรงพระโทมนัสในการจากไปของพระมหาเถระผู้ใหญ่ แต่ลึก ๆ แล้ว ทรงเกิดความรู้สึกเสียดาย เนื่องจากไม่ทรงสามารถสร้างวัดให้เสร็จทันสมดังที่ตั้งพระราชหฤทัยไว้ว่า อยากให้พระมหาเถระผู้ใหญ่เห็นวัดสร้างเสร็จก่อนจะมรณภาพ
ด้วยความที่พระเถระทรงมีความรักและผูกพันกับพระมหาเถระผู้ใหญ่มาก พระองค์จึงตั้งพระราชหฤทัยที่จะจัดพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่อย่างสมเกียรติมากที่สุดเท่าที่จะทรงกระทำได้ ดังนั้นจึงทรงเลือกจัดพิธีที่บริเวณลานธรรมของวัดใหม่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ทั้ง ๆ ที่งานก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะจัดพิธีสลายร่างอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อน้อมบูชาธรรมพระมหาเถระผู้ใหญ่ซึ่งเป็นมหาปูชนียาจารย์ที่พระองค์ทรงรักและเคารพอย่างสูงสุด
การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้พื้นที่ภายในวัดใหม่อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
ส่วนสาเหตุอีกประการหนึ่งที่พระเถระตัดสินพระราชหฤทัยจัดพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่ที่วัดใหม่ เนื่องจากพระมหาเถระผู้ใหญ่มีศิษยานุศิษย์มาก ถ้าหากจัดพิธีที่วัดป่าซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่มีแต่ต้นไม้คงไม่พอรองรับคลื่นมหาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้อย่างแน่นอน
ที่สำคัญที่สุด ก่อนพระมหาเถระผู้ใหญ่มรณภาพ ท่านเคยแวะไปดูงานก่อสร้างที่วัดใหม่หลายครั้ง และอยากเห็นทุกอย่างภายในวัดใหม่เสร็จสมบูรณ์ทันให้ท่านมาใช้งาน ดังนั้นสถานที่ที่ใช้จัดพิธีสลายร่างของท่าน คงไม่มีที่ไหนเหมาะสมและคู่ควรเท่าวัดใหม่
เมื่อถึงวันประกอบพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่ ศิษยานุศิษย์จากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก แม้พระราชามหากษัตริย์ก็เสด็จมาร่วมพิธี เรียกได้ว่ามากเกินกว่าที่พระเถระทรงคาดคิดเอาไว้
ด้วยความที่มีมหาชนจำนวนมากมาร่วมงาน อีกทั้งพื้นที่ลานธรรมของวัดใหม่ที่ใช้ประกอบพิธีกว้างขวางมาก จึงทำให้พิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่กลายเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อลังการจนต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของแคว้นนี้เลยว่า เป็นงานที่มีคนมาร่วมงานมากที่สุดและเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในยุคนั้นเลยทีเดียว
หลังจากพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่สิ้นสุดลงแล้ว พระเถระมีพระราชดำรัสสั่งให้พระราชาองค์ใหม่และทีมงานก่อสร้างรีบเร่งสร้างวัดใหม่ให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหลังจากทรงใช้วัดใหม่เป็นสถานที่ประกอบพิธีสลายร่างพระมหาเถระผู้ใหญ่แล้ว พระองค์ทรงเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในอนาคตว่า ถ้าวัดใหม่ยิ่งสร้างเสร็จเร็วเท่าไร ย่อมจะเป็นผลดีต่อการขยายพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ออกไปทั่วโลกได้เร็วขึ้นเท่านั้น อีกทั้งพระองค์จะได้ทรงปลอดกังวลและจะได้ทรงงานที่แท้จริง
เมื่อทีมงานสร้างวัดใหม่ได้ยินพระเถระทรงปรารภเช่นนั้น ทุกคนจึงพากันร่วมแรงร่วมใจเร่งสร้างวัดใหม่ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด พระเถระจะได้ทรงปลอดกังวลและมีโอกาสทรงงานที่แท้จริงเสียที ที่สำคัญพระเถระยังทรงมีภารกิจที่พระมหาเถระผู้ใหญ่มอบหมายไว้ ซึ่งมีอยู่ ๓ ภารกิจหลัก ดังต่อไปนี้
ภารกิจแรก คือ การตั้งทีมทำวิชชา เพื่อสานงานทำวิชชาต่อจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร
ภารกิจที่ ๒ คือ การรวบรวมเรื่องราวและสิ่งต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระเดชพระคุณหลวงปู่
ภารกิจที่ ๓ คือ การเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ขยายออกไปทั่วโลก
เมื่อท่านมหาเสนาบดีทราบถึงภารกิจสำคัญทั้ง ๓ อย่าง ดังกล่าวแล้ว ท่านก็อยากมีส่วนในบุญและอยากช่วยแบ่งเบาภารกิจของพระเถระ ซึ่งท่านคิดว่า ภารกิจแรก คือ การตั้งทีมทำวิชชา ถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด และผู้ที่จะทำภารกิจนี้ได้ดีที่สุดมีอยู่เพียงท่านเดียวเท่านั้น คือ พระเถระ ส่วนอีก ๒ ภารกิจ คือ การรวบรวมเรื่องราว
และสิ่งต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร และการเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลกนั้น ท่านอาจจะช่วยแบ่งเบาได้ ท่านจึงอาสาทำหน้าที่รวบรวมเรื่องราวและสิ่งต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระเดชพระคุณหลวงปู่ พร้อมกับอาสาช่วยงานเผยแผ่วิชชาธรรมกายให้ขยายออกไปทั่วโลก
หลังจากอาสาทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็ตั้งใจทุ่มเททำหน้าที่อย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน โดยเริ่มจากการวางระบบระเบียบและโครงสร้างในการทำงานภายในวัดใหม่ให้ลงตัวมากขึ้น และนำระเบียบแบบแผนที่พระมหาเถระผู้ใหญ่วางไว้มาเป็นแม่แบบในการร่างกฎระเบียบต่าง ๆ
เมื่อท่านมหาเสนาบดีร่างระเบียบแบบแผนและโครงสร้างการทำงานภายในวัดใหม่ลงตัวดีแล้ว ก็นำระเบียบแบบแผนชุดนี้ไปทูลเกล้าฯ ถวายพระเถระ เมื่อพระเถระทรงพิจารณาแล้ว ก็ทรงอนุมัติและอนุโมทนา พร้อมทั้งทรงชี้แนวทางในการบริหารดูแลวัดใหม่แก่ท่านมหาเสนาบดีอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่พระมหาเถระ
ผู้ใหญ่ฝากไว้กับพระเถระว่า ท่านมีความปรารถนาที่จะตั้งโรงทานเพื่อเลี้ยงอาหารแก่สาธุชนทุกคนที่เดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ เพราะท่านไม่อยากให้สาธุชนกังวลเรื่องอาหารการกิน จะได้มีเวลาปฏิบัติธรรมเต็มที่
ส่วนสาเหตุที่ทำให้พระมหาเถระผู้ใหญ่มีความใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินของสาธุชนมาก ก็เพราะในยุคนั้นการเดินทางไปสั่งสมบุญที่วัดป่าไม่สะดวกสบายและรวดเร็วเหมือนยุคปัจจุบัน ที่มีทั้งรถยนต์ รถไฟฟ้า เครื่องบิน ฯลฯ ดังนั้นการเดินทางไปสั่งสมบุญที่วัดป่าจึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางมากพอสมควร
ส่วนสาธุชนแต่ละคนจะต้องใช้เวลาเดินทางไปที่วัดป่ามากน้อยขนาดไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับระยะทางระหว่างบ้านกับวัด เช่น ถ้าใครมีบ้านอยู่ใกล้วัด ก็สามารถเดินทางไปวัดตอนเช้าและกลับบ้านตอนเย็นได้ ซึ่งสาธุชนเหล่านี้มักเดินทางไปทำบุญที่วัดป่ากันเป็นประจำทุก ๆ วันพระและวันหยุด
ส่วนสาธุชนที่มีบ้านอยู่ในหัวเมืองไกล ๆ หรืออยู่ต่างแคว้น ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าจะเดินทางไปถึงวัดป่า และเมื่อไปถึงแล้ว พวกเขาก็ปักกลดพักอาศัยอยู่ในป่ารอบ ๆ บริเวณวัดสักระยะหนึ่ง เพื่อเก็บเกี่ยวบุญกุศลให้เต็มที่ก่อนเดินทางกลับ เรียกได้ว่า สาธุชนเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนสูงกว่าสาธุชนที่อยู่ใกล้วัดมาก
เมื่อเป็นดังนี้ ปัญหาอย่างหนึ่งของสาธุชนที่เดินทางไปทำบุญที่วัดก็คือ เรื่องอาหารการกิน ซึ่งคนที่ฐานะดีก็คงไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะสามารถเดินทางไปหาซื้ออาหารจากเมืองหลวงมาบริโภคได้ไม่ยากนัก ส่วนสาธุชนที่มีฐานะปานกลางมักจะนำเสบียงอาหารมาจากบ้าน เพื่อเก็บไว้รับประทานในระหว่างอยู่ที่วัดป่า แต่ที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือ สาธุชนที่มีฐานะไม่ค่อยดี ที่ต้องรอกินข้าวก้นบาตร
เมื่อพระมหาเถระผู้ใหญ่เล็งเห็นความยากลำบากในเรื่องอาหารการกินของสาธุชน ท่านจึงมีความปรารถนาที่จะตั้งโรงทานขึ้น เพื่อเลี้ยงอาหารแก่ทุกคนที่เดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดใหม่
พระเถระทรงตระหนักถึงความตั้งใจอันดีงามของพระมหาเถระผู้ใหญ่ ท่านจึงมีพระราชดำรัสสั่งให้จัดตั้งโรงทานที่วัดใหม่ โดยมีท่านมหาเสนาบดีสนองงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้เพื่อน้อมถวายบุญกุศลบูชาธรรมพระมหาเถระผู้ใหญ่ด้วยความเคารพรักอย่างสูงสุด
เมื่อกาลเวลาผ่านไป วัดใหม่ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาในระดับหนึ่ง ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ทีมงานต่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจช่วยกันสร้างชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน