สละราชสมบัติ
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑
สละราชสมบัติ
ต่อมาไม่นาน หลังจากที่พระราชาเสด็จกลับจากการไปกราบพระมหาเถระผู้ใหญ่ที่วัดป่าแล้ว พระองค์มีพระบรมราชโองการให้เรียกประชุมเหล่าเสนาอำมาตย์ ข้าราชการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมด เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า พระองค์จะทรงสละราชสมบัติเพื่อเสด็จออกผนวช และจะทรงแต่งตั้งพระราชอนุชาขึ้นครองราชย์
ก่อนที่พระราชาจะเสด็จออกผนวช พระองค์ทรงมอบหมายให้ท่านมหาเสนาบดีเป็นผู้ถวายคำแนะนำเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินแด่พระราชอนุชา และเมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว พระองค์ก็จะเสด็จออกผนวชทันที
หลังจากที่เหล่าเสนาอำมาตย์ ข้าราชการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมดที่อยู่ในที่ประชุมทราบว่าพระราชาจะทรงสละราชสมบัติเพื่อเสด็จออกผนวช ก็พากันรู้สึกแปลกใจ ตกใจ และเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมพระราชาผู้ยังทรงหนุ่มแน่นและเพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างถึงยอมสละราชสมบัติภายใต้เศวตฉัตรอันยิ่งใหญ่ เพื่อเสด็จออกผนวชถือครองเพศสมณะเช่นนี้
เมื่อเสนาอำมาตย์ ข้าราชการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นทราบถึงพระราชปณิธานและความมุ่งมั่นในการเสด็จออกผนวชของพระราชา ทุกคนก็เริ่มเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งและเกิดความซาบซึ้งในพระราชปณิธานของพระองค์
ด้วยเหตุนี้ เหล่าเสนาอำมาตย์ ข้าราชการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมดที่อยู่ในที่ประชุม จึงพร้อมใจกันถวายอนุโมทนาพระราชาผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเขา ด้วยการส่งเสียงสาธุการดังกึกก้องไปทั่วทั้งท้องพระโรง
ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ เหล่าเสนาอำมาตย์ ข้าราชการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่คนสนิทของพระราชาหลายท่าน ก็มีความปรารถนาที่จะออกบวชตามพระราชา เพราะพระองค์ทรงชักชวนเหล่าข้าราชบริพารที่ทรงคุ้นเคยออกบวชด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ท่านมหาเสนาบดี
แต่ถึงกระนั้น ท่านมหาเสนาบดีกลับมีท่าทีที่นิ่ง ๆ ยิ้ม ๆ และไม่ตอบรับคำเชิญชวนของพระราชา ทั้งที่ภายในใจลึก ๆ ก็ปรารถนาจะออกบวช เพราะท่านอยากศึกษาวิชชาขั้นสูงสุด คือ ศึกษาธรรมะกับพระมหาเถระผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นบุคคลที่ท่านให้ความเคารพ เลื่อมใส และศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง
แต่ด้วยความที่ท่านมหาเสนาบดีตั้งใจที่จะปลดกังวลของพระราชาผู้เป็นที่รักยิ่งของท่าน ดังนั้นท่านจึงต้องอยู่ช่วยพระราชอนุชาดูแลบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ในทุก ๆ เรื่อง เพื่อที่พระราชาจะได้เสด็จออกผนวชโดยปราศจากปลิโพธหรือเครื่องกังวลใด ๆ
ด้วยเหตุนี้ ท่านมหาเสนาบดีจึงจำต้องแสดงท่าทีนิ่ง ๆ ยิ้ม ๆ และไม่ตอบรับตอนที่พระราชาทรงชวนออกบวช
ก่อนที่พระราชาจะทรงถ่ายโอนอำนาจในการปกครองแผ่นดินให้แก่พระราชอนุชานั้น ท่านมหาเสนาบดีรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของพระราชอนุชาด้วยความเต็มใจ
ในช่วงแรก ท่านมหาเสนาบดีนำชุดผู้บริหารบ้านเมือง เช่น เหล่าเสนาอำมาตย์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มาแนะนำตัวกับพระราชอนุชา รวมถึงถวายคำชี้แนะแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่พระราชาทรงดำเนินเอาไว้ได้อย่างเหมาะสม
เมื่อการถ่ายโอนอำนาจทั้งหมดสำเร็จเสร็จสิ้นลง พระราชาจึงทรงมีพระบรมราชโองการให้เหล่าเสนาอำมาตย์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และขุนนางต่าง ๆ มาประชุมใหญ่พร้อมเพรียงกัน และทรงประกาศสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ แล้วทรงสถาปนาพระราชอนุชาเป็นพระราชาผู้ปกครองแคว้นองค์ใหม่แทนพระองค์
นับจากนั้น กระแสข่าวการสละราชสมบัติเพื่อเสด็จออกผนวชของพระราชา รวมถึงการสถาปนาพระราชอนุชาเป็นพระราชาองค์ใหม่ ก็แพร่สะพัดออกไปสู่เหล่าพสกนิกรภายในแคว้นของพระองค์อย่างรวดเร็ว
จากนั้น พระราชาองค์ที่ออกบวชก็ทรงกำหนดวันเวลาและสถานที่ที่พระองค์จะทรงใช้ประกอบพระราชพิธีทรงพระผนวชในทันที ซึ่งก็คือ วัดป่าของพระมหาเถระผู้ใหญ่นั่นเอง
เมื่อถึงเวลาที่พระราชาเสด็จออกผนวช ปรากฏว่าเหล่าข้าราชบริพารคนสนิทออกบวชพร้อมกับพระองค์เพียงไม่กี่คน เพราะพื้นที่วัดป่ามีอยู่จำกัด อีกทั้งพระมหาเถระผู้ใหญ่ยังมีอัธยาศัยรักความสงบและชอบความวิเวกเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นท่านจึงอนุญาตให้มีผู้ติดตามพระราชาออกบวชได้เพียงไม่กี่คน โดยคัดเลือกตามกำลังบุญ