ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ย่ำกลองศึก

หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑

PDF
ย่ำกลองศึก ในขณะที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังตกอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน เพราะต้องเตรียมรับมือกับกองทัพข้าศึกที่มีกำลังพลเหนือกว่าถึง ๑๐ เท่า ท่านก็ได้รับข่าวดีจากทางเมืองหลวงว่า พระราชาของแคว้นที่มีความเจริญทางศิลปะตัดสินพระราชหฤทัยยกทัพมาช่วยแล้ว และในขณะนี้กองทัพกำลังเคลื่อนพลไปประชิดแนวชายแดนของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ เพื่อกดดันให้แคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือเกิดความห่วงหน้าพะวงหลังเพราะต้องเตรียมรับศึกถึง ๒ ด้าน หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีและเหล่าทหารทราบข่าวดีนี้ ทุกคนต่างก็มีขวัญและกำลังใจดีขึ้นมาก เพียงแต่ว่าในตอนนี้ ทุก ๆ คนจะต้องร่วมมือกันต้านข้าศึกไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เมื่อเช้าวันใหม่เริ่มขึ้น กองทัพของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือก็ย่ำกลองศึก เพื่อเตรียมจัดทัพเข้าโจมตีค่ายของฝ่ายท่านมหาเสนาบดี เมื่อเป็นดังนี้ ท่านมหาเสนาบดีและแม่ทัพภาคคนใหม่ต่างออกมากล่าวให้กำลังใจเหล่าทหารจนเกิดความฮึกเหิมและพร้อมออกรบอย่างเต็มที่ จากนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ทำพิธีแต่งทัพ พร้อมทั้งร่ายมนตร์ให้เหล่าทหารมีความคงกระพันชาตรี คือ มีหนังเหนียวจนคมหอกคมดาบฟันไม่เข้า อีกทั้งยังร่ายมนตร์สะกดให้กองทัพของข้าศึกเห็นกองทัพของฝ่ายท่านแล้วเกิดความหวาดกลัวจนไม่กล้าที่จะเข้ามาประจันหน้า เมื่อกองทัพของข้าศึกเคลื่อนกำลังพลมาถึงบริเวณด้านหน้าลานดินก่อนถึงกำแพงเมืองแล้ว ทางฝ่ายข้าศึกก็ส่งคณะทูตมาเจรจาแกมข่มขู่ในทำนองที่ว่า ให้ท่านมหาเสนาบดียอมแพ้เสียเถิด จะได้ไม่ต้องมีใครบาดเจ็บล้มตาย ไม่มีการนองเลือด เมื่อท่านมหาเสนาบดีได้ยินดังนั้น เลือดลมภายในตัวของท่านก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที รีบไล่ตะเพิดคณะทูตเหล่านั้นให้กลับไปอย่างไม่ไยดี ด้วยเสียงอันทรงพลังดุจดั่งเสียงพญาราชสีห์ เมื่อทางฝ่ายข้าศึกเห็นว่า การเจรจาข่มขู่ไม่ได้ผล จึงส่งสัญญาณยกทัพบุกเข้าโจมตีกำแพงเมืองของฝ่ายท่านมหาเสนาบดีในทันที ในขณะที่กองทัพหน้าของฝ่ายข้าศึกกำลังเคลื่อนทัพเป็นแถวยาวสุดลูกหูลูกตาเข้ามายังบริเวณลานดินที่อยู่หน้ากำแพงเมืองนั้น ท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องน้ำ สั่งให้ทลายเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่นอกค่าย ทันใดนั้นมวลน้ำจำนวนมหาศาลก็ไหลทะลักเข้าท่วมลานดินแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่พวกทหารฝ่ายข้าศึกเห็นน้ำหลากพุ่งมาเช่นนั้น ต่างรู้สึกตกใจกลัวจนแตกตื่น และพากันแตกแถวเสียกระบวนทัพไปอย่างไม่เป็นท่า ด้วยยุทธวิธีอันชาญฉลาดของท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องน้ำนี้เอง ลานดินบริเวณด้านหน้ากำแพงเมืองก็กลายเป็นทะเลโคลนตื้น ๆ ที่กินบริเวณกว้างมาก ทำให้กองทัพของฝ่ายข้าศึกเคลื่อนพลบุกเข้ามาโจมตีกำแพงเมืองได้ยาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ทหารฝ่ายข้าศึกจึงไม่สามารถบุกเข้ามาสัมผัสกำแพงเมืองได้เลยแม้แต่คนเดียว เรียกได้ว่า ยุทธวิธีนี้ทำให้การบุกโจมตีของข้าศึกต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน ซึ่งถือเป็นยุทธวิธีที่สามารถประวิงเวลาออกไปได้สักระยะหนึ่ง จากนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็จัดตั้งกองกำลังทหารหน่วยพิเศษขึ้นมา แล้วให้คอยดักซุ่มอยู่บริเวณด้านหลังแนวข้าศึกเพื่อรอจังหวะ เมื่อไรที่ข้าศึกเผลอก็ให้ทหารหน่วยนี้แอบไปเผาเสบียงของข้าศึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เสบียงของข้าศึกก็จะร่อยหรอลงไปเป็นจำนวนมาก เมื่อฝ่ายข้าศึกถูกลักลอบเผาเสบียงไปจำนวนมากเช่นนั้น จึงตอบโต้ด้วยการตัดเส้นทางไหลผ่านของแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ โดยใช้กำลังพลที่เหนือกว่าเข้าไปโค่นต้นไม้ เพื่อทำเขื่อนกั้นลำน้ำที่ไหลเข้าไปในกำแพงเมือง ทำให้น้ำในแม่น้ำแห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว แม้ฝ่ายข้าศึกสามารถปิดกั้นลำน้ำที่ไหลผ่านเข้าไปในกำแพงเมืองได้แล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นด้วยความเฉลียวฉลาดของท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ ที่จัดเตรียมระบบส่งน้ำผ่านทางท่อไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว จึงทำให้ทหารและประชาชนที่อยู่ภายในกำแพงเมืองยังมีน้ำกิน น้ำใช้ หล่อเลี้ยงชีวิต หลังจากทำสงครามไปได้สักระยะหนึ่ง ท่านมหาเสนาบดีก็ออกไปแอบซุ่มสำรวจดูสภาพความเป็นอยู่ของข้าศึก พบว่าทหารของข้าศึกเริ่มอ่อนล้าเต็มที เพราะขาดแคลนเสบียง นอกจากนี้เวรยามก็หละหลวมมาก เมื่อท่านมหาเสนาบดีทราบเช่นนั้น ท่านจึงอาศัยช่วงจังหวะที่ข้าศึกกำลังอ่อนแอ ส่งกองกำลังทหารหน่วยพิเศษออกไปเผาค่ายของข้าศึกในตอนกลางคืน ทำให้ฝ่ายข้าศึกเกิดความหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ และไม่กล้าออกมารบนอกค่ายอีก หลังจากนั้นไม่นาน ท่านมหาเสนาบดีก็ทราบข่าวจากทางเมืองหลวงว่า ตอนนี้กองทัพจากแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะเคลื่อนกำลังพลไปประชิดแนวชายแดนของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือเรียบร้อยแล้ว กองทัพฝ่ายข้าศึกจึงสั่งการถอนทัพอย่างเร่งด่วน เพื่อรีบกลับไปตั้งรับยังแคว้นของตน เมื่อผลออกมาเช่นนี้ พวกชาวบ้านที่อยู่ในเขตหัวเมืองชายแดนแห่งนี้ ต่างก็ออกมาร้องรำทำเพลงเพื่อฉลองชัยชนะในศึกสงครามครั้งนี้ ที่ไม่มีการสูญเสียกำลังพลเลยแม้แต่นายเดียว หลังจากสงครามสงบลงแล้ว ประชาชนทุกคนต่างออกมาช่วยกันฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองหลังสงครามให้กลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม และเหล่าทหารทุกนายต่างได้รับการปูนบำเหน็จรางวัลกันอย่างเต็มที่ จากความดีความชอบในครั้งนี้ทำให้ ท่านมหาเสนาบดีได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพที่ดูแลกำลังพลในเขตเมืองหลวง ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่เป็นข้าหลวงพิเศษ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ แทนพระราชา คือ พูดง่าย ๆ ว่าทำหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณ หรือเป็นหูเป็นตาแทนพระราชาองค์ที่ออกบวชนั่นเอง หลังจากที่บ้านเมืองได้รับการฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว ประชาชนทั่วทั้งแคว้นต่างพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลอง การเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติของพระราชาองค์ใหม่อีกครั้ง ด้วยความสนุกสนานเบิกบานกันอย่างเต็มที่ ในระหว่างที่ประชาชนทั่วทั้งแคว้นกำลังช่วยกันจัดเตรียมงานเฉลิมฉลองการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระราชาองค์ที่ออกบวชอยู่นั้น พระราชามีพระบรมราชโองการให้ท่านมหาเสนาบดีเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะอย่างเป็นทางการ และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานความช่วยเหลือในสงครามครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งให้กราบบังคมทูลเชิญเจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจเสด็จมาร่วมงานเฉลิมฉลองการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระองค์ในครั้งนี้ด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองแคว้นแน่นแฟ้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากพระราชาองค์ที่ออกบวชทรงปกครองแผ่นดินไปได้ระยะหนึ่ง เหล่าเสนาอำมาตย์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ช่วยกันดูแลแว่นแคว้นมาตั้งแต่สมัยพระราชาองค์ก่อน ก็พากันถึงเวลาเกษียณ เปิดทางให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงขึ้นมาช่วยกันดูแลแว่นแคว้นต่อไป ด้วยเหตุนี้ ท่านมหาเสนาบดีจึงได้เลื่อนตำแหน่งจากแม่ทัพไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น คือ เป็นเสนาบดีทำหน้าที่ช่วยดูแลกิจการงานของบ้านเมืองต่างพระเนตรพระกรรณ ซึ่งท่านก็ทุ่มเทพัฒนาแว่นแคว้นให้มีความเจริญทุก ๆ ด้าน โดยมุ่งเน้นพัฒนาเรื่องการศึกษาและคุณธรรมเป็นหลัก ทั้งยังคอยส่งเสริมสนับสนุนให้เด็ก ๆ รุ่นใหม่ได้ทำงานตามความรู้ความสามารถที่แต่ละคนถนัดอีกด้วย และถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นภายในแว่นแคว้น ท่านก็จะตัดสินด้วยความยุติธรรม คือ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ทำให้ประชาชนภายในแคว้นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขเรื่อยมา