ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

การปฏิบัติงานของแม่ทัพภาคคนใหม่

หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑

PDF
การปฏิบัติงานของแม่ทัพภาคคนใหม่ หลังจากท่านมหาเสนาบดีเดินทางกลับมาถึงแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชแล้ว ก็รีบเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลรายงานผลการเจรจาทางการทูตโดยละเอียด จากนั้น พระราชามีพระบรมราชโองการให้ท่านมหาเสนาบดีรีบเดินทางกลับไปสมทบกับกองทัพภาคที่เตรียมพร้อมอยู่ในแนวรบของหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยพระราชทานพระบรมราโชบายว่า “ศึกครั้งนี้จะต้องชนะสถานเดียว!” เมื่อท่านมหาเสนาบดีเดินทางไปถึงหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว ก็ได้ทำงานร่วมกับท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ ซึ่งเป็นแม่ทัพที่มีความเนี้ยบ เฉียบ เป๊ะ และเอาใจใส่ทุก ๆ ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เช่น การเสริมความแข็งแรงของป้อมค่าย การขุดลอกคูคลองรอบกำแพงเมือง เพื่อวางขวากหนาม แม้มีหน่วยทหารช่างที่มีความเชี่ยวชาญไปดูแลแล้วก็ตาม แต่ท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ก็ยังเข้าไปดูแลและตรวจสอบความเรียบร้อยทุก ๆ จุดอีกครั้งด้วยตัวท่านเอง ทำให้คูคลองที่วางขวากหนามและป้อมค่ายของหัวเมืองมีความแข็งแกร่งและแน่นหนาจนศัตรูยากที่จะบุกเข้ามาใกล้กำแพงเมืองได้ นอกจากท่านแม่ทัพภาคคนใหม่จะสามารถสร้างป้อมค่ายที่สมบูรณ์แข็งแรงได้แบบไม่มีที่ติในทุก ๆ รายละเอียดแล้ว ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาด ท่านยังสามารถมองการณ์ไกลและคำนึงถึงผลในระยะยาวได้อีกว่า ถึงแม้ป้อมปราการที่สร้างขึ้นนี้มีความแข็งแรงจนเป็นปราการใหญ่ที่ปกป้องชาวเมืองให้ปลอดภัยได้ก็จริง แต่ถ้าหากการศึกยืดเยื้อ ถูกข้าศึกปิดล้อมเป็นเวลานาน สิ่งที่จะเป็นปัญหาตามมาก็คือ ระบบสาธารณูปโภคภายในเมือง โดยเฉพาะเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ซึ่งอาจไม่เพียงพอกับความต้องการ เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านแม่ทัพภาคคนใหม่จึงออกแบบระบบสาธารณูปโภคเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อใช้ในภาวะวิกฤตสงครามชายแดน โดยสั่งให้หน่วยทหารช่างขุดบ่อต่ออุโมงค์ เพื่อนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเข้ามาให้ประชาชนใช้โดยไม่ขาดแคลน ไม่เพียงแค่นั้น ท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ยังสั่งให้ทหารไปเคลียร์พื้นที่รอบกำแพงเมืองให้กลายเป็นพื้นที่โล่งกว้าง เพื่อให้ทหารช่างสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เอาไว้นอกค่ายอีกด้วย หลังจากสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ เขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ และเคลียร์พื้นที่รอบกำแพงเมืองให้กลายเป็นที่โล่งกว้างเรียบร้อยแล้ว ทหารทุกคนต่างก็เฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อว่า เมื่อไรกองทัพของข้าศึกจะเคลื่อนทัพมาถึง เพราะท่านมหาเสนาบดีกับท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ต่างวางแผนการรบเพื่อรับมือข้าศึกไว้อย่างเต็มที่แล้ว ในช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายกำลังเตรียมพร้อมสู้ศึกอยู่นั้น ก็มีข่าวสำคัญจากสายลับที่ฝังตัวอยู่ในแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือว่า ทางแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือยกกองกำลังทหารมามากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก เนื่องจากแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือต้องการแสดงแสนยานุภาพ ประกาศศักดาให้แคว้นอื่น ๆ รับรู้ว่า แคว้นของตนมีกำลังพลมากพอที่จะบุกตีแคว้นของพระราชาที่เพิ่งจะเสด็จขึ้นครองราชย์ ส่วนจุดประสงค์ของการบุกโจมตีในครั้งนี้ ก็เพราะต้องการที่จะครอบครองทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และทรัพย์สมบัติที่มีอยู่อย่างมากมายในแคว้นนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือยกไพร่พลมามากสักเพียงใด ท่านมหาเสนาบดีและท่านแม่ทัพภาคคนใหม่ก็ไม่รู้สึกหวั่นเกรง เพราะจัดวางกองกำลังทหารไว้อย่างรัดกุมและเพียงพอแล้ว เพื่อสนองพระบรมราโชบายที่ว่า “ศึกครั้งนี้จะต้องชนะสถานเดียว!” ระหว่างการเตรียมพร้อมนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็รอคอยคำตอบจากแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะว่าจะยอมยกทัพมาช่วยหรือไม่ด้วยท่าทีอันสงบนิ่ง ต่อมามีม้าเร็วนำข่าวมาบอกท่านมหาเสนาบดีว่า ทัพหน้าของข้าศึกเคลื่อนไพร่พลมาถึงบริเวณหน้าด่าน และตั้งป้อมค่ายแบบประจันหน้าเรียบร้อยแล้ว และทางฝ่ายแม่ทัพของข้าศึกกับนายทหารคนสนิทถึงกับลงทุนมาตรวจดูพื้นที่การรบด้วยตนเอง เมื่อเป็นดังนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ไม่รอช้า รีบนำกองกำลังทหารบางส่วนออกไปสำรวจทัพของฝ่ายข้าศึกในทันที หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีเดินทางไปถึงจุดที่พอจะสอดส่องความเคลื่อนไหวของกองทัพข้าศึกได้ ท่านก็พบว่า กำลังพลของข้าศึกกับกำลังพลที่มีอยู่ในมือของท่านต่างกันลิบลับ เพราะหากเปรียบเทียบเป็นอัตราส่วนระหว่างกำลังพลของท่านกับกำลังพลของฝ่ายข้าศึกแล้ว มีอัตราส่วนเท่ากับ ๑ ต่อ ๑๐ เลยทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นการรบทั่ว ๆ ไป บอกได้ว่า “ไม่น่ารอด”