ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ราชทูตผู้เฉียบขาด

หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑

PDF
ราชทูตผู้เฉียบขาด เจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจทรงนำท่านมหาเสนาบดีเข้าเฝ้าพระราชาและแนะนำตัวท่ามกลางที่ประชุมเสนาอำมาตย์ พร้อมทั้งมีพระราชดำรัสกับเหล่าเสนาอำมาตย์ถึงวัตถุประสงค์ที่ท่านมหาเสนาบดีเดินทางมาในครั้งนี้ แต่ด้วยความที่เหล่าเสนาอำมาตย์ของแคว้นนี้ ล้วนแต่เป็นข้าราชการอาวุโสที่รับราชการมานาน จึงมีความคิดความอ่านรวมถึงปฏิภาณไหวพริบที่ไม่ธรรมดา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เหล่าเสนาอำมาตย์รู้สึกไม่ไว้วางใจท่านมหาเสนาบดี เพราะไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้าย ดังนั้นจึงพยายามส่งสายตาที่ไม่เป็นมิตรมาข่มขู่ ข่มขวัญและกดดันท่านมหาเสนาบดีอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าท่านมหาเสนาบดีจะถูกกดดันสักเพียงใด ท่านก็ไม่มีอาการหวาดหวั่น ตรงกันข้ามท่านกลับสงบนิ่ง เยือกเย็น และยังคงมีท่วงท่าอันสง่างาม มั่นคงดุจขุนเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงลมใด ๆ ท่านกวาดสายตามองไปยังเหล่าเสนาอำมาตย์ทั้งหลายในที่ประชุมแห่งนั้น ด้วยดวงตาที่ฉายแววแห่งความกล้าหาญและทรงพลานุภาพ พร้อมทั้งเอ่ยวาจาด้วยเสียงดังกังวาน ชัดถ้อยชัดคำ และเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจว่า เหตุที่ท่านเดินทางมาสู่แคว้นนี้ก็เพื่อมายื่นข้อเสนอแห่งสันติภาพระหว่างแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชกับแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะ ให้จับมือเป็นแคว้นพันธมิตรกัน คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และไม่ทำสงครามกัน แต่ด้วยสถานการณ์ในเขตหัวเมืองชายแดนที่กำลังเข้าสู่จุดวิกฤตอยู่ในขณะนี้ ทางแคว้นพระราชาองค์ที่ออกบวชจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขอร้องและขอความช่วยเหลือจากแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะ ให้ช่วยเคลื่อนทัพไปโจมตีแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ เพื่อกดดันให้แคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือห่วงหน้าพะวงหลัง จนต้องยอมถอนกำลังทัพกลับไปยังแคว้นของตน ซึ่งหากเป็นดังนี้ ก็จะช่วยคลี่คลายความกดดันที่มีต่อแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชลงได้ในที่สุด เมื่อท่านมหาเสนาบดียื่นข้อเสนอดังกล่าวไปแล้ว เหล่าเสนาอำมาตย์และแม่ทัพนายกองต่างก็ปรึกษาและถกถามความเห็นของกันและกันจนอื้ออึงไปทั่วทั้งท้องพระโรง จากนั้นก็หันมาถามท่านมหาเสนาบดีว่าแคว้นของตนจะได้ประโยชน์อะไรจากการเคลื่อนทัพไปช่วยแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชในครั้งนี้ เมื่อท่านมหาเสนาบดีถูกยิงคำถามมาเช่นนั้น ท่านก็ชี้แจงทั้งเหตุและผลอย่างแยบคายว่า หากแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะยอมยกทัพไปช่วยโจมตีหรือกดดันแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือให้ยอมถอยทัพกลับไปก็จะเกิดความเป็นไปได้ ๒ ประการ ที่ล้วนแต่เอื้อประโยชน์แก่แคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะทั้งสิ้น ประการที่ ๑ หากแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะยกทัพไปโจมตีแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ แล้วแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือไม่ยอมถอยทัพกลับไป ยังคงฝืนทำสงครามกับแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชต่อ ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่แคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะจะได้เปรียบในการโจมตีหัวเมืองของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือให้พ่ายแพ้ได้ง่าย เพราะกำลังทหารของแคว้นนี้ถูกแบ่งไปสู้รบกับแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช เมื่อเป็นเช่นนี้ แคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะก็สามารถฉวยโอกาสอันมีค่านี้ ไล่โจมตีหัวเมืองชายแดนของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓-๔ เมือง แล้วยึดครองเป็นอาณาจักรของตนเองได้อย่างสบาย ๆ ประการที่ ๒ ถ้าหากแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือยอมถอนกำลังกลับไปยังเมืองของตนเอง คือ ยกเลิกการบุกโจมตีแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช แต่ยกทัพกลับไปตั้งรับ ทางแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะก็สามารถถอยทัพกลับได้ และทุกฝ่ายก็จะได้รับสันติภาพและสันติสุข หากแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือคิดจะแก้แค้นหรือรุกรานแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะบ้าง แคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชในฐานะแคว้นพันธมิตรก็จะไม่นิ่งดูดาย จะยกกองทัพมาช่วยเหลืออย่างเต็มอัตราศึกเช่นเดียวกัน ถึงแม้ท่านมหาเสนาบดีชี้แจงข้อเสนออันชาญฉลาด ซึ่งเป็นทางมาแห่งสันติภาพและเอื้อประโยชน์แก่แคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะชนิดที่เรียกว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเช่นนี้แล้ว แต่ทางฝ่ายเสนาอำมาตย์ที่อยู่ในท้องพระโรงก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอยู่ดี ในช่วงนั้นเอง พระราชาก็ตรัสขึ้นท่ามกลางที่ประชุมว่า “ถ้าทางเราจะขอหัวเมืองชายแดนของท่านที่อยู่ติดกับแคว้นของเราสัก ๒-๓ เมือง เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการเคลื่อนทัพครั้งนี้จะได้หรือไม่” พระราชดำรัสของพระราชาถือเป็นการหยั่งเชิงที่วัดความสามารถทางการทูตของท่านมหาเสนาบดีได้อย่างดียิ่ง อีกทั้งยังเป็นคำถามที่ต้องใช้สติปัญญาในการตอบขั้นสูงเลยทีเดียว เพราะหากตอบได้ดีก็จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์นี้ไปได้ แต่ถ้าตอบไม่ดี ไม่เป็นที่พอพระราชหฤทัย การเจรจาขอความช่วยเหลือในครั้งนี้อาจจะกลายเป็นการก่อศัตรูที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งเลยทีเดียว หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีรับฟังข้อเสนอจากพระราชาแล้ว ก็กล่าวถ้อยคำที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนและหนักแน่นท่ามกลางที่ประชุมว่า การที่ตัวท่านมาทำหน้าที่เป็นทหารรับใช้ชาติบ้านเมืองนี้ วัตถุประสงค์หลักก็คือ การปกป้องแผ่นดินทุกตารางนิ้วไม่ให้ตกไปเป็นของใคร ดังนั้นข้อเสนอที่จะให้สละดินแดนส่วนน้อยเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่เอาไว้นั้น ท่านคงไม่สามารถรับข้อตกลงนี้ได้ แต่สิ่งที่ทางแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชสามารถหยิบยื่น ให้ได้มากที่สุดก็คือ “สัจจะและสันติภาพเท่านั้น!” เมื่อพระราชาทรงได้รับคำตอบที่กล้าหาญและจริงใจอย่างถึงแก่นเช่นนี้ จึงตรัสตอบท่านมหาเสนาบดีอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่าขอเวลาในการตัดสินใจเรื่องนี้อีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในการต่อรองแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็รีบเดินทางกลับ เพื่อถวายรายงานความคืบหน้าให้พระราชาองค์ที่ออกบวชทรงทราบในทันที แต่ก่อนออกเดินทางกลับมายังแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช ท่านมอบหมายให้ขุนพลคู่ใจคนสนิทพักประจำการอยู่ที่แคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับเจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจและคอยส่งข่าวความคืบหน้ากลับมายังแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวช ขุนพลคนสนิทของท่านมหาเสนาบดีผู้นี้ ต่อไปจะกลายเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับเจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจ และเมื่อเจ้าชายเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระราชาผู้ปกครองแคว้นแล้ว ขุนพลท่านนี้ก็มีบทบาทสำคัญในการไปช่วยสร้างวัดที่แคว้นของพระราชาผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจ