ปลดแม่ทัพภาค
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑
ปลดแม่ทัพภาค
หลังจากนั้นนายทหารชั้นผู้ใหญ่กลุ่มนี้ก็ส่งตัวแม่ทัพผู้มีความจงรักภักดีผู้หนึ่ง พร้อมกับกำลังทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางถือคำสั่งไปปลดแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนเก่า หรือแม่ทัพจอมขี้เกียจที่เคยเป็นหัวหน้าของท่านมหาเสนาบดีออกจากตำแหน่ง พร้อมกับแต่งตั้งให้แม่ทัพผู้มีความจงรักภักดีทำหน้าที่แทน
เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายลง เหล่าเสนาบดีจึงจัดพิธีเฉลิมฉลองและสถาปนาพระราชโอรสให้ขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พสกนิกรทั้งหลายดีอกดีใจมาก จึงพากันช่วยตระเตรียมงานเฉลิมฉลองพระราชาองค์ใหม่อย่างคึกคักไปทั่วทั้งเมืองเลยทีเดียว แต่ทว่าในระหว่างที่เรื่องราวกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นนั้น จู่ ๆ เรื่องวุ่นวายบางอย่างก็พลันเกิดขึ้นอีกจนได้ คือมีพัศดีหรือผู้คุมคุกบางคนรับสินบนจากเสนาบดีผู้ฉ้อฉล แล้วปล่อยเสนาบดีผู้ฉ้อฉลให้หนีออกไปนอกเมืองพร้อมกับครอบครัว และกำลังพากันมุ่งหน้าออกไปทางหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
หลังจากที่เสนาบดีผู้ฉ้อฉลหลบหนีออกจากคุกไปได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ของเสนาบดีของพระราชาองค์ที่ออกบวชก็รีบนำเรื่องนี้มากราบบังคมทูลพระราชาในทันที ทำให้ทรงมีความกังวลพระราชหฤทัยมาก เพราะ ณ ช่วงเวลานั้น แม่ทัพผู้มีความจงรักภักดีที่ทางส่วนกลางหมายมั่นปั้นมือจะให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนใหม่ ยังไปไม่ถึงเขตหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางเพื่อนำคำสั่งปลดจากส่วนกลางไปยื่นให้แม่ทัพคนเก่า
ดังนั้น ถ้าหากเสนาบดีผู้ฉ้อฉลเดินทางไปถึงหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือก่อนที่คำสั่งปลดแม่ทัพภาคคนเก่าจะไปถึง เสนาบดีผู้ฉ้อฉลก็จะสามารถควบคุมกองกำลังทหารในภาคตะวันตกเฉียงเหนือได้ทั้งหมดโดยปริยาย และจะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาอีกมากมายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เสนาบดีผู้ฉ้อฉลพร้อมกับครอบครัวกำลังเร่งรีบหลบหนีไปยังหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ท่านมหาเสนาบดีก็อาสาไปตามจับเสนาบดีผู้นั้นด้วยตนเอง เพราะท่านเชี่ยวชาญเส้นทางและพื้นที่แถบนั้นมาก อีกทั้งยังได้วางเครือข่ายสายงานของท่านไว้ที่หัวเมืองชายแดนแห่งนั้นเป็นอย่างดี
ท่านมหาเสนาบดีรีบออกเดินทางไปยังหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นทันที โดยเร่งเดินทางทั้งกลางวันกลางคืนอย่างไม่ลดละ เพื่อจะไปให้ถึงหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นก่อนที่เสนาบดีผู้ฉ้อฉลจะไปพบกับแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนเก่า
ในระหว่างที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังเดินทางนั้น ท่านก็ส่งข่าวไปยังหน่วย ฉก. (เฉพาะกิจ) ของท่านที่ประจำการอยู่ที่เขตหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นว่า ให้ทุกคนคอยเฝ้าติดตามสืบหาดูว่า เสนาบดีผู้ฉ้อฉลจอมกบฏเดินทางไปถึงไหนแล้ว ถ้าหากเจอตัวก็ให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ห่าง ๆ แล้วรีบส่งข่าวมารายงานให้ท่านทราบเป็นระยะ ๆ ในขณะเดียวกันก็ให้คอยตามประกบตัวแม่ทัพภาคจอมขี้เกียจไว้ตลอดเวลา ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรให้รีบส่งข่าวมารายงานให้ท่านทราบด้วยเช่นกัน
หลังจากที่เสนาบดีผู้ฉ้อฉลเดินทางไปถึงเขตหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว ก็รีบเข้าไปยังจวนของแม่ทัพภาคจอมขี้เกียจคนนั้นด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจว่า ในที่สุดเราก็รอดแล้ว และต่อไปเราจะสั่งการให้เปิดประตูเมืองต้อนรับกองทัพของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ เพื่อยกทัพบุกขยี้เมืองหลวงของแคว้นพระราชาองค์ที่ออกบวชให้ราบคาบไปเลย
แต่ในขณะที่เสนาบดีผู้ฉ้อฉลกำลังเข้าไปในจวนของแม่ทัพภาคจอมขี้เกียจนั้น เขาก็พลันเกิดอาการตกใจอย่างสุดขีด เพราะบุคคลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แม่ทัพภาคจอมขี้เกียจอย่างที่คิดเอาไว้ แต่กลับเป็นท่านมหาเสนาบดีผู้พิทักษ์แว่นแคว้นที่คอยขัดขวางแผนการร้ายของเขานั่นเอง
ทันทีที่เสนาบดีผู้ฉ้อฉลเห็นหน้าท่านมหาเสนาบดี ก็รู้ตัวในทันทีว่า ตัวเองชะตาขาดเสียแล้ว เมื่อเสนาบดีผู้ฉ้อฉลไม่อาจหลบเลี่ยงไปทางไหนได้ จึงทำเป็นแกล้งยอมแพ้แต่โดยดี พร้อมกับยื่นข้อเสนอต่อรองกับท่านมหาเสนาบดีว่า ขอให้ท่านมหาเสนาบดีปล่อยตัวภรรยาและลูกของตนกลับไปยังแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ เพราะพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าหากท่านมหาเสนาบดียอมปล่อยตัวภรรยาและลูกของตนไป ก็จะยอม เปิดเผยรายชื่อข้าราชการที่รับสินบน รวมถึงรายชื่อสายลับทั้งหมด
เมื่อท่านมหาเสนาบดีรับฟังข้อเสนอของเสนาบดีผู้ฉ้อฉลแล้ว ก็เห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงของแว่นแคว้น ท่านจึงตอบตกลงรับข้อเสนอ
จากนั้น เสนาบดีผู้ฉ้อฉลก็แสร้งทำเป็นเดินเข้ามาใกล้ ๆ ในระยะประชิด พร้อมกับทำทีท่าเหมือนจะมอบตัวต่อท่านมหาเสนาบดี แต่ทันใดนั้นเขาก็ชักมีดอันคมกริบออกมา แล้วจ้วงแทงไปที่ลำตัวของท่านมหาเสนาบดีอย่างสุดแรงเกิด จนทำให้เสื้อเกราะหนังของท่านมหาเสนาบดีถึงกับทะลุเป็นรูเลยทีเดียว แต่ทว่าความคมของมีดกลับไม่สามารถทำให้ผิวของท่านมหาเสนาบดีเกิดความระคายเคืองได้เลยแม้แต่น้อย เพราะท่านมหาเสนาบดีมีวิชาอยู่ยงคงกระพันคุ้มครองกายอยู่นั่นเอง
เมื่อท่านมหาเสนาบดีถูกเสนาบดีผู้ฉ้อฉลลอบทำร้ายทีเผลอเช่นนั้น ท่านจึงสั่งสอนด้วยการบริจาคทั้งมือ เท้า เข่า ศอก โดยไม่ยั้ง จนเสนาบดีผู้ฉ้อฉลถึงกับสิ้นฤทธิ์ลงไปนอนกองกับพื้น จากนั้นท่านมหาเสนาบดีก็สั่งให้จับกุมตัวภรรยาและลูกของเสนาบดีผู้ฉ้อฉลเอาไว้ เพื่อเจรจาต่อรองแลกข้อมูลสำคัญ
หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีสามารถจับกุมตัวเสนาบดีผู้ฉ้อฉลและแม่ทัพภาคจอมขี้เกียจเข้าคุกได้แล้ว ก็มีสายลับรายงานข่าวมาถึงแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนใหม่ว่า ขณะนี้ทางแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือที่ยกทัพมาประชิดเขตชายแดนอยู่นั้น กำลังเคลื่อนทัพลงมาใกล้ด่านหน้าของหัวเมืองชายแดนแห่งนี้แล้ว โดยมุ่งหวังจะบุกเข้าโจมตีในโอกาสต่อไป
ด้วยเหตุนี้ ท่านมหาเสนาบดีกับแม่ทัพภาคคนใหม่จึงร่วมมือกันจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับตั้งรับศึกใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยสั่งการให้เหล่าทหารเสริมคันคูให้สูงขึ้น พร้อมกับซ่อมแซมป้อมค่ายทุก ๆ ด้าน ให้แข็งแรง และจัดเวรยามตรวจตราดูคนเข้าออกประตูเมืองอย่างเข้มงวดอีกด้วย
เมื่อภาวะบ้านเมืองกำลังล่อแหลมต่อภัยสงครามเช่นนี้ พวกชาวบ้านที่อยู่บริเวณแนวตะเข็บชายแดนจึงต่างรีบหอบลูกจูงหลานหนีเข้ามาอยู่ในเขตกำแพงเมืองกันทั้งหมด
ภาวะเช่นนี้ทำให้บรรยากาศภายในหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือเต็มไปด้วยความกดดันและตึงเครียดอย่างมาก เพราะทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับศึกใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ในระหว่างที่บ้านเมืองตกอยู่ท่ามกลางภาวะที่ตึงเครียด พระราชาองค์ที่ออกบวชก็มีพระบรมราชโองการให้เรียกตัวท่านมหาเสนาบดีกลับไปยังเมืองหลวงเร็วที่สุด เพื่อรับตำแหน่งข้าหลวงพิเศษไปทำหน้าที่ราชทูตหรือเป็นผู้แทนพระองค์ในการเดินทางไปยังแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะ
สาเหตุที่พระราชาตัดสินพระราชหฤทัยเช่นนี้ เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า ท่านมหาเสนาบดีมีความคุ้นเคยกับแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะพอสมควร อีกทั้งเจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจกับเหล่าเสนาอำมาตย์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ในแคว้นนั้นต่างรู้จักท่านมหาเสนาบดีกันทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ ท่านมหาเสนาบดีจึงรีบสั่งการให้เหล่าขุนพลนายทหารที่อยู่ในหน่วย ฉก. ของท่านทำหน้าที่รักษาการควบคุมดูแลทหารหน่วยต่าง ๆ แทนหัวหน้าคนเก่า แล้วตัวท่านก็รีบเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมขุนพลคนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้น
หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีเดินทางกลับไปยังเมืองหลวง และได้รับตำแหน่งข้าหลวงพิเศษแล้ว ท่านก็รีบเดินทางไปยังแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางศิลปะพร้อมกับขุนพลคนสนิททันที เมื่อถึงแคว้นนั้นแล้ว ท่านก็รีบไปขอเข้าเฝ้าเจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจ เพื่อกราบทูลขอความช่วยเหลือเรื่องการยุติสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้
ทันทีที่เจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจทรงทราบข้อมูลอย่างชัดเจนทั้งหมดแล้ว พระองค์ทรงแสดงความเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก พระองค์คงไม่สามารถตัดสินพระราชหฤทัยได้โดยลำพัง ต้องนำเรื่องเข้าไปกราบทูลพระราชาและแจ้งให้เหล่าเสนาอำมาตย์ในที่ประชุมทราบก่อน จากนั้นเจ้าชายผู้ทรงมีศิลปะในหัวใจก็ทรงนำท่านมหาเสนาบดีเข้าสู่ที่ประชุมในท้องพระโรงทันที