ข่าวใหญ่
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑
ข่าวใหญ่
อยู่มาวันหนึ่ง มีข่าวใหญ่ซึ่งถือเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นระทึกใจแพร่สะพัดเข้าไปในโรงเรียนเตรียมทหารจนเกิดความคึกคักโกลาหลไปทั้งโรงเรียน
ข่าวที่สร้างความคึกคักโกลาหลแก่เหล่านักเรียนเตรียมทหารทุกคนไม่เว้นแม้แต่ท่านมหาเสนาบดีก็คือข่าวการเสด็จมาเยี่ยมชมการฝึกนายทหารรุ่นใหม่ของพระราชาและพระราชโอรส พร้อมด้วยเหล่าเสนาอำมาตย์และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข่าวนี้นอกจากทำให้ท่านมหาเสนาบดีตื่นเต้นที่จะได้พบกับพระราชาและพระราชโอรสแล้วท่านยังรู้สึกเหมือนมีแรงกดดันแบบลึก ๆ ปะทุขึ้นในใจ
สาเหตุที่ทำให้ท่านมหาเสนาบดีรู้สึกเช่นนี้ ก็เพราะหนึ่งในข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ตามเสด็จมาในครั้งนี้ก็คือคุณพ่อของท่าน ท่านจึงคิดว่า ในวันที่พระราชาและพระราชโอรสเสด็จมาเยี่ยมชมการฝึกของเหล่านักเรียนเตรียมทหาร ท่านจะต้องตั้งใจแสดงความสามารถให้ดียิ่งกว่าดีที่สุด เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ และไม่ทำให้วงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียงเพราะตัวท่าน ด้วยเหตุนี้ท่านมหาเสนาบดีจึงเร่งฝึกซ้อมอย่างหนัก
เมื่อวันที่ทุกคนรอคอยมาถึง ขบวนเสด็จของพระราชาและพระราชโอรสที่ประกอบไปด้วยเหล่าเสนาอำมาตย์และข้าราชการทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งมีคุณพ่อของท่านมหาเสนาบดีรวมอยู่ด้วย ก็มาถึงโรงเรียนเตรียมทหาร
ทันทีที่พระราชาและพระราชโอรสเสด็จประทับที่พระที่นั่งชั้นบนสุด เพื่อทอดพระเนตรการฝึกซ้อมของเหล่านักเรียนเตรียมทหาร การแสดงชุดที่หนึ่งของนักเรียนเตรียมทหารหลักสูตรปกติก็เริ่มต้นขึ้น การแสดงชุดนี้แสดงถึงความเป็นระเบียบพร้อมเพรียงที่ฝึกหัดมา เช่น การเดินสวนสนาม การแปรแถว การตั้งแถว รวมไปถึงยุทธวิธีในการรบ การจัดกระบวนทัพ และการต่อสู้ต่าง ๆ
จนกระทั่งมาถึงช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงพิเศษสุดของงานนี้ คือ ช่วงแสดงฝีมือของนักเรียนเตรียมทหารหลักสูตรพิเศษ ซึ่งมีทั้งการแสดงยุทธวิธีในการรบพุ่งรูปแบบพิเศษต่าง ๆ รวมถึงการแปรขบวนและการจัดทัพที่หาชมได้ยาก ซึ่งกลุ่มนักเรียนเตรียมทหารหลักสูตรพิเศษก็แสดงฝีไม้ลายมือได้อย่างไร้ที่ติเลยทีเดียว
ในขณะที่นักเรียนเตรียมทหารหลักสูตรพิเศษกำลังแสดงความสามารถเฉพาะพระพักตร์ของพระราชาและพระราชโอรสอยู่นั้น ท่านมหาเสนาบดีก็แอบมองไปที่พระราชโอรส ซึ่งกำลังประทับอยู่บนพระที่นั่งชั้นบนสุด
ทันทีที่ท่านมหาเสนาบดีเห็นพระราชโอรส ก็เกิดความรู้สึกชื่นชมและเลื่อมใสในบุญลักษณะของพระองค์ขึ้นมาในบัดดล ที่เป็นเช่นนี้เพราะพระราชโอรสทรงเพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติที่งดงาม คือ พระฉวีวรรณผุดผ่อง แลดูเปล่งปลั่งอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีพระราชอิริยาบถที่สง่างามและเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาอย่างยิ่ง
ด้วยความที่ท่านมหาเสนาบดีมีอุปนิสัยช่างสังเกตอยู่แล้ว ดังนั้นสำหรับพระราชโอรสที่ท่านสนใจ ท่านจึงไม่พลาดทุกรายละเอียดอย่างแน่นอน
เมื่อท่านมหาเสนาบดีสังเกตดูสีพระพักตร์และแววพระเนตรของพระราชโอรส ก็พบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่สะดุดใจ คือไม่ว่าบรรยากาศโดยรวมในสนามฝึกจะสร้างความตื่นเต้นฮือฮาและเร้าใจแค่ไหนก็ตาม แต่สีพระพักตร์และแววพระเนตรของพระราชโอรสกลับยังคงเรียบเฉย ไม่แสดงออกถึงอาการยินดียินร้ายใด ๆ
เมื่อท่านมหาเสนาบดีเห็นเช่นนั้น ท่านก็ไม่มองผ่าน กลับยิ่งพยายามค้นและมองเข้าไปในพระราชหฤทัย เพื่อให้เห็นความหมายในแววพระเนตรของพระราชโอรสให้ได้ว่า ทำไมพระองค์ถึงทรงนิ่งเฉยเช่นนั้น แต่ไม่ว่าท่านมหาเสนาบดีจะพยายามค้นหาเท่าไร ก็หาคำตอบไม่ได้
จากเหตุการณ์นี้ กลายเป็นปมปริศนาที่ติดค้างอยู่ในใจของท่านมหาเสนาบดีว่า ทำไมแววพระเนตรของพระราชโอรสจึงดูเย็นชาเช่นนั้น ทรงมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายพระราชหฤทัยหรือ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ท่านมหาเสนาบดีก็ทำได้เพียงตั้งคำถามอยู่ในใจเท่านั้น
หลังจากที่นักเรียนเตรียมทหารทุกคนแสดงยุทธวิธีการรบกันอย่างสุดฝีมือทุกกระบวนท่าแล้ว ก็ปรากฏว่า พระราชาพึงพอพระราชหฤทัยในการแสดงครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับ ก็เสด็จลงมาตรวจเยี่ยมแถวนักเรียนเตรียมทหารพร้อมด้วยพระราชโอรส และมีพระราชดำรัสชื่นชมนักเรียนเตรียมทหารบางคน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีท่านมหาเสนาบดีรวมอยู่ด้วย ทำให้ท่านมหาเสนาบดีมีความรู้สึกภาคภูมิใจและปลื้มปีติมากที่พระราชาตรัสชมท่าน เพราะสิ่งนี้ถือเป็นเกียรติประวัติและเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาแก่คุณพ่อของท่านผู้เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ตามเสด็จมาในครั้งนี้ด้วย
ภายหลังจากพระราชาเสด็จกลับแล้ว นักเรียนเตรียมทหารชุดพิเศษทุกคนก็ฝึกฝนกันอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วงตามหลักสูตรพิเศษที่ทางกองทัพกำหนดไว้ ซึ่งในระหว่างการฝึกนั้น พระราชาและพระราชโอรสก็เสด็จมาทอดพระเนตรหลายครั้ง จนทำให้ท่านมหาเสนาบดีเกิดความคุ้นเคยกับพระราชโอรสในระดับหนึ่ง
แต่ถึงกระนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ยังคงสังเกตเห็นว่า พระราชโอรสยังทรงรู้สึกนิ่งเฉยต่อการฝึกของเหล่านักเรียนเตรียมทหารชุดพิเศษ ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็ยังมองไม่ออกว่า ทำไมพระองค์จึงไม่ทรงยินดียินร้ายในสิ่งเหล่านี้เลย