ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ชาติกำเนิด

หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑

PDF
ชาติกำเนิด ท่านมหาเสนาบดีถือกำเนิดในตระกูลข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่รับราชการอยู่ในแคว้นของพระราชาองค์ที่ออกบวชอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ของท่าน ซึ่งทำงานเป็นเสนาบดีในรัชสมัยของพระอัยกา (ปู่) ของพระราชาองค์ที่ออกบวช การรับราชการหรือการสนองงานรับใช้ใกล้ชิดพระราชาในระดับแนวหน้านี้ นับเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของตระกูลของท่านมหาเสนาบดีเลยก็ว่าได้ ดังนั้น บรรพบุรุษในตระกูลของท่านจึงสืบทอดความภาคภูมิใจที่ได้สนองงานรับใช้ใกล้ชิดพระราชามาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ จนกระทั่งมาถึงรุ่นคุณพ่อของท่านมหาเสนาบดีก็ได้รับราชการเป็นข้าหลวงผู้แทนพระองค์ ทำหน้าที่เดินทางไปตรวจราชการตามหัวเมืองต่าง ๆ ในสมัยของพระราชบิดาของพระราชาองค์ที่ออกบวชด้วยเช่นกัน เมื่อมาถึงรุ่นหลาน ก็มีผู้สืบทอดอุดมการณ์และความภูมิใจของวงศ์ตระกูล ซึ่งผู้สืบทอดก็คือ ท่านมหาเสนาบดีที่เป็นตัวเอกของเรื่องนี้ ท่านมหาเสนาบดีในพุทธันดรที่แล้วไม่ได้เกิดเป็นลูกชายคนเล็กเหมือนในภพชาติปัจจุบัน แต่ท่านเกิดเป็นลูกคนกลาง ๆ ในจำนวนพี่น้องหลายคน และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ท่านเป็นเด็กอัศจรรย์ที่ทุกคนในบ้านรักมากเพราะท่านไม่ค่อยร้องไห้ ไม่งอแง เนื่องจากท่านสามารถสอนตัวเองได้ตั้งแต่เด็ก โดยมีความรู้สึกลึก ๆ ในใจเสมอว่าไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ต้องมาคอยเป็นห่วงหรือกังวลในตัวท่าน เมื่อท่านมหาเสนาบดีเติบใหญ่ขึ้น ด้วยความที่พี่ชายของท่านบางคนต้องออกไปทำงานกับคุณพ่อ และบางคนต้องออกไปเรียนหนังสือ ท่านจึงทำหน้าที่เสมือนพี่ใหญ่ที่แสนดีคอยช่วยคุณแม่ดูแลน้อง ๆ อยู่ที่บ้านด้วยความเต็มอกเต็มใจและภาคภูมิใจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ทั้งยังมีวิสัยทัศน์และความรับผิดชอบที่เหนือชั้นกว่าเด็กทั่วไปที่อยู่ในวัยเดียวกัน แม้ว่าท่านมหาเสนาบดีทำหน้าที่เป็นเสมือนพี่ใหญ่ของน้อง ๆ ที่บ้านก็ตาม แต่ทันทีที่พี่ ๆ กลับมาถึงบ้าน ท่านก็รู้บทบาทและหน้าที่ของตัวเอง โดยทำตัวเป็นน้องชายที่น่ารักน่าเอ็นดูของพวกพี่ ๆ คือ ไม่เคยดื้อหรือถืออภิสิทธิ์เลยว่า ท่านเป็นลูกชายคนโปรดหรือเป็นลูกชายสุดที่รักของคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมท่านมหาเสนาบดีจึงเป็นที่รักของบรรดาพี่น้องทุก ๆ คน นอกจากนี้ ท่านมหาเสนาบดียังเป็นเด็กที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนมาก แม้ว่าท่านจะเป็นถึงลูกหลานของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แต่ท่านก็ไม่เคยถือตัว ไม่เคยวางก้าม และไม่เคยอวดเบ่งกับเพื่อน ๆ หรือแม้แต่กับบริวารที่คอยรับใช้ท่าน ท่านให้เกียรติ ไม่ข่มเหง และให้ความสนิทสนมเป็นกันเองกับทุกคน ด้วยความที่ท่านมหาเสนาบดีเป็นเด็กที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนชนิดที่หาตัวจับยากนี่เอง จึงทำให้ท่านเป็นที่รักของเหล่าพวกพ้องบริวารรวมถึงบุคคลรอบข้าง ที่สำคัญท่านยังมีคุณธรรมในเรื่องความเคารพสูงมาก เพราะท่านสั่งสมสิ่งนี้จนกลายเป็นอุปนิสัยที่ติดตัวมาหลายภพหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเคารพในพระธรรม ความเคารพในพระสงฆ์ ความเคารพในการศึกษา ความเคารพในสมาธิ ความเคารพในความไม่ประมาท และความเคารพในการปฏิสันถาร ดังนั้น ทันทีที่คุณพ่อคุณแม่ของท่านถ่ายทอดคุณธรรมเรื่องความเคารพให้ เช่น สอนให้เคารพพี่ ๆ ท่านจึงสามารถเข้าใจได้อย่างง่าย ๆ อีกทั้งยังสามารถนำมาต่อยอดและฝึกฝนพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป นอกจากนี้ ท่านมหาเสนาบดียังมีอุปนิสัยพิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือ มีความใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษาในเรื่องราวต่าง ๆ อยู่เสมอ ถ้าท่านสงสัยหรืออยากรู้เรื่องอะไร ท่านจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแสวงหาคำตอบในเรื่องนั้นมาให้ได้ ด้วยความที่ท่านมหาเสนาบดีเป็นคนที่ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาในเรื่องราวต่าง ๆ อยู่เสมอนี้เอง จึงทำให้อัธยาศัยนี้กลายเป็นอุปนิสัยที่ติดตัวท่านข้ามภพข้ามชาติมาจนถึงชาติปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านชอบแสวงหาความรู้ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำในชาติปัจจุบัน และนำมาวิเคราะห์เจาะลึก เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ชนิดที่ใคร ๆ บนโลกนี้ก็ทำอย่างท่านได้ยาก คือเรียกได้ว่าท่านเป็นพหูสูตที่เปรื่องปราชญ์ที่สุดท่านหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับข้อมูลที่ท่านศึกษาค้นคว้านั้น แม้จะมีมากมายขนาดไหนก็ตาม แต่ท่านก็สามารถย่อยข้อมูลสรุปใจความให้เป็นประเด็นหลัก ๆ ได้ จากนั้นก็เอาข้อมูลส่วนที่เป็นหัวกะทินั้นมาสั่งสอนลูกศิษย์ทั้งหลายให้เกิดวิสัยทัศน์ตามท่านได้แบบง่าย ๆ อีกทั้งยังสามารถอธิบายคลี่คลายขยายความโดยพิสดาร ให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง โดยเปรียบเทียบเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้ง จนผู้ฟังเห็นภาพตามแบบฉากต่อฉาก และเกิดความเข้าใจประดุจดั่งบุคคลที่หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด ตามประทีปในที่มืด และบอกทางแก่คนหลงทาง เนื่องจากครอบครัวของท่านมหาเสนาบดีเป็นตระกูลขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ครอบครัวของท่านจึงมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในระดับต้น ๆ ของแคว้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่บ้านของท่านมักมีแขกทุกระดับแวะเวียนกันมาทำธุระหรือมาพักค้างอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนหรือลูกน้องของคุณพ่อ นายทหารระดับต่าง ๆ หรือแม้แต่เพื่อน ๆ ของพี่ ๆ ของท่านมหาเสนาบดีก็ตาม ในเวลาที่มีแขกซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหารมาที่บ้าน แขกเหล่านั้นมักนำเรื่องราวที่ได้ประสบพบเจอหรือวีรกรรมต่าง ๆ ที่น่าตื่นเต้นประทับใจมาพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งลีลาในการถ่ายทอดเรื่องราวของแขกแต่ละท่านก็มีหลากหลาย ตั้งแต่แบบสบาย ๆ ไปจนถึงขั้นดุเด็ดเผ็ดมันราวกับหนังบู๊หรือหนังแอคชั่นเลยทีเดียว ในระหว่างที่แขกผู้ใหญ่กำลังโม้หรือกำลังเล่าถึงประสบการณ์ในชีวิตอยู่นั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ชอบมาด้อม ๆ มอง ๆ แล้วมานั่งจุ้มปุก เพื่อฟังเรื่องราวสนุก ๆ จากพวกลุง ๆ อา ๆ หรือน้า ๆ ทหารอยู่เสมอ และไม่ว่าพวกเขาเล่าเรื่องอะไร ท่านมหาเสนาบดีก็ตั้งหน้าตั้งตาฟังด้วยความรู้สึกตื่นเต้น และมองด้วยแววตาเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความอยากรู้อยากเห็น และมีความรู้สึกร่วมกับเรื่องราวเหล่านั้นอย่างสุดใจ ถึงแม้ท่านมหาเสนาบดีมีอายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้ที่นั่งอยู่ในวงสนทนาก็ตาม แต่ด้วยความที่ท่านเป็นเด็กที่ชอบเข้าหาผู้ใหญ่ มีอัธยาศัยใฝ่รู้ และมีความเฉลียวฉลาด ท่านจึงได้รับความเอ็นดูและการยอมรับในวงสนทนาของลุง ๆ อา ๆ และน้า ๆ ทุกคน ในบรรดาเรื่องราวที่พวกแขกผู้ใหญ่เล่าทั้งหมด ท่านมหาเสนาบดีชอบฟังเรื่องการผจญภัยในป่ายามค่ำคืนมาก เพราะเรื่องทำนองนี้ชวนให้ตื่นเต้นลุ้นระทึกอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นท่านยังชอบฟังเรื่องราวประเภทโลดโผนโจนทะยาน การต่อสู้ การผจญภัยในที่ต่าง ๆ อีกด้วย ถ้าวันไหนแขกผู้ใหญ่เล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับอิทธิปาฏิหาริย์ วิชาอยู่ยงคงกระพัน หรือวิชาหนังเหนียว ฟันไม่เข้า ยิงไม่ออก หรือวิชาลวงข้าศึก บังหูบังตาให้ข้าศึกมองไม่เห็น ท่านมหาเสนาบดีก็จะหูผึ่ง เกิดความอยากรู้อยากเห็น ตื่นเต้น และสนใจมากเป็นพิเศษ อีกทั้งถ้าคนไหนคุยโม้โอ้อวดให้ฟังว่าไปร่ำเรียนวิชาพวกนี้มาจากที่ไหน จากอาจารย์ท่านใด และจะเอาไปใช้อย่างไร ก็ยิ่งทำให้ท่านมหาเสนาบดีอยากรู้อยากเห็นขึ้นไปอีก จากเรื่องเล่าของบรรดาทหารนี้เอง ได้กลายเป็นเรื่องราวประทับใจและฝังใจ ทำให้ท่านมหาเสนาบดีเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาว่า ถ้าโตขึ้นจะต้องไปศึกษาวิชาเหล่านี้ให้ได้ และเมื่อศึกษาแล้วก็จะต้องเก่งในระดับแนวหน้าคนหนึ่งให้ได้