สภาพสังคมสมัยพุทธันดรที่ผ่านมา
หลวงพ่อธัมมชโย · ตำนานข้ามชาติ คุณครูไม่เล็ก เล่ม ๑
สภาพสังคมสมัยพุทธันดรที่ผ่านมา
ย้อนไปในพุทธันดรที่ผ่านมา ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ยังมีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และประชากรโลกส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ส่วนลัทธิความเชื่ออื่น ๆ เช่น ลัทธิทรงเจ้าเข้าผีหรือลัทธิความเชื่อแบบเทวนิยมต่าง ๆ ก็มีอยู่บ้างในบางพื้นที่ที่ห่างไกลศูนย์กลางความเจริญของพระพุทธศาสนา
สำหรับสภาพสังคมในยุคนั้นเป็นสังคมเกษตรกรรม ชาวเมืองมีความเป็นอยู่แบบอิงกับธรรมชาติ ไม่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเหมือนในยุคปัจจุบัน มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน อยู่กันแบบพี่แบบน้อง และมีวัดพุทธเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน ส่วนการเดินทางไปไหนมาไหน ประชากรส่วนใหญ่อาศัยม้าและวัวเทียมเกวียนเป็นหลัก
สภาพดินฟ้าอากาศในยุคนั้นบริสุทธิ์กว่าในยุคปัจจุบัน คือ ไม่มีอากาศเสีย ไม่มีมลพิษ ฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารมีรสโอชาและมีคุณภาพดีกว่าในยุคปัจจุบันมาก ด้วยความที่อาหารมีคุณภาพดี สภาพอากาศก็ดี จึงทำให้มนุษย์ในยุคนั้นมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ในยุคปัจจุบันมาก
สภาพทางภูมิประเทศในยุคนั้นมีผืนดินกับผืนน้ำพอ ๆ กัน โดยพื้นที่ที่เป็นแผ่นดินมีความกว้างใหญ่และเชื่อมติดกัน ไม่แบ่งเป็นทวีปเล็กทวีปน้อยเหมือนยุคปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้นในบางพื้นที่ก็ยังมีเกาะแก่งอยู่บ้าง แต่ไม่กระจัดกระจายมากมายเหมือนในปัจจุบัน
การแบ่งเขตการปกครองในสมัยนั้นแบ่งเป็นแคว้นเล็กแคว้นใหญ่ บางแคว้นมีขนาดใกล้เคียงกับประเทศใหญ่ ๆ ประเทศหนึ่งในยุคนี้ แต่บางแคว้นก็มีขนาดเล็กเท่ากับจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยในยุคปัจจุบันเท่านั้น
ระบอบการปกครองในยุคนั้นส่วนใหญ่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ ซึ่งแต่ละแคว้นมีอิสระในการปกครองตนเองอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ในบางครั้งก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้แต่ละแคว้นกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนในยุคปัจจุบัน
นอกจากนั้น การบริหารบ้านเมืองของแต่ละแคว้นยังมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือ มีหน่วยราชการต่าง ๆ รับผิดชอบงานในแต่ละด้าน เช่น หน่วยงานทหารคอยดูแลความปลอดภัยของประชาชน หน่วยงานอากรทำหน้าที่เก็บภาษีจากประชาชน
ส่วนไพร่ฟ้าประชาชนของแต่ละแคว้นก็มีอาชีพที่หลากหลายคละกันไป ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ปลูกพืชผักผลไม้หรือเลี้ยงสัตว์ แต่มีประชาชนบางส่วนที่ประกอบอาชีพอื่น ๆ เช่น รับราชการหรือค้าขาย สำหรับการซื้อขายสินค้าในยุคนั้นใช้การแลกเปลี่ยนด้วยเงินตราเหมือนยุคปัจจุบัน
ในยุคนั้นมีแคว้นขนาดปานกลางอยู่แคว้นหนึ่ง เป็นแคว้นที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจควบคู่กับจิตใจ ทำให้แคว้นนี้เป็นแคว้นที่น่าอยู่ที่สุดแคว้นหนึ่งในยุคนั้น
สภาพบ้านเมืองในแคว้นนี้มีความสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน ตามถนนหนทางมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมอยู่เป็นระยะ ๆ ทำให้อากาศภายในแคว้นบริสุทธิ์ปราศจากมลพิษ
ประชาชนในแคว้นนี้ล้วนแต่มีความรักและศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง อีกทั้งยังชอบเข้าวัดปฏิบัติธรรม รักการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และชอบชวนกันสั่งสมบุญอยู่เป็นประจำ ตลอดจนชอบทำหน้าที่อุปัฏฐากพระ และดูแลวัดเป็นอย่างดีอีกด้วย
ด้วยความที่ไพร่ฟ้าประชาชนต่างมีศีลธรรมประจำใจนี้เอง จึงทำให้แต่ละคนต่างดำรงชีวิตอยู่บนพื้นฐานแห่งความถูกต้องและดีงาม ประกอบสัมมาอาชีวะ และเนื่องจากหน่วยงานราชการไม่ขูดรีดภาษี ทำให้ประชาชนในแคว้นนี้ต่างมีเงินเหลือเก็บ เพื่อเอาไว้ใช้ในการดำรงชีวิตและสั่งสมบุญสร้างบารมี
ส่วนการเดินทางไปไหนมาไหนในแคว้นนี้ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ก็สะดวกปลอดภัยทุกหนทุกแห่ง เพราะไม่มีโจรผู้ร้ายคอยดักจี้ปล้นระหว่างทาง ทำให้ประชาชนต่างอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
นอกจากประชาชนจะอยู่ในศีลในธรรมและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแล้ว พระภิกษุสามเณรภายในแคว้นนี้ต่างก็ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันอย่างเต็มที่ จนทำให้แต่ละรูปมีความแตกฉานทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา และวิชชาธรรมกาย
ด้วยเหตุนี้ พระภิกษุสามเณรทั้งหลายจึงสามารถเทศน์สอนมหาชนให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตได้อย่างแจ่มแจ้งและแจ่มชัด จนทำให้พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย แผ่ขยายไปทั่วแคว้น จนกลายเป็นแคว้นที่มีความเจริญทางพระพุทธศาสนาอย่างสูงสุดในยุคนั้น
นอกจากนั้น แคว้นนี้ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นดีมาก ทำให้ไม่ค่อยมีใครมารุกราน และด้วยความที่แคว้นนี้มีสัมพันธไมตรีที่ดีกับแคว้นอื่น ๆ จึงทำให้พวกพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ภายในแคว้นและนอกแคว้นมีความพึงพอใจมาก เพราะสามารถเดินทางไปมาติดต่อซื้อขายสินค้าหรือทำการค้าระหว่างแคว้นได้อย่างสะดวกง่ายดาย ที่สำคัญก็คือ พระภิกษุสามเณรสามารถเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ยังแคว้นต่าง ๆ ได้อย่างไม่ติดขัด ไม่ถูกกีดกันจากแคว้นรอบข้าง ทำให้พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ในสมัยนั้น มีความเจริญรุ่งเรืองและแผ่ขยายออกไปกว้างไกลอย่างยิ่ง
ความเจริญทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นในแคว้นแห่งนี้ ไม่ได้เกิดด้วยความบังเอิญ แต่เป็นเพราะแคว้นนี้มีพระราชาที่ดี คือ พระราชาองค์ที่ออกบวช เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นพระราชาที่ตั้งอยู่ในธรรม อีกทั้งยังทรงเพียบพร้อมไปด้วยพระปรีชาสามารถในการบริหารปกครองบ้านเมืองอย่างดีเยี่ยม ทำให้ไพร่ฟ้าประชาชนได้รับความสุขสบายกันถ้วนหน้า เหล่าพสกนิกรทุกคนจึงต่างพากันรัก เคารพ เทิดทูน และจงรักภักดีต่อพระองค์
สำหรับปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้พระองค์ทรงบริหารบ้านเมืองได้ดี ก็เพราะทรงมีมหาเสนาบดีคู่บุญคอยสนองพระราโชบาย