ที่สุดแห่งรักแท้ : วิธีปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าถึงรักแท้ภายใน
หลวงพ่อธัมมชโย · Lovely Love ความรักที่น่ารัก
วิธีปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าถึงรักแท้ภายใน
โดย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
เริ่มด้วยการนั่งขัดสมาธิอย่างสบายๆ โดยเอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วชี้ของมือขวาจรดนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนหน้าตักพอสบายๆ ตั้งกายและศีรษะของเราให้ตรง ถ้านั่งในท่านี้ไม่ถนัด ก็สามารถนั่งบนเก้าอี้หรือโซฟาได้ปรับท่านั่งของเราพอสบายๆ จนรู้สึกว่าลมหายใจและเลือดลมในตัวเดินได้สะดวก หลับตาของเราเบาๆ สบายๆ คล้ายๆ กับตอนที่เราใกล้จะหลับ
ต่อจากนั้นจึงสูดลมหายใจลึกๆ สักสองสามครั้ง หายใจเข้าลึกๆ จนลมเข้าไปสุดอยู่ในกลางท้อง และผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ในยามที่เราหายใจเข้า ให้เราทําความรู้สึกประหนึ่งว่าทุกอณูเซลล์ของร่างกายนั้น ได้รับเอาความสุขและความแช่มชื่นเบิกบานเข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม และเมื่อเราหายใจออก เราได้ปลดปล่อยความกังวลและความขุ่นข้องหมองใจทั้งหมดออกไปด้วย ใช้เวลาสักครู่หนึ่งในการปล่อยวางเรื่องราวต่างๆ จากนั้นจึงหายใจเป็นปกติเหมือนเช่นเดิม
เมื่อผ่อนคลายจิตใจแล้ว จึงเริ่มผ่อนคลายร่างกาย โดยผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกๆส่วน จากศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งเนื้อทั้งตัวของเราให้ผ่อนคลายโดยตลอด ไม่มีส่วนใดเกร็ง ตึง หรือเครียด จนกระทั่งเราสัมผัสได้ถึงความโล่ง โปร่ง เบาสบาย หลังจากนั้นทําใจให้เบิกบาน แช่มชื่น สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ทําให้ว่างๆ เป็นอิสระจากความคิดทั้งมวล ทําประหนึ่งว่าเรานั่งอยู่คนเดียวในอวกาศที่โล่งๆ กว้างๆ เต็ม เปี่ยมไปด้วยอิสระเสรีและสันติสุข แล้วจึงสมมติว่าภายในร่างกายของเรานั้นปราศจากอวัยวะทุกอย่าง เป็นที่โล่งๆ ว่างๆ กลวงภายใน เราอาจจะรู้สึกว่าร่างกายนั้นโปร่งเบาขึ้น และค่อยๆ กลืนหายไปกับบรรยากาศโดยรอบ
จากนั้นให้น้อมนําใจของเรามารวมไว้ที่ศูนย์กลางกาย ภายในกลางท้อง เหนือระดับสะดือขึ้นไปสองนิ้วมือ โดยไม่ต้องกังวลถึงตําแหน่งที่แน่นอนของศูนย์กลางกายมากจนเกินไป เพียงแค่รักษาใจให้หลวมๆอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลที่บริเวณกลางท้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆกับความผ่อนคลายของร่างกายและจิตใจ
เมื่อผ่อนคลายทั้งกายและใจดีแล้ว ให้เริ่มนึกถึงภาพภายในอย่างแผ่วเบา โดยนึกถึงดวงแก้วกลมใสบริสุทธิ์ ไม่มีตําหนิ ขนาดใดก็ได้ สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ใสเย็นเหมือนแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ นึกอย่างง่ายๆ สบายๆ ไม่ตั้งใจเค้นภาพจนเคร่งเครียด ไม่นึกแรงจนเกินไป ไม่ชัดเจนก็ไม่เป็นไร นึกเท่าที่นึกได้ แล้วก็รักษาใจให้สงบ หยุด นิ่ง นึกต่อเนื่องกันไป หากเผลอไปคิดเรื่องอื่น ให้ประคองใจไว้ด้วยบริกรรมภาวนาควบคู่กันไปด้วย โดยภาวนาในใจเบาๆ ให้เสียงของคําภาวนาดังออกมาจากกลางดวงแก้วใสๆในกลางท้องของเราอย่างช้าๆ ภาวนาคําว่า “สัมมา อะระหังๆ ๆ” ซึ่งแปลว่าทําใจให้ใสบริสุทธิ์ ห่างไกลจากความทุกข์ทั้งมวล หรือจะใช้คําว่า “ใส สว่างๆ ๆ” ก็ได้ ภาวนาไปเรื่อยๆ พร้อมกับตรึกนึกถึงดวงใสอย่างแผ่วเบาสบายจนกว่าใจจะหยุดนิ่ง แล้วเราจะทิ้งหรือลืมคําภาวนาไปเองโดยอัตโนมัติ เหลือเพียงภาพดวงแก้วใสๆ ปรากฏชัดที่กลางกายของเรา ให้มีสติรักษาภาพดวงใสๆ ไปอย่างแผ่วเบา สบายๆ อย่างเดียว ด้วยใจนิ่งๆ นุ่มๆ ละมุนละไม อย่างสม่ำเสมอ
ถ้ามีประสบการณ์ภายในอะไรที่แตกต่างไปจากการกําหนดบริกรรมนิมิตเกิดขึ้น อย่าไปตื่นเต้นหรือดีใจ ให้ทําใจเป็นปกติ มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเฉยๆ สบายๆ ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด ในที่สุดแล้ว ใจของเราก็จะหยุดนิ่ง ตั้งมั่นอยู่ที่ศูนย์กลางกาย แล้วจะตกหลุมหรือตกศูนย์ภายใน เหมือนตกหลุมอากาศ เป็นการตกหลุมรักตัวเอง อย่างที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน เราจะรู้ว่าตกหลุมรักคนอื่นนั้นมีปัญหา ทําให้กลุ้ม แต่ถ้าตกหลุมรักตัวเองแล้วความสุขจะเกิดขึ้น ดวงธรรมจะผุดเกิดขึ้น มีความดีงามบังเกิดขึ้นมาในใจ มีความสุขที่ยิ่งใหญ่ มีความสว่างโพลงขึ้นมา ใจจะสดใส เหมือนเราชําระล้างกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ เกลี้ยงเกลา เบิกบานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อเราได้รักษาใจให้สงบนิ่ง จนเข้าถึงความรักตัวเองเช่นนี้แล้ว ก่อนที่เราจะยุติการทําสมาธิ ให้เราแผ่เมตตาและความปรารถนาดี แบ่งปันความรักอันบริสุทธิ์ที่เราเข้าถึงนี้ไปทั่วโลก เริ่มจากประมวลรวมใจของเรานิ่งๆ ไปในกลางของกลางตัว ให้เราทําความรู้สึกว่า เรารัก ปรารถนาดีกับทุกคนในโลกประมวลรวมความรู้สึกที่ดีๆ รวมเป็นดวงใสสว่าง เป็นพลังแห่งความรักและความปรารถนาดี ต่อทุกๆชีวิต นึกเบาๆ ให้ดวงใสสว่างอันเป็นที่รวมความรู้สึกและพลังอันดีงามของเรานั้นขยายกว้างขวางออกไปรอบตัว ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ล่าง บน ออกไปพร้อมๆกันทุกทิศทาง เป็นดวงใจที่ปรารถนาอยากให้ทุกๆชีวิตนั้น พ้นทุกข์ พบสุขยิ่งๆขึ้นไป ปรารถนาอย่างยิ่งให้ทุกๆชีวิตได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุดคือวิธีการเข้าถึงความรักตนเองเหมือนอย่างเรา
ทําความรู้สึกขยายใจของเราที่เป็นดวงกลมใสนี้ ให้กว้างออกไปรอบตัว จนครอบคลุมตนเอง และบุคคลรอบข้าง ทั้งในที่ใกล้และที่ไกล ขยายครอบคลุมสถานที่ที่เราอยู่ แผ่ไพศาลกว้างใหญ่ออกไป เรื่อยๆจนเต็มฟ้าครอบ จนเรามีความรู้สึกว่า หัวใจของเรานั้นไร้ขอบเขต มีความรัก มีความปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมโลกทุกๆคน ในทุกๆทวีป ทุกแห่งทุกหนในโลก เป็นความรักสากลที่มอบให้แด่ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์