รักควรคู่ : บุพเพสันนิวาส
หลวงพ่อธัมมชโย · Lovely Love ความรักที่น่ารัก
บุพเพสันนิวาส
ความรักระหว่างบุคคลนั้น
ไม่ว่าจะบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
หรือค่อยๆ งอกงามอย่างช้าๆ
ล้วนมีเหตุมาจากบุพเพสันนิวาส
ความรักระหว่างบุคคลนั้น ไม่ว่าจะบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือค่อยๆ งอกงามอย่างช้าๆ ล้วนมีเหตุมาจากบุพเพสันนิวาส
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสอธิบายเอาไว้ว่าความรักเกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุ 2 ประการ
ประการแรกคือ บุคคลเคยอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ
และประการที่สองคือ ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน
เปรียบเสมือนดอกบัว...ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยทั้งโคลนตมและน้ําคือมีโคลนตมอย่างหนึ่ง พร้อมกับน้ําอีกอย่างหนึ่ง ดอกบัวจึงอาศัยเกิดขึ้นได้
ถ้าหากบุคคลเคยอยู่ร่วมกันมาในอดีตชาติ พอได้เจอกันแล้วก็จะถูกอกถูกใจกันเป็นพิเศษทีเดียว ดังเช่นพระบรมโพธิสัตว์ คือเจ้าชายสิทธัตถะกับพระนางพิมพานั่นเอง พระองค์สร้างบารมีร่วมกันมาหลายชาติโดยเฉพาะในสมัยที่พระโพธิสัตว์ถือกําเนิดเป็นสุเมธดาบส แต่เดิมในชาตินั้น ท่านทั้งสองก็ยังไม่เคยพบกันมาก่อน ท่านดาบสได้บําเพ็ญบารมี โดยนอนทอดร่างเป็นสะพานให้พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมทั้งเหล่าพระสาวก เดินข้ามแอ่งน้ําไป จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีปังกรได้ทรงพยากรณ์ว่า
ท่านสุเมธดาบสจะได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านามว่า “โคดม” ในอนาคต ขณะนั้นเองมีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งท่านสุเมธดาบสไม่ได้รู้จักมาก่อน หญิงนี้เกิดความนิยมชมชอบในตัวท่านดาบสจึงอธิษฐานว่า ถ้าท่านสุเมธดาบสไปเกิดในภพชาติใด ตนจะขอไปเกิดร่วมเป็นบาทบริจาริกาท่านสุเมธดาบสด้วย นางทําให้ท่านสุเมธดาบสหวั่นวิตกเพราะท่านหวังที่จะสร้างบารมีเพียงอย่างเดียวเกรงว่าจะมีเครื่องเหนี่ยวรั้งจากการครองเรือน
พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงชี้แนะว่าการสร้างบารมีของท่านสุเมธดาบสนั้น อาจประสบความยากลําบากหากทําตามลําพังโดยเฉพาะถ้าจะเป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า บางครั้งอาจต้องบําเพ็ญเพียรอยู่ตามป่าเขา ถ้ามีโยมอุปัฏฐากคอยหาผลไม้และดูแลสังขารให้ก็จะสะดวกขึ้น ท่านสุเมธดาบสจึงปล่อยเลยตามเลยทั้งๆ ที่แต่ก่อนก็ไม่ได้รู้จักกับหญิงนี้แต่เพราะนางอธิษฐานไปอย่างนั้นจึงได้มาเป็นคู่บุญ คู่บารมีสร้างบารมีร่วมกันเรื่อยมา จนกระทั่งในชาติสุดท้ายจึงแยกย้ายกันเข้าพระนิพพาน
เพราะฉะนั้นความรักความผูกพันอันเนื่องด้วยความดี ผูกพันกันมาข้ามภพข้ามชาติหลายชาติ แม้ชาติปัจจุบันก็ทําความผูกพันกัน สามีภรรยาจึงมีใจเดียวกัน มีความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นคนรู้ใจถนอมน้ําใจกัน แม้จากไปก็คิดถึงอาลัยอาวรณ์ผูกพัน
เพราะความดีทําให้ผูกพัน แปรเป็นความรักที่ซึ้งถึงบึ้งใจ บางคนมีจิตผูกพัน ได้อธิษฐานเอาไว้ในอดีตชาติว่า ขอให้พบเจอกับคู่ครองของตนทุกชาติ ดังนั้น พอเกิดมาชาติใหม่ ได้เจอกันก็รักกันเลยแม้บางคู่จะมีบุพเพสันนิวาสร่วมกัน แต่มิได้หมายความว่าชีวิตรักจะราบรื่น และมั่นคงเสมอไป
เมื่อครั้งเป็นหนุ่มเป็นสาวรักกันใหม่ๆ ต่างก็หวานชื่นต่อกันเพราะแต่ละฝ่ายต่างนําสิ่งดีๆ มาแสดงให้เห็นทําให้ติดอกติดใจ รักกันดื่มด่ำ
บ้างก็ชวนกันไปไหว้พระอธิษฐานจิตว่าเราจะต้องรักกันไปทุกชาติ พบกันทุกชาติเป็นคําอธิษฐานเมื่อยามรักกันใหม่ๆ แต่พอแต่งงานไปแล้วมักทุกข์ใจในภายหลังเพราะประพฤติตัวแตกต่างจากตอนเป็นแฟนกันอยู่ร่วมกันไปแล้วความรักความเสน่หาได้จืดจางลง ไม่เอาอกเอาใจเหมือนเดิมก็เริ่มคิดหาคู่ครองในอุดมคติคนใหม่เพราะคนเดิมอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าดึงดูดใจอีกต่อไป ปัญหาจึงเกิดเช่น มีปากมีเสียง ทะเลาะวิวาทกัน การที่คนเราอยู่ร่วมกันนั้นเหมือนใส่กําไลมือใส่อันเดียวไม่ดังแต่เมื่อใส่รวมกันหลายอันก็จะกระทบกันส่งเสียงดังอยู่ตลอดเวลา
การที่คู่ครองจะอยู่ร่วมกันได้นานหรือไม่นั้น นอกจากการทําบุญและการใช้ชีวิตร่วมกันมาในอดีตแล้วยังขึ้นอยู่กับเหตุที่ประกอบในปัจจุบัน ถ้าเราสังเกตพบว่าคู่ใดอยู่ด้วยกันอย่างผาสุกเป็นกัลยาณมิตรแนะนําสิ่งดีงามให้แก่กันและกัน คู่นั้นมักจะอยู่กันมายาวนานตั้งแต่กาลก่อน ภพชาติก่อนได้ผ่านการประคับประคองชีวิตคู่กันมาเป็นอย่างดี แต่สําหรับบางคู่ ทําบุญร่วมกันมาไม่มากพอหมดกระแสบุญเมื่อใดความรักก็จางหายไป ขึ้นอยู่กับว่าได้สร้างบุญร่วมกันมามากน้อยเพียงใด แม้ไม่จากเป็นด้วยการแยกทางกันก็จากตายคือล้มหายตายจากกันไป
เพราะฉะนั้น เนื้อคู่ที่จะอยู่ร่วมกันได้เป็นระยะเวลานานหรือสั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีบุญร่วมกันหรือไม่เป็นบุพเพสันนิวาสหรือปัจจุบันเกื้อกูลซึ่งกันและกันถ้าปัจจุบันไม่เกื้อกูลกันก็อยู่ด้วยกันไม่ยั่งยืน เราจึงควรศึกษาว่าความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร ความรักเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุสองประการดังกล่าวมาแล้วนั่นเอง