3 คุณยายผู้งามสง่า : ในใจมีแต่องค์พระ
หลวงพ่อธัมมชโย · คุณยายอาจารย์ · คุณยายInMyHeart6
ในใจมีแต่องค์พระ
ทุกวันนี้หากมีใครถามหลวงพ่อเกี่ยวกับเบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อจะต้องนึกย้อนไปถึงสมัยที่คุณยายทำหน้าที่เป็นผู้นำหมู่คณะนักสร้างบารมีในยุคบุกเบิกเสมอ ภาพการขุดดินก้อนแรกเพื่อสร้างวัดพระธรรมกายยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของหลวงพ่อ สมาชิกทุกคนล้วนมีความตั้งใจในการสร้างวัดให้ดีที่สุด และทุกครั้งที่มีการประชุมเกี่ยวกับการสร้างวัด คุณยายจะชักชวนให้หมู่คณะนั่งสมาธิร่วมกันก่อนเริ่มการประชุม ท่านมีกุศโลบายให้ทุกคนได้ประชุมพร้อมกันด้วยใจที่ใสบริสุทธิ์ หากในที่ประชุมเกิดมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน อย่างไรเสียก็ไม่มีใครใจขุ่นมัว
นอกจากนี้เมื่อนึกย้อนหลังไป หลวงพ่อยังรู้สึกอัศจรรย์ใจเพราะคุณยายไม่ใช่ผู้ชายที่มีโอกาสบวชเป็นพระภิกษุ แต่เมื่อท่านนั่งหลับตาทำสมาธิเฉยๆ ญาติโยมเห็นท่านแล้วก็นึกถึงพระรัตนตรัยจึงเข้ามาแสดงความเคารพสักการะ ด้วยเหตุนี้เอง การเชิญชวนบุคคลต่างๆ ให้มาร่วมสร้างบุญกับคุณยายนั้นก็เป็นเรื่องง่าย แม้ว่าท่านจะไม่ใช่พระก็ตาม หลวงพ่อเคยพูดอยู่เสมอว่า คุณยายไม่ได้ “เป็นพระ” แต่ท่านคือ “พระเป็น” เพราะรูปกายภายนอกของท่านคืออุบาสิกาแม่ชี แต่ภายในของท่านเป็นพระ
คุณยายเคยสอนหลวงพ่อว่า “อยู่ในวัดอย่านึกว่าง่ายนะ เพราะทุกคนก็ยังเป็นผู้ที่มาฝึกตัวกันทั้งนั้น อย่าเพิ่งไปคิดว่าคนเข้าวัดแล้วจะสมบูรณ์นะ เป็นแต่เพียงว่า ดีกว่าเดิมนิดหนึ่ง แต่เดิมนี่ ถูกใครว่าทีเดียวก็โกรธ พอเข้าวัดแล้ว ว่าสองทีค่อยโกรธ ดีขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง อย่าเพิ่งไปนึกว่า อยู่ในวัดแล้วจะสมบูรณ์เต็มร้อย เพราะทุกคนล้วนมาฝึกตัว”
คุณยายฝึกฝนตนเองด้วยการรักษาใจให้มีแต่องค์พระ ทำให้ไม่มีเวลาและอารมณ์ที่จะขุ่นมัวกับสิ่งอื่นใด ท่านฝึกอย่างนี้เรื่อยมา แม้ลำบากก็อดทน ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรท่านก็ไม่หวั่นไหว เพราะว่ามีพระรัตนตรัยภายในเป็นที่พึ่งอยู่ในใจ
สมัยที่อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ เคยมีผู้ที่ไม่เข้าใจคุณยาย แล้วมาด่าว่าท่านถึงบ้าน ซึ่งหลวงพ่อเองก็ประหลาดใจว่าทำไมเขาจึงกล้ามาพูดไม่ดีกับคุณยายได้ แต่สิ่งที่คุณยายทำก็คือ ท่านบอกกับบุคคลผู้นั้นว่า “เธอว่าไป เดี๋ยวฉันจะนั่งสมาธิ ฉันจะนั่งเข้าที่ฟัง” คล้ายๆ กับแบ่งหน้าที่กัน คนหนึ่งมีหน้าที่ด่าว่าก็ทำไป ส่วนคุณยายมีหน้าที่ฟังเฉยๆ แล้วท่านก็นั่งตัวตั้งหลังพิงอากาศ ตอนนั้นหลวงพ่อคิดในใจว่าโอ ท่านั่งของท่านสวยสง่าจังเลย เหมือนกับตอนที่ท่านนั่งขัดสมาธิสอนธรรมะ
เมื่อได้ยินถ้อยคำที่ไม่น่ารักที่เขาพูดออกมาแล้ว ท่านก็มีอารมณ์เดียวไม่เปลี่ยนแปลง รักษาใจอยู่กับองค์พระภายใน แล้วก็พูดดีๆ กับเขาว่า “เธอว่าไปเลย ฉันจะนั่งเข้าที่ฟัง” ทำให้ผู้ที่ยืนรำพึงอยู่ตรงนั้นเกิดหมดอารมณ์แล้วก็เปิดประตูเดินออกไป เมื่อเขาออกไปแล้วหลวงพ่อก็ประหลาดใจมากว่าคุณยายทำได้อย่างไร คุณยายบอกว่าเขาเหนื่อยแล้วเขาก็เลิกไปเอง
หลวงพ่อจึงคิดว่า เหตุการณ์เช่นนี้คงเป็นเหมือนการเล่นแบดมินตันอยู่คนเดียว ถ้าตีลูกเข้าป่าไปโดยไม่มีใครตีกลับมา ไม่นานก็หมดอารมณ์ตี แต่ถ้าตีโต้กันไปมาก็คงไม่จบลงง่ายๆ คุณยายว่า “ถ้าโต้กันไปโต้กันมา ไม่เกิดประโยชน์หรอก เกิดแต่โทษ” คุณยายจึงไม่เคยมีปัญหากับใคร ใจท่านมีแต่องค์พระเป็นปกติอยู่ตลอดเวลา