4 ละสังขารเมื่องานเสร็จ : มหารัตนอัฐิธาตุ
หลวงพ่อธัมมชโย · คุณยายอาจารย์ · คุณยายInMyHeart5
มหารัตนอัฐิธาตุ
คำว่า “มหารัตนอัฐิธาตุ” นี้เป็นเนมิตกนามที่บังเกิดขึ้นเพราะเหตุอันเป็นที่มา เหมือนชื่อของพระนางมัลลิกา ผู้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ที่บังเกิดขึ้นเพราะมีดอกมะลิโปรยปรายลงมาจากอากาศในยามที่พระนางประสูติออกจากพระครรภ์มารดา พระนางจึงได้รับการขนานนามว่า “มัลลิกา” ซึ่งแปลว่าดอกมะลิ หรือเหมือนกับคำว่า “พุทโธ” และ “ธรรมกาย” ซึ่งเป็นเนมิตกนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มาพร้อมกับการบังเกิดขึ้นของ “พุทธรัตนะ” ในทำนองเดียวกัน “มหารัตนอัฐิธาตุ” เป็นเนมิตกนามที่บังเกิดขึ้นเมื่ออัฐิธาตุของคุณยายได้แปรสภาพเป็นรัตนะ
หลังจากสลายร่างของคุณยายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 แล้ว หลวงพ่อได้มอบหมายให้ผู้เป็นตัวแทนได้ทำหน้าที่เก็บเถ้าอัฐิของคุณยายบรรจุลงในโถซึ่งเป็นภาชนะอันประณีตที่จัดเตรียมไว้ จากนั้นจึงนำมามอบให้หลวงพ่อ เมื่อหลวงพ่อเปิดฝาออกดูก็พบเพียงเถ้าอัฐิธรรมดา จึงรำพึงความในใจบอกกับคุณยายว่า “ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ในเมื่ออัฐิธาตุของครูบาอาจารย์ท่านอื่นยังเปลี่ยนเป็นพระธาตุใสบริสุทธิ์บ้าง ขาวขุ่นบ้าง แล้วทำไมอัฐิธาตุของยายจึงดูธรรมดาๆ อย่างนี้” พอรำพึงจบเท่านั้นก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น เพราะเมื่อหลวงพ่อมองไปที่โถบรรจุอัฐิธาตุอีกครั้ง ก็พบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับอัฐิธาตุเหล่านั้นในทันที
ปกติแล้วคุณยายจะช่วยทำทุกอย่างเพื่อให้หลวงพ่อสบายใจ ท่านไม่ขัดใจหลวงพ่อ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เช่น ขจัดความสงสัยที่มีอยู่ในใจเกี่ยวกับเรื่องภพชาติ วิชชาธรรมกาย และอื่นๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากหลวงพ่อได้รำพึงบอกคุณยายแล้ว สิ่งที่หลวงพ่อเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาของตนเองในทันใดนั้นคือ อัฐิชิ้นหนึ่งซึ่งมีลักษณะแบนได้เปลี่ยนเป็นทองคำ เริ่มจากส่วนล่างไล่ขึ้นไปจนกระทั่งกลายเป็นทองคำทั้งชิ้น ในขณะที่ชิ้นอื่นๆ ได้ทยอยแปรสภาพเป็นอย่างเดียวกัน โดยเริ่มจากชิ้นนี้ไปชิ้นนั้น อัฐิธาตุของคุณยายล้วนกลายเป็นทองไปต่อหน้าต่อตาหลวงพ่อ บางชิ้นเป็นเหมือนเพชรที่มีประกายวาววับ บ้างก็มีสีแดงดั่งทับทิม บ้างก็เป็นสีน้ำเงินงดงามเหมือนไพลิน
หลวงพ่อคิดว่าอัฐิธาตุของคุณยายคงกลายเป็นรัตนชาติเช่นนี้เพียงโถเดียว แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้วปรากฏว่าเป็นเหมือนกันหมดทุกโถ ภาพที่เห็นทำให้หลวงพ่อรู้สึกดีใจ เพราะถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเองหลวงพ่อคงต้องคิดว่ามีใครนำสิ่งเหล่านี้มาใส่ไว้ในโถอัฐิ คุณยายคงทราบอัธยาศัยของหลวงพ่อดีว่าไม่ค่อยจะเชื่ออะไรง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงของอัฐิธาตุจึงเกิดขึ้นเพื่อให้หลวงพ่อได้เห็นกับตา
นอกจากนี้หลวงพ่อยังได้เห็นการเสด็จมาของพระบรมสารีริกธาตุต่อหน้าโถที่บรรจุอัฐิธาตุของคุณยาย เมื่อหยิบใส่ฝ่ามือก็นับได้ถึง 10 กว่าองค์ พอเปิดโถที่บรรจุอัฐิธาตุของคุณยายอีกครั้งก็ได้เห็นพระธาตุของพระอรหันตสาวกเสด็จมาอยู่ในโถด้วย พร้อมกับมีรัตนชาติซึ่งมีลักษณะคล้ายโอปอลวางอยู่ นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หลวงพ่อจะไม่มีวันลืม รู้สึกชื่นชมยินดี จิตใจเปี่ยมล้นไปด้วยศรัทธาและมหาปีติ เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของอัฐิธาตุเช่นนี้
ถึงกระนั้นหลวงพ่อก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นสาธารณะหรืออสาธารณะ คือเห็นได้เฉพาะหลวงพ่อผู้เดียวหรือว่าสามารถเห็นได้เหมือนกันทุกคน เพราะการเห็นสิ่งอัศจรรย์เช่นนี้ย่อมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน เช่นความเคารพเลื่อมใสศรัทธาที่มี หรือเป็นไปตามอานุภาพแห่งบุญที่ดลบันดาลให้เห็น
หลวงพ่อได้แจ้งข่าวอันเป็นมงคลนี้ให้เหล่าศิษยานุศิษย์ลูกหลานคุณยายได้ทราบโดยทั่วกัน แล้วจึงอัญเชิญมหารัตนอัฐิธาตุของท่านมาประดิษฐานไว้ด้านหน้ารัตนบัลลังก์ของสภาธรรมกายสากล เพื่อให้ผู้มีบุญได้ชมกันด้วย นับเป็นการเสริมกำลังใจให้กับทุกคนในการสร้างบารมี หลังจากนั้นหลวงพ่อจึงนำมหารัตนอัฐิธาตุไปเก็บรักษาไว้ในที่อันควร คิดว่าหลังจากที่ทุกคนได้ดูจนอิ่มตาอิ่มใจแล้วมหารัตนอัฐิธาตุคงจะกลับคืนสภาพเดิม แต่เมื่อย้อนกลับไปดูอีกครั้งก็ปรากฏว่าไม่ได้คืนสภาพเดิมแต่กลับเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้เพราะอานุภาพแห่งบุญบารมีและความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของท่าน
การได้เห็นอัฐิธาตุของบุคคลผู้เลิศที่ได้อุทิศตนสร้างแต่คุณงามความดีมาตลอดชีวิต ทั้งแนะนำสั่งสอนและเป็นต้นบุญต้นแบบให้แก่ชาวโลกทั้งหลายถือว่าเป็นมงคลอย่างหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชา เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้มาสักการบูชามหารัตนอัฐิธาตุนี้จะมีสิริมหาสมบัติติดตัวไปทุกคน สิรินี้จะเป็นเครื่องดึงดูดทรัพย์สมบัติทั้งภายนอกและภายใน สมบัติภายนอกคือโลกียทรัพย์สำหรับใช้สร้างบารมี ส่วนสมบัติภายในคือการเข้าถึงพระธรรมกายและบรรลุวิชชาธรรมกายเช่นเดียวกันกับคุณยาย