1 กว่าจะได้พบคุณยาย : ตามหาคุณยาย
หลวงพ่อธัมมชโย · คุณยายอาจารย์ · คุณยายInMyHeart4
ตามหาคุณยาย
หลวงพ่อยังคงเฝ้าแสวงหาคำตอบของชีวิตจนกระทั่งอายุได้ 19 ปี วันหนึ่งหลวงพ่ออ่านหนังสือ “วิปัสสนาบันเทิงสาร” เป็นนิตยสารที่ถูกอกถูกใจหลวงพ่อมาก เพราะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม รวมถึงเรื่องราวของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ และคุณยายอาจารย์ พร้อมกับเรื่องราวอภินิหารที่ท่านทำสมาธิเพื่อปัดลูกระเบิดในช่วงสงครามโลก ไปนรก ไปสวรรค์ และมีการกล่าวถึงผลการปฏิบัติธรรมคือ 18 กาย ที่มีอยู่แล้วภายในตัวทุกคน
หลวงพ่อรู้สึกชอบและประทับใจเรื่องกายในกาย แต่ไม่ถึงกับเข้าใจแจ่มแจ้ง รู้แต่ว่าชอบมากที่ได้ทราบว่าคนเรามีกายซ้อนอยู่ภายในเป็นชั้นๆ รู้สึกว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน เขาเขียนเรื่องราวของมหาปูชนียาจารย์ได้น่าติดตามมาก มีเรื่องนรก เรื่องสวรรค์ เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องสงครามโลก แล้วก็มีภาพของมหาปูชนียาจารย์แต่ละท่าน หลวงพ่อซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการแสวงหาคำตอบก็ดีใจมาก ตั้งใจว่าจะต้องไปพบท่านเหล่านั้นให้ได้ โดยเฉพาะคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง (หนังสือเขียนไว้ว่า “คุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์”) ซึ่งหลวงพ่อประทับใจในภาพและเรื่องราวของท่านเป็นพิเศษ จึงออกตามหาท่านเพราะอยากจะพบคุณยายอาจารย์ โดยในขณะนั้นนิตยสารได้ระบุไว้ว่าพระเดชพระคุณหลวงปู่มรณภาพแล้ว จึงอยากตามหาคุณยายซึ่งท่านยังมีชีวิตอยู่
หนังสือเล่มนั้นลงรูปภาพที่ดูน่าร่มรื่นเอาไว้ ภาพบางตอนดูเหมือนวัดอยู่ในสวน หลวงพ่อจึงคิดว่าวัดปากน้ำคงเป็นเสนาสนะป่าตามความเข้าใจของผู้ไม่เคยไปสถานที่จริง ได้แต่อ่านจากหนังสือ หลวงพ่อตัดสินใจเดินทางไปวัดปากน้ำครั้งแรกในเดือนเมษายน พ.ศ.2506
ช่วงนั้นคุณยายอายุประมาณ 54 ปี วาดภาพเอาไว้ในใจว่าสถานที่ที่ท่านอยู่ต้องสงบเงียบแล้วก็ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ แต่ปรากฏว่าพอไปถึงสถานที่แล้วมีแต่อาคารเต็มไปหมด แม้จะยังไม่มากเหมือนในปัจจุบัน หลวงพ่อก็รู้สึกว่าไม่ตรงกับที่วาดฝันเอาไว้ เพราะคิดว่าวัดปากน้ำต้องเป็นวัดป่าน่ารื่นรมย์
ถึงกระนั้นก็ยังไม่ละความพยายาม ได้เข้าไปถามใครต่อใครในวัดว่ารู้จัก “คุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์” บ้างไหม หลวงพ่อเรียกท่านตามที่อ่านเจอในหนังสือ แต่ทุกคนตอบเหมือนๆ กันว่าที่นี่ไม่มีคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ มีแต่ “ครูจันทร์” หลวงพ่อคิดว่าคงเป็นคนละคนกัน เขาถามว่ามาทำไม ทำไมถึงอยากเจอท่าน ก็ตอบไปว่าอยากจะมาศึกษาธรรม เขาเลยชี้ทางให้ไปปฏิบัติกับพระอาจารย์ทางด้านโน้น ซึ่งหลวงพ่อก็ได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ช่วยอบรมสั่งสอนสมาธิ ถึงแม้ไม่ได้เจอคุณยาย แต่ยังรู้สึกดีใจว่าเรามีที่นั่งสมาธิแล้ว
ในวันเดียวกันนั้นเอง ขณะที่หลวงพ่อเดินอยู่ภายในวัดก็เห็นโลงทองตั้งอยู่ มีแม่ชีรูปร่างบางท่านหนึ่งนั่งอยู่หน้าโลงศพหันหลังให้ หลวงพ่อจำรูปถ่ายหน้าโลงได้ว่าเป็นคุณยายทองสุข สำแดงปั้น เหมือนที่เห็นในหนังสือวิปัสสนาบันเทิงสาร ซึ่งเขียนเรื่องราวของท่านไว้น่าตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะเรื่องโคตรทองกระบองเพชร และอีกหลายๆ เรื่อง ต่อมาภายหลังจึงทราบว่า แม่ชีที่นั่งหันหลังให้ก็คือคุณยายอาจารย์จันทร์นั่นเอง คงเป็นเพราะยังไม่ได้จังหวะของบุญ จึงพลาดโอกาสที่จะทำความรู้จักกับท่านในวันนั้น
หลวงพ่อกลับมาวัดปากน้ำอีกครั้งหนึ่งช่วงปิดภาคเรียนในเดือนตุลาคม ตั้งใจว่าจะมาตามหาคุณยายอาจารย์ให้พบ เพราะในใจก็เพรียกหาแต่ท่าน เมื่อไปถึงวัดก็ไปปฏิบัติธรรม คิดว่าจะถามนักปฏิบัติธรรมด้วยกันที่อยู่ข้างๆ ว่ารู้จัก “คุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ ขนนกยูง” ไหม เผื่อจะมีสักคนหนึ่งรู้จัก แต่ทุกคนก็ตอบเหมือนเดิมว่าไม่มี
จนกระทั่งมาเจอเด็กหนุ่มนักปฏิบัติธรรมคนหนึ่งที่มีอายุไล่เลี่ยกัน เป็นนักศึกษาเหมือนกันแต่อยู่คนละสถาบัน พอปฏิบัติธรรมเสร็จก็ถามเขาว่ารู้จักคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ไหม เขาตอบว่าไม่มีนะ มีแต่ครูจันทร์ รูปร่างเป็นอย่างไร หลวงพ่อบอกว่าผอมๆ เขาเลยตอบว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวผมจะพาคุณไป
หลวงพ่อก็ดีใจว่าอาจจะเป็นบุคคลที่เรากำลังจะไปพบท่านนี้ก็ได้ ยังระลึกนึกถึงพระคุณของหนุ่มน้อยสหธรรมิกที่ปฏิบัติธรรมด้วยกันท่านนั้น หนุ่มนักศึกษาตอนนี้ท่านก็บวชอยู่เหมือนกัน เพราะท่านรักในการบำเพ็ญสมณธรรมและปฏิบัติธรรม พอเลิกจากปฏิบัติธรรมแล้ว เขาก็พาไปรอที่หน้าหอประดิษฐานสรีระของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ไปเจอคุณยายเดินผ่านมาพอดี ก็เห็นว่าตรงกับภาพในหนังสือวิปัสสนาบันเทิงสาร
หลวงพ่อคิดว่าใช่แล้ว นี่คือคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ เพื่อนหนุ่มคนนั้นบอกว่า นั่นแหละคือครูจันทร์ หลวงพ่อเลยรู้ว่าเป็นคนเดียวกัน หลวงพ่อดีใจมาก เห็นท่านมีรูปร่างผอมบางเดินตัวปลิว ดูเหมือนวันนั้นท่านกำลังจะไปงานศพ ณ ที่แห่งหนึ่ง หลวงพ่อก็ยกมือไหว้ ท่านก็ยกมือรับไหว้พลางพูดว่า “สวัสดี เอ่อ วันหลังค่อยพบกันนะ เดี๋ยวต้องไปธุระก่อน” ท่านพูดไปเดินไป เดินเร็วจริงๆ ยังไม่ทันได้คุยอะไรกัน แต่ในที่สุดก็ได้พบท่านแล้ว