ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

4 พบหลวงปู่ : มาช้าไป

หลวงพ่อธัมมชโย · คุณยายอาจารย์ · คุณยายInMyHeart1

PDF
มาช้าไป เมื่อได้มาถึงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญแล้ว คุณยายได้มีโอกาสมากราบพระเดชพระคุณหลวงปู่เป็นครั้งแรก เมื่อท่านกราบหลวงปู่เสร็จแล้วเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้น หลวงปู่ท่านก็ชี้หน้าคุณยายแล้วทักเป็นประโยคแรกว่า “มึงมันมาช้าไป” ซึ่งคุณยายท่านก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร ท่านบอกว่าตอนนั้นอายุ 29 ปี ไม่น่าจะเรียกว่าเข้าวัดช้า แต่ท่านก็รับฟังไว้เงียบๆ หลวงปู่วัดปากน้ำท่านกล่าวคำนี้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่คุณยายท่านจดจำได้ตลอดชีวิต แม้ว่าคุณยายยังไม่รู้เรื่องราวอะไรมากเพราะเป็นผู้มาใหม่ แต่พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านเป็นผู้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดทั้งหมดด้วยญาณทัสนะตั้งแต่ก่อนที่คุณยายจะมาถึงแล้วว่า คุณยายเป็นทหารเอกของ ท่าน การลงมาบังเกิดในครั้งนี้มีภารกิจหน้าที่อะไร คำกล่าวของพระเดชพระคุณหลวงปู่ จึงหมายความว่า คุณยายน่าจะมาถึงท่านให้เร็วกว่านี้ ในขณะที่คุณยายอายุยังน้อยและแข็งแรงมากกว่านี้ การที่ท่านมาถึงเมื่ออายุได้ 29 ปี ก็เรียกได้ว่าอายุเริ่มมากแล้วเพราะการทำวิชชาธรรมกายนั้นหากเริ่มต้นเมื่ออายุ ยังน้อยในขณะที่ร่างกายมีความแข็งแรง มาก การศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายก็จะ มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเรียนรู้ได้มากมาย ด้วยเหตุนี้เองหลวงปู่ท่านจึงกล่าว ว่า มาช้าไป หลังจากทักทายกันเสร็จแล้วท่าน ก็ส่งคุณยายเข้าไปในโรงงานทำวิชชาโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนในการทดสอบและคัดสรรใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่โดยปกติแล้วบุคคลที่จะ เข้าทำวิชชาได้จะต้องได้รับการทดสอบและ คัดเลือก ด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย โดย นายทวารและผู้ที่อยู่มาก่อน เป็นการทดสอบความรอบรู้และญาณทัสนะของผู้ที่จะเข้ามาทำวิชชาในโรงงานว่ามีความสามารถเพียงพอหรือไม่ สำหรับคุณยายแล้วจึงเรียกได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดเลยทีเดียว ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ได้เข้ามาปฏิบัติธรรมในโรงงานทำวิชชา คุณยายมุ่งมั่นอย่างมากที่จะศึกษาเล่าเรียนวิชชา ธรรมกายขั้นสูงด้วยความผาสุก พอใกล้ครบกำหนดที่ท่านลาคุณนายเลี้ยบมาอยู่วัดปากน้ำ ท่านจึงปรึกษาหารือกับคุณยายทองสุกว่า “พี่ๆ ฉันไม่กลับแล้วนะ ฉันมาถึงหลวงพ่อ วัดปากน้ำแล้ว ฉันจะเรียนวิชชาธรรมกาย อยู่ในโรงงานทำวิชชานี้ ฉันไม่กลับแล้ว” คุณยายท่านกล่าวอย่างนี้เพราะว่าโลกภายในมีแต่ธรรมบันเทิงที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าเรียนรู้กว่าโลกภายนอกมากนัก และกว่าที่มนุษย์เราจะได้พบคำตอบด้วยตัวเองว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต แล้วจะไปสู่เป้าหมายของชีวิตได้อย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคุณยายมาถึงจุดนี้แล้วจึงไม่ปรารถนาที่จะหวนคืนกลับไป คุณยายทองสุกก็เห็นดีด้วย ว่าไม่ควรกลับ “อีก้างเอ๊ย บวชกันเถอะว่ะ บวชเป็นแม่ชี” “เอาสิพี่ แล้วเราจะไปหาผ้าที่ไหนนี่ มันกระชั้นอย่างนี้” “มันจะไปยากอะไรวะก็ไปเช่าผ้าเขามาสิ” ท่านทั้งสองคุยปรึกษากันเพื่อบวชเป็นอุบาสิกาแม่ชีโดยการเช่าผ้า จะมีสักกี่คนในโลกที่ไปเช่าผ้ามาบวช และก็บวชได้จนตลอดชีวิตอย่างนี้ จากนั้นคุณยายและคุณยายทองสุกก็โกนผมกันในคืนนั้น แล้วก็ไปเช่าผ้ามาบวช ทรัพย์สินเงินทองกลับกลายเป็นของไม่ สำคัญสำหรับท่านแล้ว เพราะท่านตัดใจมา ตั้งแต่ก่อนจะออกจากบ้านที่นครชัยศรี เมื่อสมหวังดังใจในการศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระเดชพระคุณหลวงปู่จึงไม่คิดจะกลับไป บ้านคุณนายเลี้ยบอีก แต่การจะไม่กลับได้นั้นก็ต้องมีวิธีการที่ดี เพราะคุณนายก็เป็นคน ใจดี ใจบุญ ที่รักการปฏิบัติธรรม หากเห็น คุณยายเป็นนักบวชแล้วท่านคงจะพลอยยินดีด้วย เมื่อคุณยายบวชแล้วก็มีสง่าราศี ในเพศของบรรพชิต ดูสงบเสงี่ยมสง่างามราวกับพระเถรีบวชมาแล้วได้ร้อยพรรษา ผิวพรรณผุดผ่องเป็นนวลลออจับใบหน้า และในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อคุณนายเลี้ยบมารับ ที่วัดปากน้ำตามที่ตกลงกันไว้ก็ถึงกับพูด อะไรไม่ออกเมื่อเห็นคุณยายโกนหัวแล้วอยู่ ในชุดอุบาสิกาแม่ชีดูสงบเสงี่ยมสง่างาม จึงได้แต่ยกมือไหว้ แล้วคุณยายก็ลาคุณนายเลี้ยบตรงนั้นว่าจะไม่กลับไปอีกแล้ว จะขออยู่กับพระเดชพระคุณหลวงปู่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญเพื่อศึกษาวิชชาธรรมกายต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านเศรษฐินีที่ได้ให้โอกาส ศึกษาวิชชาธรรมกายตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ให้ที่พักที่อาศัยเป็นอย่างดี ให้ความไว้วางใจทุกอย่าง จนกระทั่งสามารถปฏิบัติธรรมได้เข้าถึง พระธรรมกาย ขอให้ท่านเศรษฐินีมีส่วนแห่งบุญนี้ด้วย และจะไม่มีวันลืมพระคุณในครั้งนี้เลย หลังจากนั้นคุณยายท่านก็ไม่คิดหันหลังกลับไปอีก ท่านบอกว่าในใจท่านมีแต่คำว่าเดินรุดหน้าแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น