ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

3 สมปรารถนา : กว่าจะเข้าถึงธรรม

หลวงพ่อธัมมชโย · คุณยายอาจารย์ · คุณยายInMyHeart1

PDF
กว่าจะเข้าถึงธรรม สมัยนั้นการคมนาคมลำบาก เดินทางไปเรียนธรรมะเป็นประจำก็ไม่สะดวก ท่านเศรษฐินีจึงเชิญอาจารย์สอนปฏิบัติธรรมมาจากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แล้วบุญก็บันดาลให้คุณยายได้พบกับผู้ที่เคยสร้างบารมีร่วมกับท่านมานานนับภพนับชาติกันไม่ถ้วน คือ คุณยายอุบาสิกาทองสุก สำแดงปั้น ผู้เป็นปฐมาจารย์ ขณะนั้นท่านยังครองเพศคฤหัสถ์ยังไม่ได้บวชเป็นแม่ชี พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำได้มอบหมายให้ท่านทำหน้าที่เผยแผ่เพราะท่านเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ท่านจึงได้มาแนะนำธรรมปฏิบัติที่บ้านของคุณนายเลี้ยบ ซึ่งคุณยายอาศัยอยู่ เวลาคุณนายเลี้ยบเรียนธรรมะก็จะนั่งกันบนดาดฟ้า ส่วนคุณยายแม้มีความสนใจอย่างมากอยากจะตามขึ้นไปเรียนด้วยแต่ก็ไม่กล้าเพราะคิดว่าตนเป็นคนรับใช้ ไม่ควรที่จะเข้าไปนั่งกับเจ้านาย ท่านจึงได้แต่แอบเมียงมองดูและเงี่ยหูฟังว่าสอนอะไรบ้าง เมื่อได้ยินคำว่า “สัมมา อะระหัง” เท่านั้นก็ดีใจ แล้วทุ่มเทสุดตัวโดยบริหารจัดสรรเวลา ทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายเอาไว้ให้เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์อย่างไม่มีที่ติ และสงวนเวลาที่เหลือเอาไว้สำหรับการประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างแอบๆ ซ่อนๆ ลักลอบทำความดีโดยลองปฏิบัติธรรมด้วยตนเอง นอกจากนี้คุณยายยังต้องทำความดีเพิ่มเติมด้วยการดูแลและอุปัฏฐากคุณยายทองสุกผู้เป็นครูบาอาจารย์ของคุณนายเลี้ยบ ด้วยหวังว่าท่านจะถ่ายทอดธรรมะคือวิชชาธรรมกายให้ เมื่อคุณยายอาจารย์ทองสุก มาพักอยู่ที่บ้านเพื่อสอนธรรมะ ท่านก็จะดูแลซักรีดเสื้อผ้า จัดหาอาหาร ที่พัก ที่หลับที่นอน และทุกสิ่งทุกอย่าง พร้อมๆ กับการดูแล เอาอกเอาใจเจ้าของบ้าน งานของคุณยายจึงหนักมากแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่ทำให้ท่านมีข้ออ้าง ข้อแม้ หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติธรรม ทุกวันท่านจะรีบทำงานแล้วก็ชิงช่วงเวลาที่มีเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยมาแอบปฏิบัติธรรม ฝึกใจหยุดใจนิ่ง เพราะท่านทราบมาว่าต้องปฏิบัติธรรมเท่านั้นจึงจะเข้าถึงพระธรรมกายได้ คุณยายท่านทำอยู่อย่างนี้จนกระทั่งคุณนายเลี้ยบและคุณยายทองสุกเกิดความเห็นใจ จึงอนุญาตให้เรียนธรรมะด้วยกัน บนดาดฟ้าอย่างเปิดเผย คุณยายรู้สึกดีใจมาก เวลากลางวันท่านก็ขยันทำงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้มีเวลาเรียนธรรมะกับคุณยายทองสุก เมื่อเข้าเรียนแล้ว ท่านก็จะได้ยินแต่เรื่องนรกสวรรค์ที่คุณยายทองสุกเล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆ จึงเป็นแรงผลักดันให้ท่านตั้งใจฝึกปฏิบัติยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ท่านต้องขยันทำงานบ้านเพื่อหาเวลาว่างมาปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม แต่ก็นั่งได้ ไม่นานเท่าไรเพราะเกรงว่าคุณนายเลี้ยบจะตำหนิเรื่องงาน ท่านต้องแอบทำความดีอยู่เสมอๆ แม้จะมีเวลาว่างแค่ 5 นาที ก็จะเดินเข้าห้องพระเพราะห้องพระไม่ค่อยจะมีใครเข้ากัน พอได้ยินเสียงใครเดินผ่านมาก็จะลุกทันที ปฏิบัติใหม่ๆ ก็รู้สึกทึบๆ ตื้อๆ ต่อมาจึงค่อยๆ โล่ง โปร่ง เบา สบาย แต่ผลการปฏิบัติธรรมก็ยังไม่คงที่นัก วันนี้ได้ พรุ่งนี้ไม่ได้ สลับกันไปมา ต้องค่อยเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ กว่าจะมีประสบการณ์เห็นจุดเล็กๆ ที่เหมือนดวงดาวก็ใช้เวลาพอสมควร ท่านเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า วันหนึ่งท่านไม่ได้คิดอะไรรู้สึกว่าใจนุ่มและนิ่ง ในท่ามกลางความมืดท่านก็เริ่มเห็นจุดใสๆ เหมือนดวงดาวที่เกิดขึ้นมาเองพร้อมกับ ความสุขในขณะที่รู้สึกว่าตัวหายไป ท่านเล่า ให้ฟังว่า ยายมีความสุขจัง เพียงแค่ได้เห็นจุดใสๆ เล็กๆ เหมือนดวงดาวในอากาศ แล้วดวงดาวนั้นก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น บางวันก็ชัดมาก บางวันก็ชัดน้อย เห็นอยู่เกือบทุกวัน ท่านจึงกราบเรียนคุณยายทองสุก “พี่ๆ ฉันเห็นดวงใสๆ แล้ว” คุณยายทองสุกท่านก็ ย้ำว่าให้หยุดนิ่งต่อไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่นั้นท่านก็พยายามประคองใจอยู่ตลอดเวลา ทำสมาธิเพียงแค่วันละสองเวลา คือยามหลับตากับลืมตา ไม่ว่าจะทำงานบ้านหรือทำกิจใดๆ ท่านก็รักษาใจให้อยู่ภายในไปด้วย หยุดนิ่งดู ดวงที่ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ดูไปสบายๆ จนกระทั่งวันหนึ่งท่านได้เห็นดวงชัดใส ท่านบอกว่าใสมากมีขนาดเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ ติดอยู่ที่กลางกาย แล้วก็จรดใจนิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย ท่านบอกว่าองค์พระขึ้นมาเองแล้วก็เกิดความสุขความปีติใจอย่างไม่มีประมาณ กว่าที่คุณยายของเราจะเข้าถึง พระธรรมกายได้ก็ต้องอาศัยความเพียร ความอดทน และความเสียสละ ยอมทน ทุกอย่าง ท่านต้องทำอย่างจริงจังต่อเนื่องกัน แล้วในที่สุดท่านก็สมหวัง ความสำเร็จของท่านจึงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ และเมื่อท่านได้เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ท่านก็มุ่งมั่นทำ ในสิ่งที่ปรารถนาต่อไป นั่นคือการตามหาพ่อในปรโลกเพื่อสะสางเรื่องที่ยังค้างคาใจมา เนิ่นนานนั่นเอง