ตอนที่ ๘ อดีตชาติของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
หลวงพ่อธัมมชโย · อนาถบิณฑิกเศรษฐี
๘ อดีตชาติของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
ย้อนไปเมื่อแสนกัปปีที่แล้ว (กัปเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป แสนครั้ง) ในสมัยนั้นมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระปทุมุตตระ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้เกิดเป็นกุลบุตรของผู้มีสกุลในเมืองหังสวดี อยู่มาวันหนึ่ง ท่านได้ไปฟังธรรมจากพระบรมศาสดา ได้เห็นพระบรมศาสดาทรงสถาปนาอุบาสกท่านหนึ่ง ไว้ในตำแหน่ง เอตทัคคะ ผู้เป็นเลิศกว่าอุบาสกทั้งหลายด้านการถวายทาน เป็นเหตุให้ท่านอยากเอาอย่างบ้าง จึงเร่งสั่งสมบุญกุศลอย่างยิ่งยวด ด้วยการเลี้ยงพระถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุขตลอด ๗ วัน แล้วตั้งความปรารถนาว่า ความปรารถนาอย่างอื่นไม่ต้องการเลย ต้องการตำแหน่งอันเลิศอย่างนี้อย่างเดียว ทำอย่างนี้ เมื่อละสังขารจากชาตินั้นก็ไปบังเกิดบนสวรรค์ จนกระทั่งถึงเวลาก็ลงมาสร้างบารมีบนโลกมนุษย์อีก ท่านเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภูมิ คือ เทวโลก และมนุษย์โลกเท่านั้น ในช่วงตลอดแสนกัปที่ผ่านมา ไม่ไปท่องอบายเลย
มาในสมัยพุทธกาลนี้ ท่านเศรษฐีได้มาบังเกิดในเรือนของสุมนเศรษฐี ณ นครสาวัตถี มารดาบิดาจึงตั้งชื่อว่า สุทัตตะ แล้วด้วยอุปนิสัยรักการให้ของท่าน จึงได้ชื่อใหม่ว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี ซึ่งเป็นชื่อที่ท่านตั้งความปรารถนาไว้ จนกระทั่งได้มาพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้สร้างมหาทานบารมีอย่างเต็มที่
ท่านไปวัดพระเชตวันทุกวันมิได้ขาด วันละ ๓ ครั้งบ้าง ๒ ครั้งบ้าง ท่านจะไปอุปัฏฐากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น
นอกจากนี้ท่านเศรษฐียังไปบำรุงพระภิกษุสงฆ์แห่งอื่น ๆ ด้วย คือ ไปทั่วถึง ตั้งแต่พระบรมศาสดากระทั่งพระสาวก เวลาท่านเศรษฐีไปวัด ท่านไม่เคยไปมือเปล่าเลย เพราะใจท่านเอื้ออาทรต่อพระเณร อยากให้ท่านทำพระนิพพานให้แจ้งได้สะดวก เจริญสมาธิภาวนาได้สะดวก เพราะฉะนั้น เรื่องน้ำปานะ เรื่องอาหารหวานคาวอะไรต่างๆ จะนำไปเป็นประจำ ถ้าไปก่อนเวลาฉันภัตตาหาร ท่านจะถือภัตตาหารมาถวาย แต่ถ้าไปหลังเวลาฉันภัตตาหารแล้ว ท่านจะถือเภสัช ๕ อย่าง ได้แก่ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำปานะ ๘ อย่าง ได้แก่ น้ำมะม่วง น้ำลูกหว้า น้ำกล้วยมีเม็ด น้ำกล้วยไม่มีเม็ด น้ำมะทราง น้ำลูกจันทร์ หรือองุ่น น้ำเหง้าบัว น้ำมะปราง หรือลิ้นจี่ เวลาเย็นมาอีกแล้ว ท่านจะถือพวงมาลัย ของหอม และผ้า เป็นต้น ไปสู่มหาวิหารเชตวัน