ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตอนที่ ๖ การซื้อที่ของเศรษฐีในอดีตสมัยพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์

หลวงพ่อธัมมชโย · อนาถบิณฑิกเศรษฐี

PDF
๖ การซื้อที่ของเศรษฐีในอดีต สมัยพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ พระวิปัสสีพุทธเจ้า ย้อนหลังไปในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระวิปัสสีพุทธเจ้า มีเศรษฐีท่านหนึ่งชื่อว่า ปุนัพพสุมิตตะ ท่านปุนัพพสุมิตตะซื้อที่ดินสร้างวัด ถวายในพระพุทธศาสนา ด้วยการปูเรียงด้วยอิฐทองคำ บนพื้นที่ ๑ โยชน์ (๑ โยชน์ เท่ากับ ๑๖ กิโลเมตร) พระสิขีพุทธเจ้า ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระสิขีพุทธเจ้า มีเศรษฐีท่านหนึ่งชื่อว่า สิริวัฑฒะ ซื้อที่ด้วยการปูตาข่ายทองคำ บนผืนที่ ๓ คาวุต คือ แค่ชั่ววัวร้อง ๓ ตัว วัวตัวที่หนึ่งร้องแล้ว ตัวที่สองรับมอ ตัวที่สามก็ร้องไปไกลได้แค่ไหนก็แค่นั้น พระเวสสภูพุทธเจ้า ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระเวสสภูพุทธเจ้า มีเศรษฐีชื่อ โสตถิยะ ซื้อที่โดยปูด้วยรอยเท้าช้างทองคำ ปูเต็มพื้นที่ครึ่งโยชน์ คือ ถอดแบบรอยเท้าช้างมาแล้วหล่อด้วยทองคำ แล้วเอามาปูต่อกันไปบนพื้นที่ครึ่งโยชน์ พระกกุสันธพุทธเจ้า ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระกกุสันธพุทธเจ้า มีเศรษฐีชื่อ อัจจุตะ ซื้อที่ด้วยการปูอิฐทองคำ เต็มพื้นที่ ๑ คาวุต แค่วัวตัวเดียวร้อง วัวได้ยินไปถึงไหนก็ตรงนั้น พระโกนาคมพุทธเจ้า ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระโกนาคมพุทธเจ้า มีเศรษฐีชื่อ อุคคะ ซื้อที่โดยปูด้วยเต่าทองคำ บนพื้นที่ครึ่งคาวุต พระกัสสปพุทธเจ้า ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระกัสสปพุทธเจ้า เศรษฐีชื่อ สุมังคละ ซื้อที่ด้วยเต่าทองคำปูเรียงติดกันเลย บนพื้นที่ ๒๐ อุสภะ (๑ อุสภะ เท่ากับ ๒๕ วา) เราจะเห็นว่าที่ดินผืนนี้แม้ขนาดไม่เท่ากันแต่เป็นสถานที่ที่เดียวกัน เป็นที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระสมณโคดมพุทธเจ้า ส่วนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ เศรษฐีชื่อ สุทัตตะ ก็คือ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี นำเงินมาปูเรียง ๑๘ โกฏิ บนพื้นที่ ๘ กรีส (๑ กรีส เท่ากับ ๑๒๕ ศอก) หลังจากนั้นท่านก็ได้สร้างวัดขึ้น โดยเริ่มวางแผนการก่อสร้างวิหารก่อน และสิ่งต่าง ๆ ภายในวัด เช่น ที่พักสงฆ์ ที่พักพระอาคันตุกะ สระโบกขรณี มณฑป เรือนเก็บของ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเริ่มสร้างพร้อมกันทุกจุด คือ จะไปสร้างทีละอย่าง เดี๋ยวตายก่อน ต้องสร้างทีเดียว ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อจะได้ทันใช้งานก่อนวันเข้าพรรษา ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ระดมช่างที่มีฝีมือทั่วนครสาวัตถี ช่วยกันก่อสร้างทั้งวันทั้งคืน จนเสร็จเรียบร้อยเป็นวัดพระเชตวัน