ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

สามเณร คือ ผู้ได้โอกาส

หลวงพ่อธัมมชโย · คุณานันทเถระ

PDF
สามเณรคือผู้ได้โอกาส สามเณรเป็นผู้ได้โอกาส ไม่ใช่ผู้ด้อยโอกาส เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้ว ควรจะมีความคิดอย่างท่านคุณานันทะ ผู้เป็นวีรบุรุษแห่งกองทัพธรรม คือ รักชีวิตการเป็นสามเณร มีความรู้สึกหวงแหนพระพุทธศาสนา ต้องปกป้องและรักษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ ให้เป็น ประโยชน์ต่อมวลมนุษย์และเทวดาให้ได้ ต้องฝึกกันตั้งแต่เป็นสามเณรอย่างนี้ เพราะต่อไปเมื่อเป็นพระภิกษุแล้วก็จะต้องรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาสืบต่อไป บทฝึกของสามเณร สามเณรต้องฝึกฝนตนเองให้ดี เริ่มต้นง่าย ๆ โดยฝึก เป็นนักคิดอย่างนี้ สมมติว่า ตั้งโจทย์เกี่ยวกับคำว่า “บุญ” สามเณรก็ลองสมมติตัวเองเป็นญาติโยมที่อยากทราบความหมายของคำว่า บุญ จากนั้นก็ตั้งคำถามขึ้นมาสักร้อยข้อ อย่าให้ซ้ำกัน เช่น บุญคืออะไร อยู่ตรงไหน มีวัตถุประสงค์อย่างไร เป็นต้น อาจจะแบ่งกลุ่มกันไปศึกษา ระดมปัญญา แล้วก็รวบรวมคำถามเอาไว้ แล้วสมมติว่า เราเป็นสามเณรคุณานันทะ จะตอบคำถามร้อยข้อที่ไม่ซ้ำกัน เราจะตอบอย่างไร ฝึกอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อย่าไปเรียนแบบ ๑ บวก ๑ เป็น ๒ แต่ควรจะ เรียนว่า ทำอย่างไรถึงจะได้ ๒ ถ้า ๑ บวก ๑ เป็น ๒ จะคิดได้ เพียงวิธีเดียว แต่ถ้าคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะได้ ๒ จะมีวิธีคิดเป็นล้าน ๆ วิธี เช่น ๔ ลบ ๒, ๕ ลบ ๓, ๖ ลบ ๔ จนกระทั่ง ล้านสองลบหนึ่งล้าน พันล้านสองลบพันล้าน อย่างนี้เป็นต้น แล้วเรานำวิธีคิดอย่างนี้มาใช้กับหัวข้อธรรมะ เรื่องบุญ บาป ทาน ศีล ภาวนา แต่ละหัวข้อ เราตั้งคำถามสักร้อยคำถามที่ไม่ซ้ำกัน แล้วรวบรวมคัดแต่คำถามที่น่าสนใจ แล้วมาช่วยกันตอบ ถ้าหากเราไม่รู้ เราก็ถามพระอาจารย์ ถามพระพี่เลี้ยง หรือไปค้นคว้าในตำรับตำรา เรียนอย่างนี้ถึงจะดี แล้วความคิดความอ่านจะกว้างขวาง ปัญญาเรามีอยู่ทุกคน แต่ว่าเอามาใช้ไม่เท่ากันทุกคน ใช้มากก็มีปัญญามาก ใช้น้อยก็มีปัญญาน้อย บทสรุป เพราะฉะนั้น การมาบวชตั้งแต่เป็นสามเณร จึงไม่ใช่เป็นผู้ด้อยโอกาส แต่เป็นผู้ได้โอกาส เพราะเราได้ศึกษาตัวอย่างจากสามเณรคุณานันทะ ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่พุทธบริษัท ๔ ต้องตื่นตัวขึ้นมาเพื่อศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รักษาและหวงแหนพระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษของเราเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เมื่อรับมาแล้วก็รักษาด้วยชีวิต สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และเพื่อลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต ตลอดจนชาวโลกทั้งหลาย เพราะคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสิ่งประเสริฐสูงสุด ไม่มีความรู้ใดที่จะเสมอเหมือน เป็นคำสอนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเหตุด้วยผล พิสูจน์ได้ทุกกาลเวลา ถ้าเรารักเหตุผล หรือเป็นคนมีเหตุผล เราก็ต้องเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องกฎแห่งกรรม มรรคมีองค์ ๘ เป็นต้น คำสอนใดที่ไม่มีมรรคมีองค์ ๘ คำสอนนั้นจะไม่มีพระอริยบุคคล บุคคลผู้ประเสริฐ เหมือนเราไม่อาจจะหารอยเท้านกในอากาศได้ ฉันนั้น คำสอนของพระพุทธองค์ ทำให้ชาวโลกได้เข้าใจเรื่องราวของชีวิตได้เป็นอย่างดี และดำเนินชีวิตได้ถูกต้องไม่ผิดพลาด และมีเป้าหมายปลายทาง คือ ทำพระนิพพานให้แจ้งได้ คู่แข่งที่แท้จริงของเราก็คือ “เวลา” เราจะต้องทำงาน แข่งกับเวลา เพื่อรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากว่าจะบังเกิดขึ้นมา ต้องใช้เวลายาว นานนับเป็นหลาย ๆ อสงไขย พระองค์ต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจ สร้างบารมีมานับภพนับชาติไม่ถ้วน แล้วมาค้นพบในชาติ สุดท้ายเมื่อบารมีเต็มเปี่ยม ดังนั้น ให้เราดำเนินชีวิตอย่างผู้เป็นต้นแบบ รักษาพระพุทธศาสนา เฉกเช่น ท่านคุณานันทะ” ที่เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ให้อยู่คู่โลก เพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติทั้งหลายและเทวดาทั้งปวง