ตอนที่ ๑๕ หญิงสหายขี้เมา
หลวงพ่อธัมมชโย · มหาอุบาสิกาวิสาขา
ตอนที่ ๑๕ หญิงสหายขี้เมา
วันหนึ่งพระบรมศาสดา ทรงปรารภหญิงสหายของนางวิสาขา
ในนครสาวัตถี มีกุลบุตรอยู่กลุ่มหนึ่ง ๕๐๐ คน เห็นคุณงามความดีของนางวิสาขา แล้วก็กลับมาดูที่บ้าน เห็นภรรยาของตนไม่ได้เศษเสี้ยวธุลีของนางวิสาขาเลย ครั้นจะไปอบรมสั่งสอนก็ไม่ค่อยจะฟัง เพราะตัวก็ไม่ดีเหมือนกัน จึงอยากฝากให้นางวิสาขาช่วยดูแล เพื่อว่าอยู่ใกล้ชิดนางวิสาขาจะได้ซึมซับเอาความดีของนางมาบ้าง
ก่อนฝากก็มาหารือกันในหมู่กุลบุตร ๕๐๐ คน เราจะฝากแม่บ้านของเราไปอยู่ใกล้ ๆ นางวิสาขาคงจะได้นิสัยดีๆ ขึ้นอีกมากทีเดียว ส่วนภรรยาก็ดีใจว่า จะได้ออกจากบ้านง่ายขึ้น ก็เบิกบานขึ้นทันที เดินตามนางวิสาขาไปที่วิหารบ้าง ไปที่สวนบ้าง
ต่อมา ในเมืองสาวัตถีมีการป่าวประกาศว่า จะมีเทศกาลรื่นเริงแห่งเมืองสาวัตถีตลอด ๗ วัน เหล่าภรรยาทั้ง ๕๐๐ คน ก็จัดเตรียมสุราเพื่อสามีของตน เพราะเขาถือว่าเป็นธรรมเนียม
เหล่าสามีของหญิงเหล่านั้นก็เที่ยวเล่นดื่มสุราเมากันตลอด ๗ วัน แต่พอถึงวันที่ ๘ ต่างก็แยกย้ายกันออกไปทำงาน ทั้งๆ ที่ยังเมาค้างกันอยู่ เหล่าแม่บ้านได้ปรึกษาหารือกันว่า สุราเมรัยที่พ่อบ้านเขาดื่มยังเหลืออยู่ เรามาดื่มกันดีกว่า จะไปเททิ้งก็เสียดาย ได้ออกอุบายไปหานางวิสาขาแล้วกล่าวว่า วิสาขา พวกเราอยากชมสวน ช่วยพาเราไปหน่อยเถิด ด้วยหวังจะไปหาบรรยากาศในการดื่มสุรา โดยอ้างนางวิสาขาจะได้รับอนุญาตจากสามีให้ออกจากบ้านไปได้
นางวิสาขาไม่ทราบอุบาย จึงบอกว่า ไปก็ได้ แต่ขอให้เราได้สะสางงานที่ค้างอยู่ก่อน ทำงานเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราก็ค่อยไปกัน เมื่อนางวิสาขาทำงานเสร็จแล้วและไม่อยากจะขัดใจ เธอจึงพาหญิงเหล่านั้นไปชมสวน แต่คิดกันคนละอย่าง เธอต้องการให้ไปเพื่อความสบายใจ กุศลธรรมจะได้เกิดขึ้น แต่ว่าหญิงเหล่านั้น แอบซ่อนสุรามาอย่างมิดชิด หาบรรยากาศที่ดี เมื่อนางวิสาขาไม่เห็นก็แอบเอาสุรามาดื่ม สุรา แปลว่า เหล้า ดื่มแล้วก็เมา อาการก็ปรากฏ นางวิสาขาพอเห็นดังนี้ก็ตำหนิว่า ทำไมพวกเธอทำอย่างนี้ ทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรเลย เหล้านี่ไม่ควรจะดื่มเพราะทำให้ขาดสติ เดี๋ยวคนทั้งหลายจะติเตียนได้ว่า สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดื่มสุราแล้วก็ทำอาการอันไม่สมควร
นางจึงเตือนหญิงสหายเหล่านี้ว่า พวกเธอทำสิ่งไม่ดี พลอยทำให้เสียมาถึงฉันด้วย ถ้าสามีของเธอรู้ สามีของเธอจะโกรธ แล้วเธอจะทำอย่างไร ไม่ต้องห่วง เราได้เตรียมแผนการณ์ไว้แล้ว เมื่อกลับไปแล้วเราจะแกล้งป่วย เพราะดื่มสุราแล้วหน้าจะแดง ๆ อย่างนี้มันแนบเนียนดี เราจะบอกสามีว่า อาการไข้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ความร้อนกำลังเกิดขึ้นในร่างกายหน้าจึงแดง เธอได้กล่าวแก่นางวิสาขา เธออย่าไปคิดอย่างนั้น เดี๋ยวเธอก็จะรู้เองว่า เธอจะเจออะไร นางวิสาขาบอก เธอไม่ต้องห่วง ว่าแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
เมื่อไปถึงเรือนก็ได้ทำตามแผนที่ได้ตกลงกันเอาไว้ คือ ทำเป็นป่วยหน้าแดง แต่สิ่งนี้หรือจะไปปิดบังพ่อบ้าน เพิ่งดื่มมาได้ ๗ วัน วันที่ ๘ ยังไม่ทันส่างเลย เมื่อกลับมาบ้าน สามีเห็นหน้า ได้กลิ่นก็รู้ คนป่วยกลิ่นออกมาเป็นแอลกอฮอล์อย่างนี้ไม่มี สามีก็บอกว่า เธอคงไปแอบดื่มสุรามาเป็นแน่ ชี้หน้าเลย แล้วก็เป็นอย่างที่นางวิสาขาว่า คือ พ่อบ้านได้ตบตี แล้วก็สั่งสอนไปด้วย
อีกคราวหนึ่งได้มีการจัดงานเช่นนี้ขึ้นมาอีก พ่อบ้านดื่มสุราแบบเดิม แม่บ้านก็เอาอย่างบ้าง เพราะว่าเพิ่งผ่านไปไม่นานอย่างนั้น เมื่อพ่อบ้านดื่มได้เราก็ดื่มได้ ก็เลยไปชวนนางวิสาขาอีกว่า จะไปชมสวนกันแบบเดิม แต่คราวนี้ฉันไม่ไปกับเธอแล้ว เธอทำให้ฉันเสียหายในคราวที่แล้ว พวกหญิงสหายนั้นก็บอกว่า โอ รับรองคราวนี้เราจะไม่ทำอย่างนั้นอีกเด็ดขาด เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไม่พาเราไปชมสวน พาเราไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่วิหารได้ไหม
เธอไปวิหาร ไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแน่นะ ถ้าแน่แล้วเธอก็ต้องทำให้มันถูกต้องนะ ไม่เหมือนกับไปเที่ยวชมสวนโดยแอบเอาสุราเข้าไปดื่ม ถ้าเธอรับปากเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไม่เป็นดังนั้นหญิงเหล่านั้นได้ให้คนถือของหอม ดอกไม้ และแอบเอาสุราเข้าไป แล้วก็เอาผ้าผืนใหญ่คลุมปิดบังขวดสุรานั้น ทำเป็นว่า มีไทยธรรม ที่จะไปถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ นางวิสาขาเป็นคนให้โอกาสกับทุกๆ คนที่จะกลับตัว เมื่อทุกคนรับปาก เธอก็เชื่อในสิ่งนั้น จึงพาไปวัดพระเชตวัน เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อจะฟังธรรม แล้วก็เชื่อมั่นว่า เมื่อฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จะหักดิบเลิกได้
หญิงเหล่านั้น แม้เข้าไปสู่วิหารแล้วยังแอบนำสุราขึ้นมาดื่มจนเมา เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังหน้าแดง เลือดฝาดขึ้นหน้าทีเดียว นางวิสาขาก็ทราบ เพราะอาการเมาจะปิดบังอะไรเธอได้ แต่เธอว่า เออ ก็ยังดีกว่าไปอยู่ในสวน อยู่ตรงนี้ เดี๋ยวจะอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทรงแสดงธรรมแก่หญิงเหล่านั้น แล้วนางได้กราบอาราธนาให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม
คนเมาเวลาฟังธรรม ไม่ได้คิดว่าอยู่ต่อหน้าใครก็ร้องรำทำเพลงไปเลย หมดความละอายไปแล้ว เพราะน้ำเปลี่ยนนิสัย นิสัยได้เปลี่ยนไปแล้ว รำต่อพระพักตร์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในบริเวณนั้นมีเทวดาตนหนึ่งถูกมารเข้าสิง มารก็บังคับให้เทวดามีความคิดว่า เราจักสิงร่างของผู้หญิงเหล่านี้
เมื่อเข้าสิงร่างของผู้หญิงเหล่านี้แล้ว ก็แสดงอาการประหลาดต่อพระพักตร์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิงกันมาเป็นทอดๆ คนเมาจะถูกสิงง่าย เพราะปกติตอนเมาก็เหมือนโดนสิงอยู่แล้ว เมื่อโดนสิงก็ปรบมือบ้าง หัวเราะบ้าง ก็เริ่มร้องรำทำเพลง แต่ทั้งหมดอยู่ในธรรมจักษุของพระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงเปล่งพระรัศมีไปยังหญิงขี้เมาเหล่านั้น หญิงเหล่านั้นตกใจสุดขีด ไม่เคยเจออย่างนี้ ก็กลับได้สติ สร่างเมาขึ้นมาทันที
พระพุทธองค์ทรงหายจากที่ประทับนั่ง ไปประทับยืนอยู่บนยอดเขาสิเนรุ และได้เปล่งฉัพพรรณรังสีออกจากพระวรกาย แล้วทรงแสดงธรรมหลังจากแสดงพุทธานุภาพแล้ว เพื่อให้หญิงเหล่านั้นใจเปิดพร้อมที่จะรับฟังธรรม พระพุทธองค์จึงได้ตรัสว่า พวกเธอมาสู่สำนักของตถาคตแล้ว ไม่ควรเป็นผู้ประมาท จงตั้งใจฟังธรรมให้ดี เพราะความประมาทของพวกเธอ จึงทำให้เทวดาผู้ถูกมารสิงได้โอกาสเข้าสิงร่างของเธอ ให้ทำอาการประหลาดต่างๆ
พวกเธอทั้งหมดจงทำความเพียร เพื่อขจัดกิเลสอาสวะออกจากใจเถิด
พระพุทธองค์ตรัสขณะที่ประทับยืนบนยอดเขาสิเนรุ แม้จะไกลแต่ฟังแล้วเหมือนพระองค์ตรัสอยู่ใกล้ๆ ในที่สุดด้วยอานุภาพแห่งบุญ จึงทำให้หญิงทั้งหมดนั้นได้บรรลุโสดาปัตติผล พระบรมศาสดาทรงทราบว่า หญิงเหล่านั้นได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัยแล้ว จึงเสด็จลงมาจากยอดเขา แล้วทรงประทับนั่งบนพุทธอาสน์ดังเดิม นางวิสาขาก็ได้กราบทูลพระพุทธองค์ว่า ขึ้นชื่อว่า สุรา นี้เป็นของเลวทรามยิ่งนัก พวกหญิงเหล่านี้แม้นั่งต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ก็ยังทำแปลกประหลาดได้ถึงเพียงนี้ เพราะชนทั้งหลายดื่มสุรานี้ เขาจึงถึงความพินาศย่อยยับ ทั้งในปัจจุบันและในปรโลก และในสังสารวัฏ