ตอนที่ ๑๓ พร ๘ ประการ
หลวงพ่อธัมมชโย · มหาอุบาสิกาวิสาขา
ตอนที่ ๑๓ พร ๘ ประการ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระสาวกประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน นางวิสาขาก็ได้เข้าไปกราบอาราธนาพระพุทธองค์และเหล่าพระสาวกไปเสวยภัตตาหารที่เรือนตนในวันรุ่งขึ้น ในคืนนั้น ฝนตั้งเค้าในทวีปทั้ง ๔ ทำท่าว่าจะตกหนักทั้ง ๔ ทวีป คือ ชมพูทวีป อุตตรกุรุทวีป อปรโคยานทวีป ปุพพวิเทหทวีป
พอวันรุ่งขึ้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุสงฆ์ว่า วันนี้ฝนจะตกใหญ่ทั้ง ๔ ทวีป พวกเธอจงสรงสนานกายกันเถิด เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฝนจะตกพร้อมกันทั้ง ๔ ทวีป พระภิกษุสงฆ์สนองพระพุทธบัญชา จึงพากันเปลื้องกายสรงน้ำท่ามกลางฝนที่ตกลงมา ในครั้งนั้น นางวิสาขาได้สั่งให้บริวาร จัดเตรียมภัตตาหารอย่างประณีต เพื่อเตรียมต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าภิกษุสงฆ์
เมื่อถึงเวลาแล้ว นางจึงสั่งให้หญิงรับใช้ไปแจ้งให้แก่คณะสงฆ์ว่า ภัตตาหารที่จัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ขออาราธนาพระคุณเจ้า หญิงรับใช้เดินทางไปวัดพระเชตวันท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก แล้วเธอก็เข้าใจผิดว่า ไม่มีพระภิกษุสงฆ์ มีแต่อาชีวกหรือพวกชีเปลือยอาบน้ำฝนกันอยู่ จึงกลับมาบอกนางวิสาขาว่า ไม่มีพระภิกษุอยู่เลย
แต่นางวิสาขา เป็นหญิงฉลาดและมีปัญญา ก็รู้ว่า สิ่งที่หญิงรับใช้เห็น คือ พระภิกษุ และเข้าใจว่า หญิงรับใช้เข้าใจผิด จึงให้หญิงรับใช้นั้นกลับไปนิมนต์พระภิกษุสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง พอดีพระภิกษุสรงน้ำเสร็จก็กลับเข้าไปนุ่งห่มจีวรในกุฏิของตน หญิงรับใช้กลับไปอีกครั้ง ก็พบความว่างเปล่า ไม่มีภิกษุสงฆ์อยู่เลยแม้เพียงรูปเดียว ก็กลับมารายงานนางวิสาขาว่า ไม่พบใครเลยที่วัดมีแต่ความว่างเปล่า
แต่นางวิสาขาทราบว่า ภิกษุคงกำลังนุ่งห่มจีวรอยู่ภายในกุฏิ จึงให้หญิงรับใช้กลับไปนิมนต์พระภิกษุอีกครั้งหนึ่ง ในขณะเดียวกันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า พวกเธอจงเตรียมบาตรและจีวรเพื่อไปฉันภัตตาหารที่เรือนของนางวิสาขา พระพุทธองค์พร้อมกับหมู่สงฆ์ก็เดินหายกันไปในวิหารพระเชตวัน แล้วก็มาปรากฏกายที่ซุ้มประตูบ้านของนางวิสาขา ประดุจบุรุษมีกำลังเหยียดแขนคู้แขนเช่นนั้น
หญิงรับใช้เห็นอานุภาพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและหมู่สงฆ์มาถึง ก็รีบกลับมารายงานด้วยความตกใจ นางวิสาขาพร้อมด้วยลูกหลานและบริวารจึงรีบออกมาต้อนรับแล้วกล่าวว่า น่าอัศจรรย์จริงหนอ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย เสด็จมาโดยที่จีวรและเท้าไม่เปียกน้ำเลย นางจึงได้ถวายภัตตาหารแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์
หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำภัตกิจเสร็จแล้ว นางวิสาขาได้ทูลขอพร ๘ ประการ จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นางวิสาขากราบทูลว่า หม่อมฉันทูลขอประทานพร ๘ ประการที่สมควรและไม่มีโทษเพคะ พร ๘ ประการนั้น คือ
๑. หม่อมฉันปรารถนาจะถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระภิกษุสงฆ์
๒. หม่อมฉันปรารถนาจะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาจากที่อื่น
๓. หม่อมฉันปรารถนาจะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุที่เตรียมจะเดินทางไปที่อื่น
๔. หม่อมฉันปรารถนาจะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้อาพาธ
๕. หม่อมฉันปรารถนาจะถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้เฝ้าไข้
๖. หม่อมฉันปรารถนาจะถวายเภสัชสำหรับพระภิกษุสงฆ์ผู้อาพาธ
๗. หม่อมฉันปรารถนาจะถวายข้าวยาคูแด่พระภิกษุสงฆ์
๘. หม่อมฉันปรารถนาที่จะถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่ภิกษุณีสงฆ์
พระศาสดาตรัสว่า วิสาขาเธอเห็นประโยชน์อะไรจึงขอพร ๘ ประการนี้จากตถาคต เธอจึงกราบทูลว่า
ข้อ ๑ ในวันนี้ดิฉันให้หญิงรับใช้ไปนิมนต์พระภิกษุที่วัดเชตวัน หญิงรับใช้นั้นเห็นว่า ภิกษุทั้งหลายเปลื้องผ้าสรงสนานกาย นางจึงเข้าใจผิดว่า ไม่มีพระภิกษุในเชตวันเลย มีแต่พวกนักบวชชีเปลือยสรงสนานกายอยู่ นางจึงมารายงานให้หม่อนฉันทราบ หม่อมฉันคิดว่า พระภิกษุเปลือยกายไม่งาม ไม่เหมาะแก่สมณสารูป หม่อมฉันเห็นอำนาจประโยชน์นี้ จึงปรารถนาจะถวายผ้าอาบน้ำฝน (วัสสิกสาฎก) แด่พระภิกษุสงฆ์ตลอดชีวิต
ข้อที่ ๒ พระอาคันตุกะ เมื่อมาถึงเมืองสาวัตถีใหม่ๆ ย่อมไม่ชำนาญหนทาง ไม่รู้จักสถานที่ที่จะบิณฑบาต จะทำให้ท่านลำบากเรื่องการขบฉัน แต่เมื่อภิกษุสงฆ์ได้ฉันอาคันตุกภัตของหม่อมฉันแล้ว ท่านจะได้ไม่ลำบากในการแสวงหาภัตตาหารในช่วงแรก เมื่ออยู่ไปนานๆ ท่านก็จะชำนาญหนทางมากขึ้น ก็จะสามารถออกบิณฑบาตที่อื่นได้ หม่อมฉันเห็นอำนาจประโยชน์นี้ จึงปรารถนาจะถวายอาคันตุกภัตแด่พระภิกษุสงฆ์ตลอดชีพ
ข้อ ๓ พระภิกษุผู้จะเตรียมตัวเดินทางไป แต่มัวแสวงหาภัตตาหารอยู่จะพลาดจากหมู่เกวียนที่ตนจะอาศัยไปด้วย และจะต้องเดินทางไปรูปเดียว กว่าจะถึงที่หมายก็มืดค่ำ หม่อมฉันเห็นอำนาจประโยชน์นี้จึงปรารถนาจะถวายคมิกภัต แด่ภิกษุสงฆ์ที่กำลังจะเดินทางตลอดชีวิต
ข้อ ๔ เมื่อพระภิกษุอาพาธถ้าไม่ได้ภัตตาหารที่เป็นสัปปายะ อาการอาพาธก็จะกำเริบ อาจถึงแก่มรณภาพได้ หม่อมเห็นอำนาจประโยชน์นี้จึงปรารถนาจะถวายคิลานภัตแด่พระภิกษุสงฆ์อาพาธตลอดชีพ
ข้อ ๕ พระภิกษุผู้เฝ้าไข้ มัวแสวงหาภัตตาหารเพื่อผู้ป่วยอยู่ กว่าจะหาได้ตนเองก็จะอดอาหาร หม่อมฉันเห็นอำนาจประโยชน์นี้จึงปรารถนาจะถวายคิลานุปัฏฐากภัตแด่พระภิกษุสงฆ์ผู้เฝ้าไข้ตลอดชีพ
ข้อ ๖ เมื่อพระภิกษุผู้อาพาธไม่ได้รับเภสัชที่สัปปายะ อาการอาพาธจะกำเริบและอาจจะมรณภาพได้ หม่อมฉันเห็นอำนาจประโยชน์นี้จึงปรารถนาที่จะถวายคิลานเภสัชแด่พระภิกษุสงฆ์อาพาธตลอดชีพ
ข้อ ๗ พระพุทธองค์ได้อนุญาตให้ภิกษุฉันยาคูได้ เพราะเห็นว่า เป็นประโยชน์แก่สุขภาพของพระภิกษุสงฆ์ เช่น ช่วยย่อยอาหาร เป็นต้น หม่อมฉันเห็นอำนาจประโยชน์นั้นจึงตั้งใจถวายยาคูเป็นประจำแด่พระภิกษุสงฆ์จนตลอดชีวิต
ยาคู คือ อาหารที่มีลักษณะเหลวคล้ายข้าวต้ม เป็นอาหารเบาสำหรับฉันรองท้องก่อนถึงเวลาฉันอาหารหนัก เช่น ภิกษุฉันยาคูก่อนออกบิณฑบาตร
อานิสงส์ของยาคู ๑๐ ประการ ดังนี้
๑. ให้อายุ
๒. ให้วรรณะ
๓. ให้ความสุข
๔. ให้พละกำลัง
๕. ให้ปฏิภาณ
๖. กำจัดความหิว
๗. บรรเทาความกระหาย
๘. ทำให้ลมเดินคล่อง
๙. ล้างลำไส้
๑๐. ย่อยอาหารใหม่ที่เหลือ
ข้อ ๘ ภิกษุณีทั้งหลายต้องเปลือยกายสรงน้ำร่วมท่ากับหญิงชาวบ้าน หญิงแพศยา ต้องถูกเย้ยหยันทำให้เกิดความเกื้อเขิน ชื่อว่า ความเปลือยกายของผู้หญิงไม่งาม น่าเกลียดน่าชัง ไม่สมควร หม่อมฉันเห็นประโยชน์นี้จึงถวายผ้าอาบน้ำ (อุทกสาฎก) แด่ภิกษุณีสงฆ์ จนตลอดชีพ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เธอเห็นอานิสงส์อะไรจึงขอพร ๘ ประการนี้ต่อตถาคต นางวิสาขากราบทูลว่า ภิกษุทั้งหลายเมื่อออกพรรษาแล้วจะมาสู่เมืองสาวัตถีเพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ หม่อมฉันก็จะถามภิกษุทั้งหลายว่า เคยมาเมืองสาวัตถีหรือไม่ ถ้าเคยมาก็แสดงว่าท่านเคยได้รับการดูแล และรับถวายภัตตาหารและสิ่งของต่างๆ ของหม่อมฉันเป็นประจำเป็นแน่
เมื่อเป็นเช่นนั้นหม่อมฉันก็จะระลึกนึกถึงบุญได้ตลอด ทำให้เกิดความปลื้มใจอิ่มเอิบใจ กายก็จะสงบมีความสุข จิตจะตั้งมั่นเป็นทางมาแห่งกุศลธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป การที่ขอพร ๘ ประการนี้ ก็เพื่อว่า ภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ก็ดี นางวิสาขาเจอที่ไหน เมื่อไหร่ก็ตาม ก็จะได้ถามว่า เคยมาเมืองสาวัตถีไหม แล้วก็ได้ทำสิ่งเหล่านี้ทั้ง ๘ ประการ พอพระภิกษุหรือภิกษุณีบอกว่า เคยมาอย่างนั้น แสดงว่า ท่านก็คงต้องได้รับการบำรุงข้อใดข้อหนึ่งที่เธอขอพรจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จะทำให้เธอปลื้ม ได้ชื่นอกชื่นใจก็เป็นทางมาแห่งกุสลธรรม จิตก็จะตั้งมั่น เธอเห็นประโยชน์อย่างนี้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสว่า สาธุ สาธุ สาธุ เมื่อเธอเห็นอานิสงส์ถึงปานนั้น จึงขอพร ๘ ประการต่อเราตถาคต เราก็จะอนุญาตพร ๘ ประการเหล่านั้นแก่เธอ สิ่งที่เธอขอไม่ใช่เพื่อใครเลย แต่เพื่อประโยชน์สุขของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ที่จะได้ทำพระนิพพานให้แจ้ง