ตอนที่ ๑๒ บุพกรรมของวิสาขา
หลวงพ่อธัมมชโย · มหาอุบาสิกาวิสาขา
ตอนที่ ๑๒ บุพกรรมของวิสาขา
เมื่อภิกษุปุถุชนได้ยินนางวิสาขารำพึงอย่างนั้น ก็มีความคิดอย่างหนึ่ง รีบมากราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า โอ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า นางวิสาขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย นางและบุตรหลานเหลนต่างก็เดินเวียนรอบวิหาร แล้วก็ขับร้องเพลงต่าง ๆ นานา นางเสียจริตผิดมนุษย์ไปหรือเปล่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ธิดาของเราไม่ได้ร้องเพลง แล้วก็ไม่ได้เสียสติหรอก แต่ที่เธอทำเช่นนั้น เพราะว่า ความปรารถนาที่จะทำบุญในพระพุทธศาสนาของเธอเต็มเปี่ยมแล้ว เธอจึงเปล่งอุทานออกมา ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลถามว่า นางได้ตั้งความปรารถนาไว้เมื่อใดพระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า เรื่องนี้มีเหตุ ดังนี้แล้ว พระพุทธองค์ทรงเล่าเรื่องต่อไปนี้
เมื่อแสนกัปที่ผ่านมา กล่าวคือ ย้อนหลังไปเมื่อโลกเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมสลาย ย้อนหลังไปแสนครั้ง ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบังเกิดขึ้น สมัยนั้น มนุษย์มีอายุ ๑ แสนปี พระพุทธองค์มีพระภิกษุสงฆ์ขีณาสพถึง ๑ แสนรูปเป็นบริวาร
สมัยนั้น มีอุบาสิกาคนหนึ่ง ผู้เป็นยอดอุปัฏฐายิกาของพระภิกษุ และตั้งอยู่ในฐานะดั่งมารดา นางได้บำรุงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และภิกษุสงฆ์ด้วยปัจจัย ๔ โดยมาทำบุญที่วัดทั้งเช้าและเย็น ประดุจเป็นมารดาของพระภิกษุ ดูแลอย่างดี ในยุคนั้นมนุษย์อายุยืนถึงแสนปี แต่นางก็ทำอย่างนี้เช้าเย็นทุกวัน เธอมีเพื่อนหญิงคนหนึ่งซึ่งมาวัดด้วยกันเป็นประจำ เพื่อนหญิงนั้นได้เห็นอุบาสิกาพูดคุยกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความคุ้นเคย และได้รับพร ๘ ประการ จากพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ความคุ้นเคยอย่างนี้ ไม่ใช่เกิดได้ง่าย จะต้องเป็นกำลังอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างสำคัญ เป็นฝ่ายกองเสบียงทีเดียว จึงจะได้รับความคุ้นเคย นางเห็นแล้วก็ชอบ คิดในใจว่า เพื่อนของเราทำบุญอะไรหนอ จึงมีความคุ้นเคยกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าภิกษุสงฆ์ถึงปานนี้ จึงได้กราบทูลถามพระบรมศาสดาว่า อุบาสิกาท่านนี้มีความสัมพันธ์อย่างไรกับพระพุทธองค์หรือ จึงได้มีความคุ้นเคยกัน ที่ถามเพราะว่า เป็นญาติ หรือเป็นลูกหลานเหลนอะไรของพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือ
อุบาสิกาท่านนี้ ได้เป็นยอดแห่งอุปัฏฐากฝ่ายหญิงของเรา เธอจึงถามต่อไปว่า นางได้ทำกรรมอย่างไร จึงเป็นเลิศแห่งอุปัฏฐาก คำว่า ทำกรรม เป็นคำกลางๆ ไม่ใช่ว่า เธอทำกรรมอะไรมา เราจะไปเหมาเข้าใจว่า เป็นกรรมไม่ดี อย่างนี้ไม่ใช่ พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงตรัสว่า เพราะนางได้ตั้งความปรารถนาเอาไว้ตั้งแต่แสนกัปที่ผ่านมา แสดงว่า ที่ผ่านมาต้องไม่เคยขาดเลยแม้แต่กัปเดียว ถ้าอย่างนั้น บัดนี้หม่อมฉันจะปรารถนาเช่นนั้นบ้างจะได้ไหม
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสอดญาณตรวจตราดูด้วยสัพพัญญุตญาณ ซึ่งเป็นญาณทัสสนะที่สมบูรณ์ มีความสว่างไสวตลอดเวลา ถ้าสอดส่องไปที่ไหนเวลาไหนจึงจะรู้ได้ แต่ถ้าไม่สอดส่องก็ไม่รู้ เหมือนเรามีดวงตา ถ้าเราไม่ลืมตาก็มองไม่เห็น ถ้าลืมตาก็จะมองเห็น และแล้วพระองค์ได้ตรวจดูกำลังบุญบารมี ดูธาตุธรรมของเธอ แล้วจึงตรัสตอบว่า ได้สิ เธอจะได้เป็นในอนาคตกาล คำว่า ได้ ในที่นี้หมายความว่า อีกแสนกัปข้างหน้า ซึ่งนางได้ยินแล้วก็มีความรู้สึกว่า เวลาไม่นานเท่าไร มีความรู้สึกว่า เหมือนพรุ่งนี้เลย ความรู้สึกของผู้ที่มีบุญกระหายบุญ มีบารมีมาก จะมีความรู้สึกว่า ไม่ยาวนาน เพราะรู้ตัว ว่า ชีวิตในสังสารวัฏ อีกแสนกัปที่ตัวจะไปถึงเป้าหมาย อย่างมากที่สุดจะได้ท่องเที่ยวอยู่ ๒ ภูมิ คือ มนุษยภูมิกับเทวภูมิ คือ ตายจากมนุษย์ก็ไปบังเกิดเป็นชาวสวรรค์ จุติจากสวรรค์ก็ลงมามนุษย์ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสิ่งใดแล้วไม่มีผิด เป็นจริงถูกต้องแม่นยำเสมอ ถ้าอย่างนั้น ขอพระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ๑ แสนรูป ได้โปรดมารับภัตตาหารที่บ้านของหม่อมฉันตลอด ๗ วันด้วยเถิด
พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับอาราธนา ในวันรุ่งขึ้นก็เสด็จมาพร้อมกับภิกษุสงฆ์ ๑ แสนรูปมาที่เรือนของเธอ คำว่า เรือน ในที่นี้ ต้องรองรับพระได้จำนวนมาก ต้องมีขนาดใหญ่ทีเดียว นางได้ถวายทานแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ตลอด ๗ วัน
วันสุดท้ายนางได้ถวายผ้าสาฎกเพื่อทำจีวรแก่หมู่ภิกษุสงฆ์ โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข พร้อมกับกล่าวว่า ด้วยผลแห่งทานนี้ หม่อมฉันไม่ได้ปรารถนาความเป็นใหญ่แห่ง เทวโลก คือ มีบุญมากสามารถปรารถนาไปเป็นใหญ่ในเทวโลกได้ แม้จะทราบว่า เทวโลกมีความสุขมากเพียงใด แต่หม่อมฉันปรารถนาพร ๘ ประการจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเบื้องหน้า แล้วตั้งอยู่ในฐานะดั่งมารดา เป็นยอดแห่งมหาอุบาสิกาผู้สามารถบำรุงพระภิกษุสงฆ์ด้วยปัจจัย ๔ พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรวจดูบุญบารมีของหญิงนี้ว่า จะสำเร็จหรือไม่ ก็ทรงพบว่า สำเร็จ จึงทรงพยากรณ์ว่า ความปรารถนาของเธอจะสำเร็จ ในแสนกัปข้างหน้า จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ทรงพระนามว่า พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกาลนั้นเธอจะได้เกิดเป็น อุบาสิกาชื่อ วิสาขา จะได้รับพร ๘ ประการ และตั้งอยู่ในฐานะดั่งมารดา ผู้เป็นยอดของอุบาสิกา ผู้สามารถบำรุงพระภิกษุสงฆ์ด้วยปัจจัย ๔