ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตอนที่ ๑๐ สร้างบุพพาราม อัครสถานแห่งบุญ

หลวงพ่อธัมมชโย · มหาอุบาสิกาวิสาขา

PDF
ตอนที่ ๑๐ สร้างบุพพาราม อัครสถานแห่งบุญ วันหนึ่ง นางวิสาขาสวมเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ไปงานมโหรสพ และคิดว่าจะไปฟังธรรมต่อ เนื่องจากนางเป็นที่รู้จักของคนทั้งเมือง ก็จะไปงานที่เขาเชิญอยู่บ่อย ๆ เพราะถ้านางไปที่ไหนเหมือนเอาสิริมงคลไปให้ที่บ้านนั้น สิริเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ เพราะฉะนั้นเขามักจะเชิญนางไปร่วมงาน เมื่อกลับจากงานแล้ว ในใจมีอย่างเดียว คือ อยากฟังธรรม นางจึงถอดเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ฝากไว้กับหญิงรับใช้ เพราะคิดว่า เราจะสวมเครื่องประดับอลังการตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเข้าไปสู่วิหารนั้นไม่สมควร ผู้มีปัญญาย่อมรู้ว่าสิ่งใดเหมาะสิ่งใดควร และก็เปลี่ยนไปสวมเครื่องประดับฆนมัฏฐกะ ซึ่งเป็นเครื่องประดับเรียบหรู ดูสง่าแทน แล้วส่งเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ให้หญิงรับใช้ซึ่งมีกำลัง ๕ ช้างสาร ผู้เกิดขึ้นด้วยบุญของตน หญิงรับใช้คนนั้นคนเดียว ที่สามารถรับเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์นั้นได้ นางวิสาขาสั่งหญิงรับใช้ว่า “ฉันจะสวมเครื่องประดับนี้ในเวลากลับจากสำนักพระศาสดาเธอจงเก็บไว้ให้ดี” นางวิสาขาฟังธรรมเสร็จแล้วก็ออกจากวิหารทางประตูอีกด้านหนึ่ง จะกลับสู่เรือนของตน ส่วนหญิงคนรับใช้ก็รีบกลับเช่นกัน จึงลืมเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ไว้ในวิหาร ซึ่งเป็นเรื่องของบุญบันดาลจะได้มีโอกาสสร้างบุญต่อบุญ หลังจากฟังธรรมเสร็จแล้ว พระอานนท์ก็ได้เดินตรวจตราความเรียบร้อย จึงไปพบเครื่องประดับที่หญิงรับใช้นั้นลืมทิ้งไว้ พระอานนท์จึงกราบทูลพระศาสดา ว่า “นางวิสาขาลืมเครื่องประดับไว้ ควรจะทำอย่างไรดี” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “เธอเก็บเครื่องประดับนั้นไว้ที่ข้างหนึ่งเถิดอานนท์” พระเถระจึงนำเครื่องประดับไปไว้ที่ข้างบันได เพื่อรอผู้เป็นเจ้าของมารับกลับไป เมื่อนางวิสาขาจะประดับเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ ก็เรียกหญิงคนรับใช้คนนั้นให้ไปเอาเครื่องประดับมา เธอจะผูกพันกับเครื่องประดับนี้ เพราะพ่อให้มา หญิงรับใช้ก็ตกใจ บอกนางวิสาขาว่า “ลืมอยู่ในวิหาร” นางวิสาขากล่าวว่า “เธอจงไปนำเครื่องประดับมา แต่ถ้าพระอานนท์จับเครื่องประดับนั้นแล้ว จงอย่าเอามา ให้ถวายท่านไปเลย” หญิงรับใช้นั้นรีบมาที่วิหาร ได้พบพระอานนท์ ท่านจึงถามว่า “มาทำไม น้องหญิง” หญิงรับใช้ตอบว่า ดิฉันลืมเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ของแม่เจ้าวิสาขาไว้ที่วิหารเจ้าค่ะ อาตมาเก็บไว้ให้แล้ว วางอยู่ข้างบันไดหน้าวิหาร “พระคุณเจ้าจับต้องเครื่องประดับแล้ว แม่เจ้าวิสาขาบอกว่า ให้ถวายเครื่องประดับนั้นแด่พระคุณเจ้าเลยเจ้าค่ะ” “ไม่ได้หรอกน้องหญิงอาตมาเป็นพระภิกษุ จะรับเครื่องประดับไว้ได้อย่างไร เธอจงนำไปคืนนางวิสาขา เจ้านายของเธอเถิด” “โอ ไม่ได้เจ้าค่ะ แม่เจ้าวิสาขากำชับอย่างเด็ดขาดว่า หากพระคุณเจ้าจับแล้วจะไม่นำมาสวมใส่อีก” เมื่อหญิงรับใช้กราบเรียนให้พระอานนท์ทราบแล้ว ก็รีบวิ่งกลับมารายงานเรื่องราวทั้งหมดให้นางวิสาขาทราบว่า “เครื่องประดับนั้นพระอานนท์ได้จับแล้ว แล้วเอาไปวางไว้ข้างบันได” เราก็ไม่ควรจะใช้เครื่องประดับที่พระคุณเจ้าเอามือไปแตะต้องแล้ว แต่เธอก็คิดต่อว่า ก็จริงอย่างที่พระอานนท์กล่าว เครื่องประดับนี้ก็ไม่เหมาะกับพระภิกษุเหมือนกัน ในใจของนางวิสาขานั้น แช่อิ่มอยู่ในบุญตลอด เรื่องที่จะคิด จะพูด หรือทำ ล้วนเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของบุญทั้งสิ้น เหมือนเป็นวงจรบุญ ถ้าอย่างนั้นเราควรจะนำเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ไปขายเพื่อจะได้นำเงินนั้นมาทำบุญต่อ เธอจึงสั่งหญิงรับใช้คนนั้นให้กลับไปนำเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์กลับมา แล้วก็ให้ไปตามช่างทองมาประเมินราคาเครื่องประดับชิ้นนี้ เพราะเธอก็สวมใส่มาเป็นเวลานานแล้ว ช่างทองเมื่อมาดูเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ แล้วก็ตีราคาเป็นมูลค่า ๙ โกฏิ และค่ากำเหน็จอีก ๑ แสน ซึ่งช่างทองเมืองนี้ ตีราคาเท่ากับที่ธนัญชัยเศรษฐี จ้างช่างทองในเมืองสาเกตทำขึ้นมา หลังจากนั้นจึงได้นำข่าวการบอกขายเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ไปป่าวประกาศให้มหาชนได้รับทราบ แต่คนทั้งหลายเมื่อทราบว่า เป็นของนางวิสาขาก็ไม่มีใครรับซื้อเอาไว้ เพราะคิดว่า ของเหล่านี้ไม่คู่ควรกับตน เพราะกำลังกายที่จะสวมใส่ก็ไม่ถึง กำลังทรัพย์ก็ไม่ค่อยมี กำลังบุญก็ไม่พอ บางคนมีกำลังทรัพย์แต่ว่ากำลังบุญไม่ถึง เพราะเครื่องประดับนี้ เป็นของคู่บุญของนางวิสาขา ผู้เป็นที่เคารพรักของคนทั้งเมือง ด้วยเหตุผลหลากหลายประการดังกล่าว เธอจึงต้องรับซื้อเครื่องประดับนั้นไว้เองด้วยทรัพย์ ๙ โกฏิ กับอีก ๑ แสนกหาปณะ ในสมัยพุทธกาลสตรีที่สามารถสวมเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ ที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎกมีเพียง ๓ คน คือ นางวิสาขา นางมัลลิกา ภรรยาของพันธุลเสนาบดี และธิดาของเศรษฐีในกรุงพาราณสี หลังจากที่นางวิสาขารับซื้อเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ด้วยตนเองแล้ว จึงเข้าไปกราบถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้พระพุทธองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงแนะนำว่า เธอจงนำทรัพย์นี้ไปสร้างที่พักภิกษุสงฆ์ทางด้านทิศตะวันออก นางวิสาขาจึงรับสาธุการด้วยใจที่เบิกบาน แล้วนำทรัพย์ไปซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างเป็นอาราม ๙ โกฏิ และบริจาคทรัพย์เพื่อใช้เป็นค่าก่อสร้างอีก ๙ โกฏิ วันหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอดส่องข่ายพระญาณตรวจดูสัตว์โลก ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งการบรรลุธรรมของมาณพหนุ่มท่านหนึ่ง ในตระกูลเศรษฐี ณ ภัททิยนคร จึงได้เสด็จจาริกพร้อมคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ไปภัททิยนคร ข่าวการเสด็จของพระพุทธองค์ ได้กระจายไปทั่วเมืองสาวัตถี บริวารของนางวิสาขาจึงได้นำข่าวนี้ มาแจ้งให้นางวิสาขาทราบ นางวิสาขาจึงรีบติดตาม เพื่อเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าในระหว่างทาง แล้วก็กราบทูลอ้อนวอนพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ขอทรงประทับอยู่ก่อนอย่าเพิ่งเสด็จไปเมืองอื่นเลยเพคะ หม่อมฉันกำลังก่อสร้างวิหารถวายแด่พระพุทธองค์” “วิสาขา นี่เป็นพุทธกิจของตถาคตที่จะต้องไปโปรดสัตว์โลก เธออย่าได้ห้ามเราเลย” “ถ้าอย่างนั้น ขอพระองค์ได้ตรัสสั่งให้ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ที่มีความเข้าใจเรื่องงานก่อสร้าง อยู่ที่นี่ก่อนเถิดเพคะ” “เธอพอใจภิกษุรูปใดก็จงรับบาตรของภิกษุรูปนั้นเถิด วิสาขา“ ปกติแล้วนางวิสาขาจะคุ้นเคยกับพระอานนท์ แต่ในกรณีนี้เธอก็คิดว่า พระอานนท์ จะต้องเป็นพุทธอุปัฏฐาก เธอจึงไปนิมนต์พระมหาโมคัลลานะ ผู้มีฤทธิ์มาก เพื่อให้งานก่อสร้างนี้สำเร็จอย่างรวดเร็ว เพราะท่านมีฤทธิ์ เหาะเหินเดินอากาศได้ จึงทูลขอพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงตรัสกับพระมหาโมคัลลานะว่า “โมคคัลลานะ เธอจงพาภิกษุบริวารของเธอ ๕๐๐ รูป อยู่ที่นี่ก่อนเถิด” เมื่อพระมหาโมคัลลานะและคณะสงฆ์ มาช่วยงานก่อสร้าง ก็ทำให้งานก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ด้วยอานุภาพของท่าน แม้การขนส่งวัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้ หิน จากที่ไกลๆ ก็เหมือนใกล้ การย้ายของหนักก็ทำให้เบา ในที่สุดเวลาผ่านไปเพียง ๔ เดือน อารามนั้นก็สร้างเสร็จทั้งหมด วิหารนี้มีชื่อว่า บุพพาราม แปลว่า อารามที่อยู่ทิศตะวันออก มีห้องทั้งหมด ๑,๐๐๐ ห้อง มี ๒ ชั้น ชั้นล่าง ๕๐๐ ห้อง ชั้นบน ๕๐๐ ห้อง นางได้ประดับประดาตกแต่งวิหารบุพพารามจนวิจิตรงดงาม โดยได้ปูลาดผ้าเนื้อดีในทุกแห่งอย่างเรียบร้อย แล้วบนยอดของวิหาร คือ ชั้นบนดาดฟ้ามีหม้อน้ำที่บุด้วยทองคำจำนวน ๖๐ หม้อ เพื่อใส่น้ำฉัน เมื่อพระพุทธองค์เสด็จจากเมืองสาวัตถีไปเป็นเวลา ๙ เดือน ก็ทรงเสด็จกลับมาเมืองสาวัตถีอีก นางวิสาขาทราบแล้วก็ดีใจ รีบชวนบริวารเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กราบทูลว่า บัดนี้หม่อนฉันได้สร้างบุพพารามสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอกราบอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมเหล่าภิกษุสงฆ์สาวกไปพำนัก ณ ที่นั้นเถิด หม่อมฉันจะทำบุญฉลองวิหารตลอด ๔ เดือน พระศาสดาทรงรับแล้ว วันรุ่งขึ้นพระพุทธองค์จึงเสด็จไปยังบุพพาราม ท่ามกลางการต้อนรับของนางวิสาขาและเหล่าบริวาร นางวิสาขาได้ถวายทานแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและหมู่ภิกษุสงฆ์ในบุพพารามนั้นเอง