ตอนที่ ๖ วิสาขาแต่งงาน
หลวงพ่อธัมมชโย · มหาอุบาสิกาวิสาขา
ตอนที่ ๖ วิสาขาแต่งงาน
ในคืนสุดท้าย ก่อนที่นางสาววิสาขาจะออกเดินทางไปสู่เมืองสาวัตถี ท่านธนัญชัยเศรษฐีได้เรียกนางเข้ามาหา แล้วให้โอวาท ๑๐ ประการแก่เธอ ขณะที่กำลังให้โอวาทอยู่นั้น มิคารเศรษฐี ว่าที่พ่อสามี แอบฟังอยู่ข้างฝาเรือน ได้ยินโอวาททั้ง ๑๐ ประการนั้น ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงสอนอย่างนี้ เพราะความไม่เข้าใจของท่าน จึงเป็นเรื่องฝังใจมาตลอด
โอวาท ๑๐ ประการ ที่ธนัญชัยเศรษฐีมอบให้แก่นางสาววิสาขา คือ
๑. เมื่อลูกอยู่ในบ้านของมารดาบิดาของสามี ไม่ควรนำไฟภายในออกไปภายนอก
๒. ไม่ควรนำไฟภายนอกเข้าไปภายใน
๓. พึงให้แก่คนที่ให้เท่านั้น
๔. ไม่พึงให้กับคนที่ไม่ให้
๕. พึงให้แก่คนทั้งที่ให้ และไม่ให้
๖. พึงนั่งให้เป็นสุข
๗. พึงบริโภคให้เป็นสุข
๘. พึงนอนให้เป็นสุข
๙. พึงบำเรอไฟ
๑๐ พึงนอบน้อมเทวดาภายใน
ในวันรุ่งขึ้นท่านธนัญชัยเศรษฐีจึงได้เรียกประชุมชนทั้งหลาย แล้วเลือกผู้มั่งมีทรัพย์ที่เป็นที่เคารพนับถือของชนทั้งหลายให้เป็นทนายจำนวน ๘ คน เพื่อเป็นผู้ค้ำประกัน และตัดสินคดีความต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ธิดาของตน เป็นความรอบคอบของท่านธนัญชัยเศรษฐี เพราะรู้ว่า ชีวิตของการครองเรือนมีสุขน้อยทุกข์มาก อุปมาว่า กำไลถ้าใส่อันเดียวก็ไม่ดัง แต่แขนข้างเดียวใส่กำไลสองอัน มันก็จะกระทบกันเกิดเสียงดัง เช่นเดียวกับสามีภรรยาอยู่ด้วยกัน อาจจะมีการกระทบกระทั่งกันได้ จึงเตรียมทนายไว้ ๘ คน แล้วก็บอกว่า ถ้าความผิดเกิดขึ้นแก่ลูกของเราในที่นั้น ขอพวกท่านจงเป็นผู้ตัดสิน
ดังนี้แล้ว ท่านเศรษฐีจึงได้ให้นางสาววิสาขาสวมเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ มอบทรัพย์ให้ ๕๔ โกฏิ แล้วพามาขึ้นรถม้าที่จัดเตรียมไว้ พร้อมทั้งให้คนตีกลองป่าวประกาศในบ้านส่วยของตนทั้ง ๑๔ ตำบลว่า ใครปรารถนาจะไปอยู่กับลูกของเราก็จงไปเถิด คือ ท่านก็ยังไม่มั่นใจว่า กำลังบุญของลูกสาวจะมีมากขนาดไหน ปรากฏว่า ชนทั้ง ๑๔ ตำบลได้ติดตามนางวิสาขาไปหมดเมืองเลย เพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะอยู่ที่นี่ ในเมื่อแม่เจ้าของเราไม่อยู่แล้ว
เมื่อถึงเวลาส่งตัว ธนัญชัยเศรษฐีได้กราบลาพระราชาและมิคารเศรษฐี แล้วตามไปส่งนางสาววิสาขาระยะหนึ่ง แล้วจึงกลับ
หลังจากนั้น ขบวนของพระราชาและผู้ติดตามก็เคลื่อนขบวนออกจากเมืองสาเกต ส่วนมิคารเศรษฐีนั่งอยู่ในรถคันสุดท้าย หันไปเห็นชาวเมืองสาเกตติดตามมามากมาย จึงถามบริวารของตัวว่า เอ๊ะ พวกนั้นเป็นใคร เขาตามมาทำไมกันมากมาย เมื่อบริวารไปซักถาม ชาวเมืองจึงตอบว่า พวกเราจะติดตามไปรับใช้แม่เจ้าที่เมืองสาวัตถี มิคารเศรษฐีเมื่อได้ทราบดังนั้น ความตระหนี่ก็เกิดขึ้นในใจ จึงบอกว่า โอ้ ใครจะไปเลี้ยงดูพวกนั้นได้ แล้วสั่งให้บริวารไปขับไล่ชนเหล่านั้นไป
นางสาววิสาขาเห็นเหตุการณ์ดังนั้น จึงลงจากรถ แล้วกล่าวกับมิคารเศรษฐีว่า หยุดก่อนท่านพ่อ พวกข้าทาสบริวารเหล่านี้ ลูกจักเลี้ยงดูเอง ขอท่านพ่ออย่าเป็นกังวลใจเลย แต่มิคารเศรษฐีก็กล่าวว่า เราไม่อยากได้ บริวารพวกนี้ของเจ้า เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แล้วจึงสั่งบริวารของตนขับไล่ชาวเมืองให้กลับไป แต่ด้วยอานุภาพแห่งบุญ ก็ยังมีส่วนหนึ่งตามไปได้ หลังจากนั้น ขบวนของนางสาววิสาขาก็เดินทางมุ่งสู่เมืองสาวัตถีต่อไป
เมื่อใกล้ถึงเมืองสาวัตถี นางสาววิสาขาก็คิดว่าเรา จะลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงความงามแห่งเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ให้ชาวเมืองสาวัตถีได้ดูอย่างชัดเจน จะได้ไม่เบียดเสียดกัน เมื่อถึงประตูเมือง เธอก็ยืนขึ้น แล้วก็ส่งยิ้ม เพื่อให้ชาวเมืองที่อยู่สองข้างได้เห็น เป็นลีลาอันงดงามของผู้มีบุญ
เมื่อมาถึงเรือนของมิคารเศรษฐี ข้าทาสบริวารของมิคารเศรษฐี ก็ออกมาต้อนรับในการมาของนางสาววิสาขา ด้วยความปลื้มปีติยินดี วันรุ่งขึ้น ชาวเมืองสาวัตถี ได้ส่งเครื่องบรรณาการให้แก่นางวิสาขา เนื่องจากธนัญชัยเศรษฐี เป็นผู้มีอุปการะคุณกับชาวเมืองสาวัตถีเป็นอย่างมาก และก็เป็นบุญของเธอด้วย นางวิสาขา เมื่อได้รับเครื่องบรรณาการแล้ว ก็จัดสรรเครื่องบรรณาการเหล่านั้น มอบให้แก่ชาวเมือง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตระกูลอื่นๆ ในเมืองสาวัตถีต่อไป เธอฉลาดในการพูด รู้จักใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม และเป็นกันเองกับชาวเมืองเหล่านั้น เสมือนเป็นเครือญาติเดียวกัน ทำให้นางเป็นที่รักของชาวเมืองทั้งหลาย
ส่วนมิคารเศรษฐีก็ได้เตรียมจัดงานแต่งงานให้กับบุตรของตน แต่ไม่ได้นิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา เพราะเป็นผู้ไม่ศรัทธาในพระรัตนตรัย แต่กลับไปเชิญนักบวชชีเปลือย ๕๐๐ คน เพราะคิดว่า นักบวชชีเปลือยนั้นเป็นพระอรหันต์ ให้มารับอาหารในวันรุ่งขึ้น
ในวันรุ่งขึ้น มิคารเศรษฐีได้เรียกลูกสะใภ้ให้มาไหว้พระอรหันต์ เพราะท่านอุตส่าห์มาถึงบ้านแล้ว เมื่อนางวิสาขาได้ยินเนื่องจากเธอเป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ก็ดีใจที่จะได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อวิสาขาได้เห็นชีเปลือยเหล่านั้น แล้วคิดว่าพวกเปลือยกายเหล่านั้นไม่มีความละอาย จะเป็นพระอรหันต์ได้อย่างไร คิดแล้วเธอก็เดินจากไปด้วยลีลาที่สง่างาม
ส่วนพวกชีเปลือย เมื่อเห็นอาการของนางวิสาขานั้นแล้ว จึงได้ต่อว่ามิคารเศรษฐีว่า ท่านไม่มีหญิงอื่นแล้วรึ จึงเลือกหญิงกาลกิณี ซึ่งเป็นสาวิกาของสมณโคดมเข้ามาในตระกูล ท่านจงไล่นางออกไปจากเรือนโดยเร็ว เศรษฐีคิดว่า เราไม่สามารถจะไล่นางได้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ เพราะนางมาจากตระกูลใหญ่ จึงกล่าวว่า พระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายอย่าไปถือสากับเด็กเลย อย่าไปใส่ใจเลย ขอเชิญบริโภคอาหารต่อไปเถิด เมื่อบริโภคเสร็จแล้ว เศรษฐีจึงส่งนักบวชชีเปลือยเหล่านั้นกลับไป แล้วตนจึงนั่งบริโภคข้าวมธุปายาสในถาดทองคำ