ตอนที่ ๕ เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์
หลวงพ่อธัมมชโย · มหาอุบาสิกาวิสาขา
ตอนที่ ๕ เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์
ท่านธนัญชัยเศรษฐี ทราบข่าวการมาของพระเจ้าปเสนทิโกศล มิคารเศรษฐี บริวาร และชาวเมืองแล้ว จึงเรียกนางสาววิสาขามาเพื่อให้เป็นผู้จัดงานในการต้อนรับ เธอและบริวารก็ได้ออกไปรับเสด็จ พระเจ้าปเสนทิโกศล กับท่านมิคารเศรษฐี และบริวารถึงหน้าประตูเมือง เธอเป็นผู้มีปัญญามาก เป็นผู้มีความละเอียดอ่อน สามารถจัดเตรียมทุกอย่างได้อย่างเหมาะสม เช่น พระตำหนักของพระราชาก็จัดเตรียมได้อย่างเหมาะสมกับฐานะ บ้านพักของบิดาของว่าที่สามี ก็จัดเตรียมไว้อย่างดี เหล่าข้าราชบริพาร และผู้ติดตามก็จัดเตรียมบ้านพักอย่างเหมาะสม นางวิสาขาได้เรียกคนรับใช้ของตนมา และกำชับให้ดูแลบุคคลเหล่านั้นให้ดี อย่าให้ขาดตกบกพร่อง และได้จัดมหรสพงานรื่นเริงต่าง ๆ ให้แก่บรรดาสารถีที่ขับรถม้ามา ให้มีความรู้สึกไม่น่าเบื่อที่มาร่วมงานในครั้งนี้ นางได้มาต้อนรับปฏิสันถารด้วยตนเอง ทำให้ผู้มาร่วมงานมีความรู้สึกเป็นกันเองแ ละมีความสุขที่ได้มา และเพื่อป้องกันผู้อื่นครหาว่า มาร่วมงานแล้วไม่ได้รับการต้อนรับ
ส่วนธนัญชัยเศรษฐี ผู้เป็นบิดาก็ระดมช่างที่มีฝีมือ ๕๐๐ คน เพื่อทำเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ เป็นของขวัญในการแต่งงานของเธอ เวลาผ่านไป ๒ วัน พระราชาทรงคิดว่า เราได้พาผู้ติดตามมาทั้งเมือง ทำให้ท่านธนัญชัยเศรษฐีต้องจ่ายทรัพย์ในการต้อนรับเป็นจำนวนมาก จึงสั่งคนสนิทให้ไปบอกเศรษฐีว่า ให้รีบส่งตัวนางสาววิสาขาโดยเร็วเถิด เมื่อคนสนิทของพระราชามาบอกกับธนัญชัยเศรษฐี ท่านเศรษฐีก็คิดในใจว่า พระราชาคงทรงคิดว่า เราไม่มีเงินพอที่จะต้อนรับ จึงตอบไปว่า ขอให้พระราชาทรงพักผ่อนให้สบายเถิด เมื่อถึงเวลาเมื่อไรข้าพระองค์จะไปส่งเสด็จเอง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เมืองสาเกตก็สว่างไสวด้วยมหรสพ ครั้นเมื่อเวลาผ่านไป ๓ เดือน การต้อนรับก็ยังอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องอาหารไม่มีขาดตกบกพร่องเลย
แต่แล้ววันหนึ่งคนรับใช้ก็มาบอกธนัญชัยเศรษฐีว่า ไม่มีฟืน ที่จะใช้หุงต้มแล้วทำอย่างไรดี ท่านเศรษฐีจึงบอกคนรับใช้ว่า เจ้าจงไปรื้อโรงข้าว โรงม้าเก่า ๆ ของเราเพื่อนำมาทำฟืน ใช้หุงต้มอาหารกันต่อไป คนรับใช้จึงทำตามคำสั่งท่านเศรษฐี
ต่อมาพืนไม้จากโรงข้าว โรงม้าเก่าๆ ก็หมดไป เศรษฐีทราบ จึงกล่าวว่า ใครๆ ก็ไม่อาจหาฟืนได้ในเวลานี้เพราะว่าฝนเพิ่งตกผ่านไป ทำให้ไม้ในป่าชื้นไม่สามารถนำมาทำฟืนได้ จึงพาคนรับใช้ไปที่คลังเก็บผ้าแล้วสั่งว่า ให้นำผ้าเนื้อหยาบเหล่านี้มาพันเป็นเกลียวจุ่มน้ำมันทำเป็นฟืนแทนใช้หุงต้มอาหารเถิด
ตลอด ๔ เดือนที่ผ่านมา ทุกคนได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเยี่ยม จนกระทั่งเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์เสร็จสมบูรณ์ เมื่อครบกำหนด ๔ เดือนแล้ว นายช่างใหญ่ได้มารายงานท่านเศรษฐีว่า บัดนี้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ประกอบไปด้วยเพชร ๔ ทะนาน แก้วมุกดา ๑๑ ทะนาน แก้วประพาฬ ๒๐ ทะนาน แก้วมณี ๓๓ ทะนาน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีทอง เงิน แหวนรูปนกยูงบนมือข้างขวาและซ้าย ต่างหู ๒ ข้าง สร้อยคอ ปลอกรัดต้นแขน เข็มขัด และรองเท้า ที่ศีรษะมีนกยูงรำแพน เหมือนยืนอยู่บนยอดเขา มีขนปีกทำด้วยทองพันเส้น ข้างละ ๒๕๐ รวม ๔ ข้างจงอยปาก ทำด้วยแก้วประพาฬ นัยน์ตาทำด้วยแก้วมณี คอและแววหางก็เหมือนกัน ก้านขนทำด้วยเงิน ขาก็เหมือนกัน เวลาเดินเสียงกระทบของก้านปีกมีความไพเราะประดุจเสียงดนตรีทิพย์ เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์นี้ ใช้รัตนชาติและวัตถุดิบต่าง ๆ มีมูลค่าถึง ๙ โกฏิ ท่านธนัญชัยเศรษฐีได้ให้ค่าจ้างในการทำแก่ช่างถึง ๑ แสนกหาปณะ
บุพกรรมที่ทำให้นางวิสาขาได้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ และลักษณะเบญจกัลยาณี คือ สมัยหนึ่ง เธอได้บังเกิดในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ นางเป็นผู้มีศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง ครั้งหนึ่งเธอได้จัดเตรียมและถวายผ้าไตรจีวรพร้อมด้วยด้าย เข็ม และเครื่องย้อมเป็นจำนวนมาก แด่ภิกษุถึง ๒ หมื่นรูป โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธานด้วยมือของตนเอง และด้วยจิตอันเลื่อมใส ผลแห่งมหาทานในครั้งนั้น ทำให้เธอได้เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์และได้ลักษณะเบญจกัลยาณีด้วย คือ กำลังบุญที่ทำมากๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ได้อานิสงส์นี้ คือ เป็นผู้มี อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ ทำให้มีเครื่องประดับดังกล่าว และยังมีพละกำลังเท่ากับช้าง ๕ เชือก
เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์นี้ ท่านธนัญชัยเศรษฐี ได้สั่งให้จัดทำโดยใช้เวลาถึง ๔ เดือน เพื่อเป็นของขวัญในการแต่งงานของนางสาววิสาขา คือ บุญของลูก บันดาลให้พ่อคิดที่จะทำอย่างนั้น ถ้าลูกไม่มีบุญแล้ว พ่อก็ไม่คิดที่จะอย่างนี้ พร้อมกันนั้นท่านธนัญชัยเศรษฐียังคิดอีกว่า ไม่เฉพาะเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์เท่านั้น เมื่อลูกเราไปอยู่ที่อื่นก็อย่าได้ลำบากในการหาสิ่งของเครื่องใช้เลย จะต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เพื่อให้ลูกของเรา
ท่านธนัญชัยเศรษฐีได้จัดเตรียมกหาปณะ ๕๐๐ เล่มเกวียน ภาชนะทองคำ ๕๐๐ เล่มเกวียน ภาชนะเงิน ๕๐๐ เล่มเกวียน ภาชนะทองแดง ๕๐๐ เล่มเกวียน ภาชนะสำริด ๕๐๐ เล่มเกวียน ผ้าฝ้ายกับผ้าไหม ๕๐๐ เล่มเกวียน เนยใส ๕๐๐ เล่มเกวียน น้ำมัน ๕๐๐ เล่มเกวียน น้ำอ้อย ๕๐๐ เล่มเกวียน ข้าวสาลี ๕๐๐ เล่มเกวียน อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องไถ ฯลฯ อีก ๕๐๐ เล่มเกวียน และยังให้รถอีก ๕๐๐ คัน พร้อมด้วยนางสาวใช้รูปงาม ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการพร้อมไว้บนรถคันละ ๓ คน และได้ให้บริวารไปอีก ๑,๕๐๐ คน เพื่อคอยดูแลปรนนิบัตินางวิสาขาในเรื่องส่วนตัว เช่น การอาบน้ำ การบริโภค การแต่งตัว เป็นต้น และยังได้ให้โคแก่นางสาววิสาขาโดยปล่อยให้เดินออกไปเรื่อยๆ มีความกว้างเท่ากับวัว ๑๐๐ ตัว ความยาวเท่ากับ ๑๒ กิโลเมตร จึงได้ตีกลองเพื่อเป็นสัญญาณปิดคอก แต่โคทั้งหลายอยู่ในคอกต่างก็กระโดดออกมา เพราะด้วยอานุภาพบุญของเธอ โคทั้งหลายจึงต้องการตามนางสาววิสาขาไปด้วย ซึ่งมีโคตัวผู้ ๖หมื่นตัว ตัวเมีย ๖ หมื่นตัว ลูกโคอีก ๖ หมื่นตัว ล้วนแต่เป็นโคที่มีกำลัง
การที่โคทั้งหลายกระโดดตามนางสาววิสาขาไป เพราะบุพกรรมในอดีต สมัยที่เธอเกิดเป็นพระราชธิดาคนสุดท้อง องค์ที่ ๗ ของพระเจ้ากิงกิ มีนามว่า สังฆทาสี ในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า นางได้ถวายเบญจโครสเป็นทาน คือ นมโค ๕ อย่าง ได้แก่ นมสด นมส้ม เนยใส เนยข้น และเปรียง (เปรียง คือ นมเปรี้ยวชนิดหนึ่ง) ถวายแด่ภิกษุหนุ่มและสามเณร จำนวน ๒ หมื่นรูป
แม้ภิกษุหนุ่ม และสามเณรจะปิดฝาบาตร และบอกว่า พอแล้ว พอแล้ว แต่นางก็ยังพูดว่า นี่อร่อยนะคะ นี่น่าฉันนะคะ แล้วก็ถวายเพิ่มอีก คือ นางมีหัวใจที่ไร้ขอบเขต ไร้เส้นรอบวง ด้วยผลแห่งบุญนี้ ฝูงโคที่มีกำลังที่อยู่ในคอก จึงกระโดดตามนางสาววิสาขาไปอย่างเกินควรเกินคาด
หลังจากจัดเตรียมข้าวของเรียบร้อยแล้ว ท่านธนัญชัยเศรษฐีก็ออกมาตรวจตราความเรียบร้อยว่าเป็นไปตามที่สั่งหรือไม่ ส่วนภรรยาได้กล่าวกับท่านเศรษฐีว่า ท่านยังไม่ได้เตรียมข้าทาสบริวารคนรับใช้ให้แก่ลูกสาวของเราเลย ท่านเศรษฐีตอบว่า เหตุที่เรายังไม่ได้จัดให้ เพราะเราก็ยังไม่รู้ว่าใครรักหรือเกลียดลูกสาวของเราบ้าง แต่เราจะประกาศในวันเดินทางของลูกเรา ใครอยากไปด้วยก็เชิญตามลูกสาวของเราไป