ตอนที่ ๔ วิสาขาผู้งามด้วยเบญจกัลยาณี
หลวงพ่อธัมมชโย · มหาอุบาสิกาวิสาขา
ตอนที่ ๔ วิสาขาผู้งามด้วยเบญจกัลยาณี
ในเมืองสาวัตถี มีบุตรของมิคารเศรษฐีชื่อ ปุณณวัฒนกุมาร เมื่อโตเป็นหนุ่มแล้ว พ่อกับแม่ก็อยากให้ปุณณวัฒนกุมารแต่งงาน และให้เลือกหญิงที่ถูกใจ แต่ปุณณวัฒนกุมารกลับไม่มีความยินดีในหญิงใดเลย
บิดามารดาก็พูดบ่อยๆ ว่า พ่อกับแม่ก็แก่แล้ว ลูกควรจะมีทายาทสืบสกุล พ่อกับแม่จะหาหญิงงามให้ แต่ปุณณวัฒนกุมารก็ปฏิเสธ พ่อแม่พยายามพูดอย่างนี้อยู่บ่อยๆ ในที่สุดปุณณวัฒนกุมารทนคำรบเร้าไม่ไหว จึงกล่าวว่า ถ้ากระผมได้หญิงสาวผู้มีความงามพร้อม ๕ อย่าง ก็จะทำตามคำขอของคุณพ่อคุณแม่นะครับ ที่กล่าวเช่นนั้น เพราะคิดว่าในโลกนี้คงไม่มี หญิงงามอย่างนี้แน่ หญิงนั้นต้องมีลักษณะเบญจกัลยาณี คือ
๑. ผมงาม คือ ผมของหญิงนั้นเป็นเหมือนกับกำหางนกยูง เวลาปล่อยระชายผ้านุ่งแล้ว ปลายผมจะงอนตั้งขึ้น
๒. ปากงาม คือ ริมฝีปากเหมือนกับผลตำลึงสุก สีเรียบชิดสนิทดี ไม่มีรอยย่นเลย
๓. ฟันงาม คือ ฟันขาวเรียบไม่ห่างกัน งดงามเหมือนเพชรที่เรียงตั้งไว้ หรือเหมือนสังข์ที่ขัดสีแล้ว
๔. ผิวงาม คือ ถ้าเป็นผิวสีคล้ำก็ดำสนิท เหมือนดอกบัวเขียว ถ้าผิวขาวก็ขาวเหมือนดอกกรรณิการ์ คือ ขาวนวลเนียน ผิวละเอียด
๕. วัยงาม คือ มีลักษณะงามทุกวัยตั้งแต่อายุน้อยจนอายุมาก แม้คลอดลูก ๑๐ ครั้งก็เหมือนคลอดเพียงครั้งเดียว
ครั้งนั้น มารดาและบิดาของปุณณวัฒนกุมาร จึงได้เชิญพราหมณ์ ๑๐๘ คน มาเลี้ยงอาหารที่บ้านและได้ถามพราหมณ์ว่า หญิงที่มีลักษณะเบญจกัลยาณี มีจริงหรือ เพราะลูกชายตั้งคุณสมบัติของภรรยาไว้สูงเหลือเกิน พราหมณ์ก็ตอบว่า มี แต่ว่าหายาก ถ้าท่านบอกว่า มี ขอท่านทั้ง ๘ คนช่วยสืบหาหญิงที่มีลักษณะ ๕ ประการนี้ แล้วเราจะให้ทรัพย์เป็นอันมากแก่ท่าน และเมื่อพบหญิงนั้นแล้ว ขอท่านจงมอบพวงมาลัยทองคำ ที่มีค่าแสนกหาปณะแก่หญิงที่มีลักษณะเบญจกัลยาณีนั้น
พราหมณ์ทั้งหลาย ได้ไปนครใหญ่ๆ เพื่อแสวงหาหญิงที่มีลักษณะดังกล่าว จนมาถึงเมืองสาเกต ซึ่งวันนั้นเป็นวันนักขัตฤกษ์ จัดงานเฉลิมฉลองภายในเมือง พราหมณ์เหล่านั้นก็ได้เดินทางไปถึง แล้วคิดว่า โอ คนเยอะแยะอย่างนี้ น่าจะมีหญิงงามที่มีลักษณะเบญจกัลยาณีอยู่ จึงเฝ้าสังเกตดู เห็นคนส่วนใหญ่เดินไปยังริมฝั่งแม่น้ำ จึงเดินตามไปจนถึงศาลาริมน้ำ
ขณะนั้น นางสาววิสาขามีอายุประมาณ ๑๖ ปี เป็นหญิงผู้มีความงามเป็นเลิศกว่าหญิงใดในเมือง ประดับเครื่องประดับครบถ้วนพร้อมด้วยบริวาร ๕๐๐ คน คิดว่า เราจะไปอาบน้ำในแม่น้ำนั้น เมื่อไปถึงฝนก็ได้ตกหนัก เหล่าบริวารทั้ง ๕๐๐ คน ต่างรีบวิ่งไปหลบฝนในศาลานั้น พราหมณ์ซึ่งอยู่บนศาลาก็พยายามสังเกตหาหญิงงาม แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีหญิงคนใดได้ลักษณะตามต้องการ
นางสาววิสาขาเดินตากฝนมาด้วยอาการปกติสง่างาม เธอดูเยือกเย็นยิ่งกว่าสายฝนที่โปรยปรายลงมา ไม่มีความหวาดหวั่นว่า ฝนจะทำให้เสื้อผ้าและเครื่องประดับของเธอเปียก พราหมณ์ได้มองดู เห็นลักษณะเบญจกัลยาณี ๔ ประการของนางแล้ว เหลืออีกเพียงประการเดียวเท่านั้น คือ ฟันงาม พราหมณ์คิดว่า เราจะต้องทำให้เธอพูดให้ได้ จึงแกล้งพูดขึ้นลอยๆ ดังๆ ให้เธอได้ยินว่า สงสัยหญิงคนนี้คงเฉื่อยชา ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ามีสามี สามีคงอดตาย
นางสาววิสาขาได้ยินแล้วจึงถามว่า พ่อพราหมณ์ท่านพูดกับใคร ก็พูดกับเธอน่ะสิ พราหมณ์บอก ทำไมมาว่าดิฉันล่ะพ่อพราหมณ์ เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะดุจเสียงกังสดาล เธอไม่ได้พูดด้วยอารมณ์โกรธ พราหมณ์ตอบว่า ก็หญิงบริวารของเธอน่ะ พอฝนตกก็รีบวิ่งเข้ามาในศาลา เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าและเครื่องประดับเปียก ส่วนเธอกลับมาเดินนวยนาดเฉยเมย ปล่อยให้ฝนเปียกร่างกายไปหมด นางสาววิสาขาจึงบอกว่า ท่านอย่าว่าดิฉันอย่างนั้นเลย อันที่จริงดิฉันไม่ได้อ่อนแอหรอก ดิฉันน่ะแข็งแรงกว่าหญิงเหล่านั้นหลายเท่า ที่ดิฉันไม่รีบร้อน เพราะมีเหตุ ๒ ประการ เธอยกสองนิ้วชูขึ้น อะไรล่ะเหตุ ๒ ประการของเธอ เธอจึงยกอีก ๔ นิ้ว
ประการแรก มีชนอยู่ ๔ จำพวก เมื่อวิ่งแล้วไม่งาม คือ
๑ . พระราชา เมื่อทรงเครื่องประดับแล้ววิ่งย่อมไม่งาม ย่อมถูกติเตียนว่า ทรงทำกิริยาเหมือนพ่อค้า แต่ถ้าค่อย ๆ เสด็จไปจึงจะงดงาม
๒ . ช้างมงคลของพระราชาที่ประดับตกแต่งแล้ววิ่ง ย่อมไม่งาม แต่ว่าเมื่อเดินด้วยลีลาแห่งช้างจึงจะงาม
๓. บรรพชิต เมื่อวิ่งย่อมไม่งาม ย่อมถูกติเตียนว่า ทำไมสมณะรูปนี้จึงทำกิริยาเหมือนคฤหัสถ์ แต่ย่อมงดงามด้วยการเดินอย่างมีสติ สงบเสงี่ยม
๔. สตรี เมื่อวิ่งย่อมไม่งาม ย่อมถูกติเตียนว่า ทำไมหญิงคนนี้จึงวิ่งเหมือนผู้ชาย แต่สตรีย่อมงามด้วยการเดินอย่างธรรมดา
ประการที่ ๒ ธรรมดามารดา บิดา ย่อมเลี้ยงดูบุตรอย่างทะนุถนอม เพื่อจะให้แต่งงานในตระกูลดีๆ แต่ถ้าดิฉันวิ่งไปเหยียบชายผ้านุ่ง หรือลื่นหกล้ม มือเท้าหัก ก็จะทำให้ท่านทั้งสองต้องเป็นภาระเดือดร้อน ส่วนเสื้อผ้า เครื่องประดับ แม้เปียกฝนแล้วก็แห้งได้ เหตุนี้ดิฉันจึงไม่วิ่ง เข้าใจไหม พ่อพราหมณ์
พราหมณ์เห็นฟันของนางสาววิสาขาที่มีลักษณะเบญจกัลยาณี ก็คิดว่า โอ้ หญิงนี้มีลักษณะเบญจกัลยาณีครบถ้วนสมบูรณ์ จึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่ได้รับมอบหมายให้มาหาหญิงที่มีลักษณะเบญจกัลยาณีแก่นางสาววิสาขาฟัง แล้วก็มอบพวงมาลัยทองคำให้ แต่เธอก็ยังไม่รับ ก่อนจะรับเธอได้ถามพวกพราหมณ์ว่า พ่อพราหมณ์ท่านมาจากเมืองไหน ตระกูลอะไร บุตรชายของตระกูลนั้นชื่อว่าอะไร
พราหมณ์ก็ตอบว่า พวกเรามาจากเมืองสาวัตถี ตระกูลมิคารเศรษฐี บุตรชายท่านมิคารเศรษฐีมีชื่อว่า ปุณณวัฒนกุมาร เมื่อนางสาววิสาขาได้ยินชื่อ ก็เกิดความพึงพอใจคิดว่า ตระกูลของเราเสมอกัน ควรที่จะเป็นทองแผ่นเดียวกันได้ จึงได้รับพวงมาลัยนั้นมาคล้องคอ แล้วเรียกบริวารมาพร้อมกับกล่าวว่า เจ้าจงไปแจ้งเรื่องนี้ให้บิดาและมารดาของเราทราบ และให้จัดเตรียมรถม้า ๕๐๐ คัน มารับเรา
ตอนแรกนางสาววิสาขาและบริวารเดินมา แต่พอได้รับพวงมาลัยแล้วก็กลับด้วยรถม้า เพื่อให้เหมาะสมกับฐานะของตัว เธอมีลีลาที่สง่างาม และมีดวงปัญญาที่หลักแหลมด้วย เมื่อมาถึงบ้าน ธนัญชัยเศรษฐีจึงถามพราหมณ์ว่า พวกท่านมาจากไหน เรามาจากเมืองสาวัตถี เศรษฐีเมืองนั้นชื่อว่าอะไร พราหมณ์ก็ตอบว่า ชื่อว่า มิคารเศรษฐี ท่านมิคารเศรษฐี มีบุตรชื่อว่าอะไร ชื่อว่า ปุณณวัฒนกุมาร ซักถามกันอย่างดีแล้วก็สำรวจฐานะว่า มีทรัพย์มากน้อยเพียงใด ท่านเศรษฐีมีทรัพย์เท่าไหร่ มี ๔๐ โกฏิ ธนัญชัยเศรษฐีคิดในใจว่า โอ้ เทียบทรัพย์ของเราก็เท่ากับกากณึกเดียว ป็นเพียงแค่เศษสตางค์ของเรา สมบัติมีแค่หยิบมือเดียว แต่ก็ไม่เป็นไร ขอให้เขาดูแลรักษาวิสาขาลูกสาวเราก็แล้วกัน จึงได้สั่งให้คนรับใช้ปรนนิบัติดูแลพราหมณ์เป็นอย่างดี นั่งโต๊ะรับประทานอาหาร แต่มิคารเศรษฐีให้นั่งกับพื้น ธนัญชัยเศรษฐีได้ดูแลพราหมณ์เป็นอย่างดีตลอด ๒ วัน แล้วก็จัดรถม้าส่งพราหมณ์กลับเมืองสาวัตถี
เมื่อไปถึงแล้วก็แจ้งให้มิคารเศรษฐีทราบว่า ได้พบหญิงที่สมบูรณ์ได้ด้วยลักษณะเบญจกัลยาณีแล้วมี ชื่อว่า วิสาขา เธอเป็นบุตรของใครล่ะ เป็นลูกสาวของท่านธนัญชัยเศรษฐี อยู่ที่เมืองสาเกต ท่านธนัญชัยเศรษฐีเป็นบุตรของท่านเมณฑกเศรษฐี ถ้าอย่างนั้นเราต้องรีบไปนำนางมาโดยเร็ว ท่านเศรษฐีจึงเข้าไปกราบทูลพระเจ้าปเสนทิโกศลถึงเรื่องทั้งหมด และเพื่อจะมาลาไปเมืองสาเกตด้วย
พระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อได้ยินชื่อ ธนัญชัยเศรษฐีก็จำได้ว่า เป็นเศรษฐีที่เชิญมาจากเมืองของพระเจ้าพิมพิสาร ดังนั้นเราก็ควรยกย่องตระกูลนั้น จึงตรัสกับมิคารเศรษฐีว่า เราจะไปกับท่านด้วย มิคารเศรษฐีจึงให้บริวารนำข่าวไปแจ้งแก่ธนัญชัยเศรษฐีว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลกับเราพร้อมบริวารจะเดินทางไปเยี่ยมท่านที่เมืองสาเกต ท่านจะสามารถต้อนรับเราได้ไหม เมื่อคนส่งสารมาถึง จึงได้แจ้งข่าวให้ทราบ ท่านธนัญชัยเศรษฐี จึงส่งสารกลับไปว่า แม้พระราชาเสด็จมา ๑๐ พระองค์ ก็จงเสด็จมาเถิด
พระราชาพร้อมกับมิคารเศรษฐีและเหล่าบริวารจึงเดินทางไปเมืองสาเกต ได้นำผู้คนไปทั้งเมือง เหลือเพียงคนเฝ้าเรือนเท่านั้น ขบวนเสด็จของพระเจ้าปเสนทิโกศล มิคารเศรษฐีพร้อมบริวาร และชาวเมืองออกเดินทางจากเมืองสาวัตถีไปสู่เมืองสาเกต เป็นขบวนที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ด้วยอานุภาพแห่งบุญของนางสาววิสาขา มากันตั้งแต่พระราชาจนกระทั่งถึงชาวเมือง