รัตนอัฐิธาตุ
คุณยายอาจารย์ · ความทรงอภิญญา ของผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย
คำว่า "รัตนอัฐิธาตุ" ที่หลวงพ่อเรียกขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะตั้งขึ้นมาลอย ๆ แต่เป็น "เนมิตกนาม" ที่เกิด
จากการเปลี่ยนแปลงธาตุหยาบของคุณยายให้มีลักษณะเป็นรัตนชาติ (เนมิตกนาม คือ นามที่เกิดจากลักษณะและคุณสมบัติที่มี เหมือนคำว่า "พระนางมัลลิกา" เพราะตอนพระนางเกิด มีดอกมะลิร่วงลงมาจากในอากาศ หรือคำว่า "พุทโธ" ก็เป็นเนมิตกนามของการบังเกิดขึ้นของพุทธรัตนะหรือคำว่า "ธรรมกาย" ก็เป็นเนมิตกนามของการบังเกิดขึ้นของกายธรรม
หลวงพ่อเป็นคนขี้สงสัย ตอนคุณยายมีชีวิตอยู่พอมีอะไรก็จะซักจะถามคุณยายอยู่เรื่อย หรืออย่างอัฐิธาตุ
ของท่าน ชิ้นที่เปลี่ยนเป็นทองคำ ในตอนแรกเป็นแผ่นบาง ๆ ของขี้เถ้า ซึ่งตรงนี้น่าที่งทีเดียว คือ ในชิ้นเดียวกันเป็นทองครึ่งแผ่น แต่อีกครึ่งเป็นเถ้า เป็นการแสดงเพื่อไม่ให้ใครสงสัยว่า ไปเอาแผ่นทองคำเปลวมาใส่อะไรอย่างนั้น เพราะว่าโถแก้วที่บรรจุอัฐิธาตุของคุณยายเก็บไว้อย่างดี เอาผ้าผูกเอาไว้ ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง ซึ่งการที่ใครจะเอาทองมาโปรย หรือว่าเอาเพชรมาโปรย คงทำไม่ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากอานุภาพแห่งความบริสุทธิ์และบุญบารมีของท่าน ที่จะเป็นกำลังใจให้กับลูกหลานของท่านในการสร้างบารมี
รัตนอัฐิธาตุของท่านใสพราวเหมือนเพชรพราวแสง บางชิ้นสีแดงเหมือนทับทิม บางชิ้นสีน้ำเงินเหมือนไพลิน เป็นรัตนชาติ แต่จะซ่อนอยู่ลึก ๆ ต้องดูตามช่องให้ดี ดูให้ทั่วถึง แต่ชิ้นที่เปลี่ยนแปลงต่อหน้าต่อตาก็คือ ชิ้นที่มีขนาดใหญ่ประมาณสัก 1 ตารางเซนติเมตร ที่เป็นแผ่นบาง ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทองคำทีละน้อย ๆ แล้วก็เปลี่ยนพรึบเต็มไปเลย ซึ่งการเปลี่ยนเป็นทองคำคงมาจากการที่ท่านได้กลั่นธาตุของท่านอยู่เรื่อย ๆ
หลวงพ่อได้รับความรู้เพิ่มเติมจากลูกหลานของหลวงพ่อบางรูปที่มรณภาพไปแล้ว ซึ่งเคยไปทำบุญมากับ
ครูบาอาจารย์ผู้มีคุณวิเศษในกาลก่อนว่า เมื่อถึงกาลที่ท่านละสังขาร หลังจากสลายร่างท่านแล้ว อีกหลายปีต่อมาอัฐิธาตุของท่านจะรวมตัวกันเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ แตกต่างจากอัฐิธาตุของปุถุชนธรรมดาทั่วไป ซึ่งปรากฎการณ์อย่างนี้แสดงให้เห็นถึงคุณธรรม คุณวิเศษ ข้อวัตรปฏิปทาและการประพฤติตนอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ของพระอาจารย์ผู้มีคุณวิเศษท่านนั้น ๆ
แต่อัฐิธาตุของคุณยายเรา ก็น่าแปลก น่าอัศจรรย์ ตรงที่ไม่ต้องผ่านกาลเวลาเป็นปี ๆ หรือหลาย ๆ ปี เป็นสิ่งที่เมื่อเห็นแล้ว ทำให้เกิดกำลังใจในการที่จะสร้างบารมี แต่นี่ไม่ใช่หมายความว่า เราจะเอาครูบาอาจารย์ของเราไปเบ่งทับ หรือไปข่มใคร ไม่ใช่อะไรอย่างนั้นนะ แต่เป็นความไม่เข้าใจของหลวงพ่อต่างหากที่เดิมไม่ทราบว่า ต้องมีกาลเวลา ต้องใช้เวลาหลาย ๆ ปีสิ่งนี้จึงจะเกิดขึ้น...