ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณครับ...รักผมบ้างไหม (อนุโมทนาบาป)

หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ 5

PDF
ภรรยาของผมเป็นชาวอิรัก นับถือ ศาสนาอิสลาม เธอเคร่งครัดในศาสนามาก เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเอง ซึ่งก่อนแต่งงาน ทางพ่อแม่ได้หมั้นหมายเธอไว้ให้ผม กอปร กับเธอและผมก็รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน และ เรายังเคยพูดคุยเรื่องแต่งงานด้วยกันในสมัย เด็ก ๆ ซึ่งในตอนนั้นเธอพูดกับผมว่า ฉันจะ แต่งงานกับเธอคนเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีเธอ ฉันจะไม่ยอมแต่งงานกับใครเด็ดขาดเลย คำ พูดนี้ติดตรึงอยู่ในหัวใจของผม ไม่ลืมเลือน ต่อมาเมื่อเธออายุ ๒๓ ปี ผมอายุ ๒๘ ปี ก็เข้าพิธีแต่งงานกันที่ประเทศอิหร่าน แต่ เรามาอยู่กินด้วยกันที่ประเทศเดนมาร์ก มีลูก ด้วยกัน ๓ คน หญิง ๒ คน ชาย ๑ คน ภรรยาผมจิตใจเธออยากจะไปอยู่แต่ ประเทศอิรัก ซึ่ง ๑ ปี เธอไปแค่ ๕ - ๑๐ ครั้ง เป็นอย่างน้อย และเธอก็ให้เหตุผลกับผมว่า ฉันเหงา ฉันคิดถึงพ่อแม่พี่น้อง ฉันอยากกลับ อิรัก เพราะที่นั่นฉันอบอุ่น ทุกวันนี้เธอก็พา ลูก ๆ ไปอยู่ที่อิรัก สลับกับมาอยู่กับผม ครั้งละ ประมาณ ๑ เดือนครึ่ง และผมก็คิดว่า จะปลูก บ้านที่อิรักให้เธอไว้อยู่ในช่วงที่เธอกลับไป แต่ผมจะอยู่ที่เดนมาร์กกับลูก ๆ เพื่อให้ลูก ได้เรียนหนังสือด้วย ซึ่งภรรยาผมก็เห็นด้วย กับความคิดนี้ ภรรยาของผม เธอรักผมหรือไม่ แล้ว ทำไมเธออยากกลับไปอยู่กับญาติ ๆ ในอิรัก ทั้ง ๆ ที่มีสงคราม ผมกับเธอจะอยู่ด้วยกันได้ ตลอดรอดฝั่งหรือไม่อย่างไรครับ คุณครูไม่ใหญ่ : ภรรยาของลูก ก็ยังรักตัวลูกอยู่ แหม ต้องมาถามครูไม่ใหญ่ ถามเธอสิจ๊ะ แต่ความ ผูกพันกับครอบครัวและแดนเกิดมันมีมาก จนยากที่จะห้ามใจไม่กลับไปถิ่นเดิมในสิ่ง แวดล้อมที่พรั่งพร้อมไปด้วยหมู่ญาติ แม้จะ เกิดภาวะสงครามก็ตาม เพราะว่าร่มเงาของ หมู่ญาตินั้นร่มเย็นกว่าร่มไม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ไป อยู่ตรงนั้นแม้อยู่ในภาวะสงครามก็มีความ อบอุ่นซึ่งกันและกัน ให้ลูกประคองรักนี้ไว้ให้ได้ตลอดไป ด้วยการยินยอม ยืดหยุ่น ยิ้มแย้ม เยือกเย็น เชียร์เธอบ้าง อะไรบ้าง เพราะเธอก็เป็นคนดี เป็นภรรยาที่ดีของสามี เป็นแม่ที่ดีของลูก ลูก อย่ากังวลหรือเป็นทุกข์ใจเลย ชีวิตมันก็เป็น อย่างนี้มันก็เป็นไปตามวิบากกรรม ดังนั้น ไม่ว่าเธอจะไปอิรักหรือไม่ไป ก็ให้ ลูกนั่งสมาธิ ทำใจใส ๆ แล้วก็นึกถึงบุญนี้ให้ ไปคุ้มครองเธอและลูกให้ปลอดภัย ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙