เกือบตายเพราะฝีในท้อง (โรคเกิดแต่กรรม)
หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ 5
ลูกเป็นลูกสาวคนโต มีน้อง ๙ คน ต้อง
ทำงานหนักทั้งงานบ้านและทำนา พออายุ
๑๖ ปี ลูกป่วยหนักเป็นโรคฝีในท้องนำส่ง
โรงพยาบาลแทบไม่ทัน ตั้งแต่วินาทีที่หมอ
ผ่าตัดดูดเอาหนองออกจากท้อง ลูกก็ไม่รู้สึก
ตัวอีกเลย
๑ เดือนผ่านไป หมอบอกว่าหมด
ปัญญารักษาแล้ว คุณพ่อจึงพากลับบ้าน
ญาติๆ ทุกคนก็ดีใจที่ลูกกลับมาตายที่บ้าน
จึงช่วยกันต่อโลงเตรียมไว้ใส่ศพลูก สภาพ
ของลูกในขณะนั้นเหมือนคนตายแล้วจริง ๆ
มีแต่หนังหุ้มกระดูกขยับเขยื้อนไม่ได้ พูดไม่
ได้ มีกลิ่นเหม็น ได้แต่นอนกลอกตาไปมา
คล้ายถูกผีเข้า
ถึงอย่างนั้นคุณพ่อก็ยังไปตามพระภิกษุ
รูปหนึ่ง ซึ่งเคยมีหน้าที่เป็นหมอสาธารณสุข
ประจำหมู่บ้านมาลองรักษา ส่วนทางคุณแม่
ก็ไปพาหมอร่างทรงเจ้าพ่อเมืองลาวให้มา
รักษา จึงเกิดเป็นเรื่องถกเถียงกันว่าชีวิตของ
ลูกยืนยาวต่อมาได้นั้น เป็นเพราะพระหรือผี
กันแน่
สัปดาห์ถัดมา คุณพ่อก็มากระซิบข้าง
หูว่าพ่อไปกินหอยทอดมา อร่อยมาก จะกิน
ไหมลูก ลูกเองก็ขยับปากจะพูด คุณพ่อเห็นจึง
คิดว่าคงจะกินอะไรได้แล้วจึงหยอดน้ำข้าวต้ม
ให้ ส่วนน้อง ๆ ก็ไปหาผักมาผัดมาต้มให้กิน
พอร่างกายได้รับอาหาร สติก็เริ่มกลับมา
จึงเริ่มหัดพูดหัดฟังหัดนั่งและก็หัดเดิน กว่า
จะทำอะไรได้บ้างอายุก็ปาเข้าไป ๒๐ ปี
บุพกรรมใดทำให้ลูกเจ็บป่วยปางตาย
ด้วยโรคฝีในท้อง เดินและพูดไม่ได้ ร่างกาย
ผอมแห้งอยู่หลายปี ครั้นหายป่วยก็มาถูกรถ
ชนอีกหลายครั้ง บุญใดทำให้รอดมาได้คะ
คุณครูไม่ใหญ่ :
ลูกเจ็บป่วยปางตายด้วยโรคฝีในท้อง
เดินและพูดไม่ได้ ร่างกายผอมแห้งอยู่หลาย
ปีเพราะชาติในอดีตลูกเป็นชาวไร่ มีพวกสัตว์
ต่าง ๆ ในป่าเข้ามาในไร่ ได้ทำลายพืชผลหรือ
มาทำร้ายสัตว์บ้าง ทำร้ายคนในไร่บ้าง ลูกจึง
ทำกับดักเอาไว้แล้วก็จับมันได้ เช่น พวก
สุนัขป่า ลูกได้นำมันมาขังไว้ในกรง ให้มันอด
อาหารบ้าง บางทีก็ใช้ลูกศรยิงบ้าง ใช้ก้อนหิน
ขว้างบ้าง
วิบากกรรมดังกล่าวมาส่งผลให้ลูกเจ็บ
ป่วยปางตาย เป็นโรคฝีในท้อง เดินและพูด
ไม่ได้ ร่างกายผอมแห้งอยู่หลายปี
หายป่วยแล้วก็ถูกรถชนอีกหลายครั้ง
แต่รอดได้เพราะในชาตินั้นเมื่อจับสัตว์มา
ได้แล้วก็จะทำร้ายมันเพื่อให้มันเข็ด แล้วก็
ไล่มันไป ไม่ได้ทำให้มันถึงตาย วิบากกรรมนี้
จึงทำให้ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนหลายครั้ง
แต่รอดตายได้ เพราะไม่ได้ทำร้ายสัตว์ถึงตาย
๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙