ต้องหนึ่งสมองสองมือ (๑) (คู่มือเศรษฐี)
หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ 5
คุณแม่ของผมมีชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก
ต้องช่วยคุณตาคุณยายทำงานตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ
โดยรับจ้างเก็บพริกและแบกขนมไปขาย
เมื่อแต่งงานกับคุณพ่อแล้ว คุณแม่ได้มา
ค้าขายผลไม้อยู่ที่ปากคลองตลาด เริ่มสร้าง
ฐานะจากคนที่ไม่มีอะไรเลย ท่ามกลางเสียง
สบประมาทของคนอาชีพเดียวกัน
ช่วงนั้นคุณแม่นอนแค่วันละ ๒ - ๓ ชั่วโมง
บางวันก็ดื่มแค่โอเลี้ยงถุงเดียว ทำงานหนัก
จนเลือดในตัวข้นจัด นอนแล้วขยับตัวไม่ได้
และเคยถูกพิษของยาฆ่าแมลงในผลไม้ซึม
เข้าตัว จนตัวคันทั้งวันทั้งคืน ต้องไปรักษา
ด้วยการฝังเข็มที่เมืองจีนถึงจะหาย ท่านสร้าง
ฐานะจนมีเงินฝากทรัสต์ไว้เป็นจำนวนมาก
แต่แล้วก็เหมือนมีกรรม ต่อมาทรัสต์ล้มทำให้
แม่ต้องสูญเสียเงินไปหลายล้านบาท หลังจาก
ทรัสต์ล้มได้ไม่นาน ก็โดนขโมยขึ้นบ้านกวาด
เครื่องเพชรและเงินสดในลิ้นชักไปเกลี้ยง
ภายหลังเมื่อคุณแม่ฟื้นกิจการขึ้นมาได้
ใหม่ ก็หันมาทำธุรกิจผลไม้ส่งออก แต่ก็ไม่
วายถูกเจ้าของสวนทุเรียน จ้างวานนักเลงมา
ขู่ฆ่าอีก บางช่วงก็หาเงินได้มาก แต่บางช่วงก็
ขาดทุนจนเกือบหมดตัว แต่ทุกครั้งที่ย่ำแย่ก็
มักจะมีคนหยิบยื่นมาให้ความช่วยเหลือเสมอ
ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หรือมิฉะนั้นก็จะมี
เหตุการณ์พลิกผันให้สามารถพยุงตัวขึ้นมาได้
ใหม่ ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้ทุกครั้ง
ปัจจุบันนี้คุณแม่อายุ ๖๗ ปี ไม่ค่อย
แข็งแรง เป็นเบาหวาน และเคยเข้ารับการ
ผ่าตัดเพราะหมอนรองกระดูกกดทับเส้น
ประสาทครับ
เหตุใดชีวิตของคุณแม่ถึงได้ลำบากมา
ตั้งแต่เกิด ต้องทำงานหนัก ต่อสู้กับอุปสรรค
ในชีวิตมามาก และท่านประกอบเหตุในอดีต
มาอย่างไร พอทำท่าจะแย่ทีไรก็จะมีคนเข้า
มาช่วยเหลือ หรือมีเหตุให้รอดพ้นวิกฤตมาได้
ทุกครั้ง แต่พอตั้งตัวได้ก็กลับย่ำแย่อีก แล้วก็ดี
ขึ้นได้อีก เดี๋ยวจน เดี๋ยวรวย เป็นอย่างนี้หลาย
รอบเพราะกรรมใด
เหตุใดช่วงขาขึ้นรายได้ถึงดีเกินคาด แต่
พอขาลงก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลยครับ
คุณครูไม่ใหญ่ :
คุณแม่ลำบากตั้งแต่เกิด ทำงานหนัก
ต้องต่อสู้อุปสรรคชีวิตมากมาย เพราะในอดีต
ท่านทำทานแบบสงเคราะห์โลก จะชอบแจก
เสื้อผ้า แจกอาหาร เวลาคนลำบากยากจนก็
ไปช่วย เกิดไฟไหม้น้ำท่วมก็จะไปช่วย แต่ไม่เชื่อ
เรื่องบุญ มีความเชื่อว่าคนเราจะสำเร็จได้
ต้องหนึ่งสมองสองมือเท่านั้น เพราะฉะนั้น
ท่านจึงทำทานไม่สม่ำเสมอ เวลาจะช่วยเหลือใคร
ก็จะต้องใช้เวลาตัดสินใจนาน เพราะไม่
เชื่อเรื่องบุญ แต่ตัดสินใจแล้วก็ไปทำแบบ
สงเคราะห์โลก วิบากกรรมดังกล่าวมาส่งผล
เมื่อชีวิตคุณแม่ทำท่าจะแย่ทีไรก็จะมี
คนมาช่วยเหลือ หรือมีเหตุให้รอดพ้นวิกฤต
มาได้ทุกครั้ง เพราะบุญที่ท่านได้สงเคราะห์
โลกและสงเคราะห์ญาติดังกล่าวมาช่วยท่าน
เอาไว้ แต่พอตั้งตัวได้ก็กลับย่ำแย่อีก เดี๋ยว
จนเดี๋ยวรวยอย่างนี้หลายรอบ เพราะเวลา
ทำบุญสงเคราะห์โลกหรือหมู่ญาติ เวลาทำ
ก็ทำอย่างเต็มที่ แต่เวลาใจตกก็นึกเสียดายว่า
แหม ไม่น่าจะให้เขาไปเลย ไม่น่าช่วยเลย
คิดอย่างนี้บ่อย ๆ จึงทำให้กรรมตระหนี่ในชาติ
อื่น ๆ ได้ช่องแทรกเข้ามา ทำให้วิบากกรรมดัง
กล่าวมาส่งผลให้ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวรวย เดี๋ยว
จน อย่างนี้อยู่หลายรอบ
ช่วงขาขึ้น รายได้ดีเกินคาด ช่วงขาลง
ก็แทบไม่มีอะไรเหลือ ก็เพราะวิบากกรรม
ดังกล่าวนั้นแหละ เวลาบุญส่งผลช่วงขาขึ้น ก็รวย
เกินคาด พอตอนช่วงเสียดายมันก็เป็นช่วงขาลง
จึงแทบจะไม่มีอะไรเหลือเลย
๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙