กินมังสวิรัติได้บุญจริงหรือ (ความเชื่อกับความใช่)
หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ 2
มีความเชื่อว่า คนกินมังสวิรัติจะมีอายุ
ยืน และได้บุญมาก จริงไหมคะ และการทำ
เช่นนี้จะส่งผลไปในภพชาติหน้าอย่างไรคะ
คุณครูไม่ใหญ่ :
คนเราที่มีอายุยืน หรืออายุสั้น ขึ้นอยู่กับว่า
มีกรรมปาณาติบาตในอดีตมาหรือไม่ อย่าง
คนดื่มเหล้า บางคนก็อายุยืน บางคนก็อายุ
สั้น โดยสรุปถ้ามีกรรมปาณาติบาต จะ
กินหรือไม่กินมังสวิรัติอายุก็สั้น แต่ถ้าไม่มี
กรรมปาณาติบาต จะกินหรือไม่กินมังสวิรัติ
อายุก็ยืน คนเราจะอายุยืนหรืออายุสั้นขึ้น
อยู่กับบาปกรรมปาณาติบาต ไม่ได้เกี่ยวกับ
เรื่องอาหาร
ส่วนจะได้บุญมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ
ว่า แม้จะกินมังสวิรัติหรือไม่กินมังสวิรัติก็ตาม
หากกินแล้วได้ทำบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ*
มากหรือน้อยเพียงใด ถ้าทำมาก ก็ได้บุญมาก
ถ้าทำน้อยก็ได้บุญน้อย ภพชาติต่อไปจึงขึ้น
อยู่กับทำบุญดังกล่าวมากหรือน้อย
เรื่องกินมังสวิรัติกับไม่มังสวิรัติเป็น
ข้อถกเถียงกันมาตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล แต่
ความเห็นส่วนตัวของครูไม่ใหญ่ว่า จะกิน
หรือไม่กินก็แล้วแต่ ทำอย่างไรก็ได้ให้เราหมด
กิเลสก็แล้วกัน ถ้ากินแล้วมีกำลัง ก็เอากำลัง
นั้นไปทำความเพียรให้หมดกิเลสก็ดี หรือ
*บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ
๑ ให้ทาน ๒ รักษาศีล
๓ เจริญสมาธิภาวนา ๔ ประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน
๕ ขวนขวายในกิจที่ชอบ ๖ ให้ส่วนบุญ
๗ อนุโมทนาบุญ ๘ ฟังธรรม
๙ แสดงธรรม ๑๐ ปรับความเห็นให้ถูกต้อง
หากไม่กินมังสวิรัติ แต่ก็พยายามทำให้หมด
กิเลสก็ใช้ได้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็วางเป็น
กลาง ๆ ไว้ เนื่องจากห้ามคนฆ่าสัตว์มันยาก
คือ ถ้าห้ามได้ก็ดี แต่ความจริงมันห้ามได้ยาก
เพราะคนฆ่าก็อยากจะฆ่า เพราะความโลภ
อยากได้เงิน รวมกับวิบากกรรมปาณาติบาต
ของสัตว์ตัวนั้นจึงต้องมาถูกเขาฆ่า มันเป็น
เรื่องโลกแตก และอีกอย่าง เวลาในโลกมนุษย์
มันสั้น ถ้ามัวแต่ห้ามกันเรื่องนี้ก็หมดเวลาไม่
ต้องสอนเรื่องอื่นกัน เพราะมัวแต่จะเถียงกัน
ไม่จบ
เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราห้ามเขาฆ่าไม่ได้
ก็ให้เลือกรับประทานเนื้อตามที่พระสัมมาสัม-
พุทธเจ้าทรงสอนไว้ คือ ไม่ได้เห็นเขาฆ่าเพื่อ
เรา ไม่ได้ยินว่าเขาฆ่าเพื่อเรา หรือสงสัยว่า
เขาฆ่าเพื่อเรา เพราะฉะนั้น อย่าไปสงสัยซะ
ก็หมดเรื่อง เสียทรัพย์ แต่อย่าเสียศีล เพราะ
เขาฆ่ามาแล้ว มันเป็นวิบากกรรมกันมา
อย่างครูไม่ใหญ่เป็นสองอย่างเลย ตอน
เป็นหนุ่ม ยังแข็งแรง ใครเอาอะไรมา ก็ฉันทั้ง
นั้น เอาผักมา ก็ฉันผัก เอาเนื้อมา ก็ฉันเนื้อ
เอาแค่พอมีกำลัง แต่พออายุมากขึ้น ตอนนี้
กินเจ แต่เจเขี่ย คือเขาทำอาหารมา ก็จะมี
ทั้งผักทั้งเนื้อผสมกัน แต่ครูไม่ใหญ่จะเขี่ยเนื้อ
ออก แล้วฉันแต่ผักกับน้ำ เพราะว่าระบบย่อย
ไม่ค่อยดีเหมือนตอนหนุ่มๆ กินเพื่อสุขภาพ
ดังนั้น ครูไม่ใหญ่เป็นทั้งมังสวิรัติด้วย แล้วก็
ไม่ใช่มังสวิรัติด้วย แต่ว่ามังสวิรัติไม่สมบูรณ์
ฉันแล้วมีกำลัง เราก็ทำความเพียรกันไป
เพราะฉะนั้น เอาว่าอะไรก็ได้ที่มันถูกกับขันธ์
ธาตุ อายตนะของเรา แล้วทำให้การปฏิบัติ
ธรรมได้ผลดี เราก็เอาอย่างนั้น
แต่ก็ให้ยึดหลักที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านวางเอาไว้ คือ ถ้าเป็นพระ จะฉันเนื้อ ให้
เว้นเนื้อ ๑๐ อย่าง คือ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง
เนื้อม้า เนื้อสุนัข เนื้องู เนื้อราชสีห์ เนื้อเสือ
โคร่ง เนื้อเสือเหลือง เนื้อเสือดาว และเนื้อ
หมี ซึ่งล้วนแต่เป็นเนื้อสัตว์ร้ายๆ ทั้งนั้น ซึ่ง
เราไม่ค่อยจะเจอเท่าไร ส่วนใครที่รับประทาน
มังสวิรัติ ก็อย่าไปคิดว่า เราดีกว่าคนอื่น หรือ
เราไม่ได้รับประทาน เราก็อย่าไปคิดว่า เรา
ด้อยกว่าคนอื่น มันจะเป็นเหตุให้ทะเลาะกัน
จนกระทั่งหมดเวลาในเมืองมนุษย์ เอาเป็นว่า
ทำอย่างไรก็ได้ให้กำจัดกิเลสอาสวะให้หมด
ไปก็แล้วกัน
๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘