ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณหญิงท้องนา (ตอน ๓) (บุญอยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จ)

หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ 1

PDF
คุณพ่อถึงแม้จะเป็นหนุ่มบ้านนอก แต่ ก็เป็นเศรษฐี เป็นที่นับหน้าถือตาของชาว บ้านมาก ท่านเป็นคนมีธรรมะ เคยบวช เรียนถึงเปรียญธรรม ๖ ประโยค และท่าน เรียนวิชาหมอยามาด้วย จึงสามารถรักษา โรคได้ เวลาใครป่วยก็มาหาคุณพ่อ ให้คุณ พ่อฉีดยาให้ ใครไม่มีเงินคุณพ่อก็รักษาให้ ฟรี ดังนั้นตั้งแต่ลูกเกิดมาลูกจึงมีแต่ความสุข และกลายเป็นสาวมั่น เก่งกล้า ไม่กลัวใครเลย มาตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะคิดว่าเรามีแม่เป็นถึง คุณหญิง มีพ่อเป็นถึงคุณหมอ เวลาไปไหน มาไหนก็บอกว่าเป็นลูกของคุณหมอ ก็จะไม่มี จิ๊กโก๋คนไหนกล้ามาแหยม เวลาคุณพ่อไปนา ก็จะเอาลูกขี่คอไปด้วย ชีวิตช่วงนั้นของลูกมี ความสุขมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง วันเปลี่ยนแปลงครั้ง สำคัญที่สุดในชีวิตของลูกก็มาถึง คือ พระองค์ เจ้าฯ ที่เป็นท่านพ่อของคุณแม่สิ้นพระชนม์ ทีนี้ในพินัยกรรมระบุไว้ว่า ห้ามแบ่งมรดกจน กว่าจะตามหาตัวคุณแม่เจอ จึงทำให้พี่น้อง ทุกคนต้องรีบสืบตามหาคุณแม่แทบพลิก แผ่นดิน ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพื่อให้ถูกต้อง ตามพินัยกรรมใช้เวลาตามหากันเกือบ ๑๐ ปี กระทั่งเจอกัน จึงได้จัดการเรื่องมรดก นอกจากนี้ ในพินัยกรรมยังระบุไว้อีกว่า ให้นำลูกหลานที่กระจัดกระจายเอากลับมา เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหมดทุกคน ดังนั้นลูก จึงจำต้องพรากจากพ่อแม่ตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี ตามพินัยกรรม ซึ่งจะต้องรวมเอามาอยู่ใน กรุงเทพฯ เพื่อมาเรียนหนังสือกับคุณหญิง ท่านหนึ่งซึ่งเป็นพี่สาวของคุณแม่ ลูกได้อยู่ ในคฤหาสน์หลังใหญ่สวยงามมาก มันน่าจะมี ความสุขสบายกว่าบ้านนา แต่ตรงข้าม ชีวิตลูก ไม่ได้สบายเลย เพราะลูกต้องช่วยเขาทำงาน บ้านเกือบทุกอย่าง แม้ว่าเขาจะส่งลูกให้เรียน ในโรงเรียนชั้นดีเยี่ยม แต่ลูกก็อยู่ในฐานะเป็น เด็กบ้านนอกซอมซ่อที่แตกต่างจากเพื่อน ๆ ในโรงเรียน ลูกเรียนอย่างขาดความมั่นใจ เพราะเด็กกรุงเทพฯ เรียนไวกว่าเด็กบ้านนอก ลูกรู้สึกตัวเองว่าเป็นเด็กโง่ท่ามกลางเด็ก ฉลาด ลูกจึงต้องพยายามในเรื่องการเรียน อย่างหนัก ซ้ำร้ายไปกว่านั้นลูกได้เข้าโรงเรียน ดี ๆ ก็จริง แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมด้านการ เรียนเลย ลูกได้เงินค่าขนมไปโรงเรียนเพียง วันละ ๖ สลึง ซึ่งพอดีสำหรับค่าอาหารอย่าง ประหยัด แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับค่ารถ ทำให้ ลูกต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรง เพราะต้องเดิน ไปกลับโรงเรียนวันละ ๘ กิโลเมตร ฝนจะตก แดดจะออกอย่างไรก็ต้องฝ่าไปให้ได้ พอกลับมาจากโรงเรียน ก็ต้องช่วย ทำงานบ้านจนรู้สึกเหนื่อย ทำงานบ้านเสร็จ ก็ถึงเวลานอนพอดี เขาก็ปิดไฟ ทำให้ลูกไม่ ได้ทำการบ้าน ลูกจึงหาทางออกโดยการเจียด เงินค่าขนมที่ได้เพียงน้อยนิด ไปซื้อเทียนไขมา จุดแอบอ่านหนังสือตรงขั้นบันได ตอนที่เขา หลับกันหมดแล้ว ดินสอก็ต้องใช้จนกุดแล้วเอาไม้มา ต่อเพื่อให้เขียนได้ เสื้อผ้าก็ต้องใส่ขาด ๆ ปะ ๆ กระโปรงก็ต้องสอยชายลงมาเรื่อย ๆ เพราะ ลูกตัวสูงขึ้น แต่เขาก็ไม่ให้ซื้อใหม่ จนบาง ครั้งลูกต้องแอบร้องไห้คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ เสมือนขาดที่พักพิงอันแสนจะอบอุ่นเมื่ออยู่ ในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ ลูกจำยอมทนอยู่ ที่นี่จนกระทั่งเรียนจบชั้น ม.ศ.๖ ได้ทำงานที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และได้ย้ายออกมา อยู่กับสามีหลังจากแต่งงานแล้ว ตอนอายุ ได้ ๒๔ ปี บุพกรรมใดตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ ๑๓ ปี ลูกมีความสุขมาก แต่หลังจากนั้นชีวิตก็ ลำบากต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ บุพกรรมใด ทำให้ลูกมีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนดี ๆ แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมด้านการเรียนเลย บุญใดทำให้ลูกได้มาอยู่ในบ้านหลังใหญ่และ สวยงามมาก แต่ต้องอยู่อย่างต่ำต้อย ยากจน ต้องแก้ไขบุพกรรมนี้อย่างไรคะ คุณครูไม่ใหญ่ : ตัวลูกตั้งแต่เกิดจนอายุ ๑๓ ปี มีความ สุขมาก แต่ภายหลังต้องมีชีวิตลำบาก และ พลัดพรากจากพ่อแม่ เพราะในอดีตได้เคยไป สร้างบุญเป็นประธานทอดผ้าป่า ก่อนทำบุญ ก็มีปีติดี แต่วันงานจริงกลับไปหงุดหงิดว่า เขาจัดงานต้อนรับไม่ดีทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์ทำบุญ ตั้งมากมาย ก็เลยเสียอกเสียใจ เพราะเป็น คนเรื่องมาก บุญเลยหก เพราะฉะนั้นจะไป ทำบุญวัดไหนก็ตาม ต้องให้เหลือเรื่องเดียว คือจะเอาบุญ ไม่ต้องให้ใครมาเอาใจ ใครจะ เอาใจหรือไม่เอาใจก็ไม่เป็นไร ที่สำคัญเรา ต้องรักษาใจใส ๆ จึงจะถูกหลักวิชชา ทำบุญแล้วก็หงุดหงิดเพราะความถือตัว ดังนั้นบุญจึงมีวิบัติเจือปนส่งผลไม่เต็มที่ บุญ ที่เป็นประธานจึงทำให้ได้มารดาสูงศักดิ์ มีคุณ พ่อเป็นที่เคารพนับถือในชุมชน แต่มีความ สุขเพียงช่วงสั้นแค่ ๑๓ ปี เพราะว่า ก่อนทำ มีปีติ แต่ขณะทำ และหลังทำไปแล้ว เรื่อง มาก ไม่มีปีติ ลูกได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนดี แต่ไม่ได้ รับการสนับสนุนด้านการเรียนเลย เพราะใน อดีตลูกไม่ได้สนับสนุนญาติหรือลูกหลานให้ ได้เล่าเรียน แต่ก็มีทานบารมีในระดับหนึ่ง จึง ได้เรียนในโรงเรียนดี เป็นบุญปนบาป เพราะ ความหงุดหงิดถือตัว เรื่องนี้สำคัญมาก วางตัว ได้ แต่อย่าถือ