จดหมายจากพระลูกชาย: ชีวิตที่เต็มเปี่ยม (ฉบับที่ ๑)
ชีวิตที่เต็มเปี่ยม (ฉบับที่ ๑)
จดหมายจากพระลูกชาย man man
๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓
ผมธรรมทายาทวัน บ่อแสง อายุ ๒๑ ปี ตัวแทนธรรมทายาทจากสนแก้ววนาราม จังหวัดเชียงใหม่ครับ ผมเป็นคนไทยใหญ่ บ้านอยู่บนดอย อำเภอฝาง
ผมเติบโตมาในชุมชนที่เต็มไปด้วยอบายมุข (ตรงนี้อันตราย เหตุเพราะกรรมคบคนพาลของแต่ละคนที่มีวิบากกรรมเหมือนกันดึงดูดมารวมกัน ก็จะเป็นชุมชนอบายมุข อย่างนี้แหละจ้ะ
อบายมุข แปลว่า ปากทางไปสู่อบาย ต้นทางมันอาจจะสนุก มันมึนเมา มันทึมๆ แต่ปลายทางอบายจ้ะ) เป็นพื้นที่เสี่ยง (คำว่า “เสี่ยง” นี่เสี่ยงทั้งทรัพย์ อวัยวะ ชีวิต กระทั่งอบายจ้ะ) และปิดกั้นตัวเองจากคนภายนอก แต่เพราะความเมตตาของหลวงพ่อที่ส่งพระอาจารย์สมชาย ฐิตาโภ ให้เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาบนดอย พวกเราถึงได้รู้จักพระ และรู้จักการทำความดี หมู่บ้านบนดอยที่ผมอยู่จึงค่อยๆ สว่างขึ้นครับ
(สักวันหนึ่ง เราจะต้องเอาผ้าเหลืองไปห่มทุกดอยให้สว่างไสว แปลว่า เราจะต้องนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสว่างที่ตรงนั้น เพราะว่ามีผู้ที่กำลังรอคอยเราอยู่เยอะทีเดียวที่ตรงนี้นะจ๊ะ)
การนั่งสมาธิในวันแรกของผมนั้น มันไม่เป็นสมาธิเอาเสียเลย (นี่ก็เป็นของสากลที่ทุกคนต้องเจอ เจอมากเจอน้อยนะจ๊ะ) ผมไม่สามารถทำใจตามเสียงการนำนั่งได้ อาจเป็นเพราะว่า ผมยังไม่คุ้น ก็ตั้งแต่เกิดมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ฝึกนั่งสมาธิครับ
พระอาจารย์บอกว่า ให้นั่งทำใจสบายๆ เหมือนตอนที่เราใกล้จะหลับ ผมก็ทำตามครับ และ ผมก็หลับไปเลยครับ (เขาให้หลับหลอกๆ จ้ะ นี่เล่นหลับจริงเลยนะ) แต่พอตื่นขึ้นมา ผมกลับรู้สึกว่า สดชื่นกว่าที่เคยเป็น และก็เริ่มจะนั่งได้ดีขึ้นครับ เมื่อเข้าสู่วันที่ ๓ (ถือว่าเร็วมากนะ มีบุญเก่าส่งผล กำลังจะหมดกรรมแล้ว)
ผมก็นั่งหลับตาเบาๆ ภาวนา สัมมา อะระหัง ไปเรื่อยๆ ผมนึกให้มีองค์พระใสๆ อยู่ที่กลางท้อง ทำใจให้โล่งๆ ภาวนาไปเรื่อยๆ
จนรู้สึกว่าตัวเบา แล้วใจของผมก็สงบนิ่งมาก ผมเห็นดวงกลมๆ มีแสงคล้ายดวงจันทร์อยู่ตรงกลางดวง มีรัศมีสีฟ้านวลๆ มีแสงสีเหลืองขยายออกไปเป็นวงกว้าง ลอยอยู่ตรงหน้าผมห่างประมาณ ๕ เมตร (นี่เริ่มมาแล้ว เห็นไหมจ๊ะ พอใจเริ่มนิ่ง) และพอผมได้ยินเสียงนำนั่งของหลวงพ่อบอกว่า ให้นึกถึงองค์พระไว้ที่กลางท้อง ผมก็ทำตามทันที ผมเห็นองค์พระใสๆ องค์เล็กๆ อยู่ที่กลางท้อง (แปลว่า ใจเริ่มละเอียดแล้วนี่ เพราะฉะนั้นจึงนึกง่าย)
แล้วผมก็นึกให้ตัวเราเป็นองค์พระ องค์พระเป็นตัวเรา ไม่ถึง ๕ นาที ตัวทั้งตัวของผมก็กลายเป็นพระใสๆ ใสเหมือนแก้วเลยครับ (อย่างนี้แหละจ้ะ ถ้าได้อย่างนี้ก็บวช ๒ ชั้น คือ เป็นพระทั้งภายนอกและภายใน) ใบหน้าของท่านงามมาก เหมือนที่หน้าปกหนังสือสวดมนต์เลยครับ ตอนนั้นผมยังหลับตาอยู่ แต่ลองเอาใจไปมองไปที่ขา (เอาใจมองนะจ๊ะ) ที่ขาที่แขนก็ใสไปหมดเลย มันเป็นความรู้สึกที่ชัดเจนมากราว ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมรู้สึกร้อนวูบวาบ ปีติมาก จนขนแขนขนหัวลุกตั้งเลยครับ
ทุกครั้งที่ผมหลับตาแล้วนึกถึงองค์พระ อย่างตอนก่อนทานข้าว แล้วต้องหลับตาบูชาข้าวพระ แค่นึกถึงองค์พระเท่านั้น ตัวเราก็จะกลายเป็นพระทันที จนตอนนี้ผมเห็นท่านชัดมาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ
(อย่างนี้เรียกว่า เราจะได้บวช ๒ ชั้นแล้ว เพราะฉะนั้นลูกนาคธรรมทายาททั้งหลายต้องทำอย่างนี้ ถึงจะเรียกว่า ได้บวช ๒ ชั้น คือ เห็นองค์พระชัดมาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหลับตาลืมตา นั่ง นอน ยืน เดินเห็น หรือกล่าวคำขานนาคก็เห็นชัดเจน ปีติสุขจะหล่อเลี้ยงใจเรา ความภาคภูมิใจจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เราตามระลึกนึกถึง
เมื่อเราเล่าสู่กันฟัง หรือเล่าให้ใครฟังก็ตาม แม้เป็นเรื่องซ้ำๆ ซากๆ แต่เหมือนฟังใหม่ทุกครั้ง และปลื้มทุกครั้งที่ได้ยิน และเมื่อใครได้ยินได้ฟัง เขาก็อยากจะเป็นอย่างเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเราสว่าง โลกก็สว่างด้วย สิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้
ตรงนี้แหละที่บิดามารดาจะได้บุญมาก ถ้าเราบวชตามประเพณีอย่างที่เราเคยเห็นกันมาอย่างนั้นได้นิดๆ หน่อยๆ พอเป็นกิริยาบุญ ไม่เพียงพอที่จะไปตัดรอนวิบากกรรม และยิ่งบวชมาแล้วไม่ได้ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรม อยู่กันไปเรื่อยเปื่อยอย่างนั้น แทนที่จะได้บุญมีกำไรของชีวิต กลับขาดทุน เพราะฉะนั้นบวชแล้วต้องบำเพ็ญสมณธรรม ต้องบวชให้ได้ ๒ ชั้นอย่างนี้จ้ะ)
ผมมีความสุขมากเลย จนอยากให้ทุกคนในโลกนี้ได้บวช (ทำไมถึงนึกอย่างนี้ พูดอย่างนี้ เห็นไหมจ๊ะว่า ความรักและปรารถนาดีจะเกิดขึ้นเอง จากชาวไทยใหญ่ ชาวดอยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นอบายมุข แต่ชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันเมื่อเข้าถึงพระในตัว แต่เดิมอยู่ ณ ที่ตรงนั้นไม่เคยมีความสุข แต่วันนี้พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ผมมีความสุขมาก จนอยากให้ทุกคนในโลกนี้ได้บวช
ถ้าเรามีประสบการณ์อย่างนี้ เราก็จะเป็นอย่างนี้ แล้วจะทำให้เรานึกออกว่า ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระมหากรุณา อยากให้สรรพสัตว์ทั้งหลายหลุดพ้นเช่นเดียวกับพระองค์ เพราะพระองค์เข้าถึงบรมสุขภายใน จึงอยากให้ทุกคนเป็นอย่างนี้ นี่ขนาดเพิ่งนิดๆ หน่อยๆ นะจ๊ะ ถ้าจะไปเทียบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันห่างไกลกันมาก ยังมีความรู้สึกอย่างนี้เลย
ทีนี้สมมติว่า วันพรุ่งนี้ลูกนาคธรรมทายาทร่วมแสนจะบวชเป็นสามเณรแล้วเข้าถึงอย่างนี้ แล้วคิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน แล้วก็บอกเหมือนๆ กันว่า ผมมีความสุขมาก ร้องสุขมาอย่างนี้ อะไรมันจะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ เราลองคิดดู นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วล่ะ นี่สำคัญมากนะลูกนะ)
ผมขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง ที่ทำให้ผมได้พบสิ่งที่พิเศษเกินคำบรรยาย ผมเลิฟหลวงพ่อจังเลยครับ ขอให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวเป็นพันๆ ปีเลยนะครับ (สาธุ โอเคจ้ะ แต่ต้องอยู่ด้วยกันนะ จะอยู่คนเดียวได้ไง)
กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูง
ธรรมทายาทวัน บ่อแสง