จดหมายจากพระลูกชาย: ๑๔ ปีที่รอคอย
๑๔ ปีที่รอคอย
จดหมายจากพระลูกชาย man man
๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓
กระผมพระธรรมทายาทวุฒิพันธ์ คัมภีรปญฺโญ (ชื่อนี้คุ้นๆ คนเคยคุ้นเคย) ตัวแทนพระธรรมทายาทจากวัดกิ่วลม อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ครับ
ก่อนมาบวช ผมเป็นแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิตครับ ผมเคยบวชแล้ว ๑ ครั้ง ในรุ่นบูชาธรรมครบรอบ ๕๑ ปี พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ตอนนั้นผมประทับใจมาก และไม่เคยลืมภาพแห่งความสุขในเพศสมณะเลย
หลวงพ่อครับ ผมจึงมักอธิษฐานอยู่เสมอว่า ขอให้ได้กลับมาบวชเป็นพระอีก (คำอธิษฐานจะสำเร็จต่อเมื่อเรามาบวช) จะขอตายในผ้าเหลืองครับ (สาธุจ้ะ บางคนบอก ขอตายในผ้าเหลือง แต่ขออายุ ๘๐ ก่อน โอ มันสิยาวไปนะ อย่างนี้) แต่ด้วยหน้าที่การงาน และความรับผิดชอบทางโลกที่มากมาย ฝันของผมจึงยังไม่เป็นความจริง
ผมรอคอยวันที่ผมจะได้บวชมาถึง ๑๔ ปี และผมก็เริ่มสังเกตว่า วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน มันกลืนกินทุกอย่าง ทั้งอายุของผม และความแข็งแรงของผมด้วย ถ้าผมรอช้ากว่านี้ผมอาจจะไม่ได้บวช ผมจึงตัดสินใจ ทิ้งทุกอย่าง ปล่อยวางทุกสิ่ง แล้ววิ่งเข้าวัด สมัครบวชรุ่นนี้ทันทีเลย (สาธุจ้ะ)
และแล้วผมก็ลาคนข้างกายเทพธิดาที่บ้านผม และผมก็ไปลางานที่โรงพยาบาล ตอนนั้นผมตั้งใจอย่างแรงกล้าว่า ถ้า ผอ.โรงพยาบาลไม่ให้ผมลาบวช ผมก็จะขอลาออก แต่เหตุอัศจรรย์มักจะเกิดขึ้นเสมอกับคนอัศจรรย์ แค่ผมเอ่ยปากนิดหน่อย ท่าน ผอ. ก็อนุมัติให้ลางานได้ โดยไม่ต้องลาออก แถมบอกว่า (Don’t Worry, Be Happy) ถ้าสึกมาเมื่อไรก็ให้มาทำงานได้ตามปกติ แต่ที่สำคัญคุณหมอต้องกลับมานะ (นี่ ผอ.โรงพยาบาลว่านะ)
หลวงพ่อครับ ผมมีความสุขมากเลย ทุกครั้งที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่า ตัวเองเป็นพระ มีธงชัยพระอรหันต์ห่มคลุมกายอยู่ มันมีความรู้สึกปีติอย่างบอกไม่ถูก (จะเข้าใจความรู้สึกอย่างนี้ได้ก็ต้องมาบวช และบวชให้ได้ ๒ ชั้นด้วยจ้ะ) มันคล้ายๆ กับว่า เอ๊ะ นี่เราฝันไปรึ การรอคอยมา ๑๔ ปี เอ๊ะ นี่มันเป็นจริงแล้วรึ แต่ว่ามันก็เป็นจริงแล้วครับ (นี่ถามเองตอบเอง)
การมาบวชในโครงการนี้ ผมได้ฝึกความเป็นพระ อย่างเช่น การบิณฑบาต ตอนแรกนะครับ ผมรู้สึกเจ็บเท้ามาก เพราะผมต้องเดินเท้าเปล่าย่ำไปตามทางที่มีแต่ก้อนกรวด (เดี๋ยวนี้เขาทำรองเท้าด้วยนะ ออกแบบพื้นรองเท้าเหมือนก้อนกรวด เอาไว้นวดเท้า เราโชคดีนะ เดินบิณฑบาตมีก้อนกรวดธรรมชาติไม่ต้องสร้างเลย ที่ฝ่าเท้าเป็นศูนย์รวมของทุกเส้นเลย ปอด ตับ ม้าม ไต หัวใจ โอ้ เรียกว่า Alert เลยนี่นะ)
แต่ว่าพอผมเห็นโยมออกมาใส่บาตร เมื่อดูสภาพแล้วก็รู้ทันทีเลยครับว่า โยมนี้อดีตคนเคยรวย แต่ว่ามีความตระหนี่ ไม่ทำทานในภพชาติอดีต ชาตินี้จึงค่อนข้างยากจน คือ ผมดูจากอาหารที่เขานำมาใส่บาตรก็เป็นข้าวค่อนข้างสวย แต่เป็นข้าวเปล่าเมล็ดหักๆ แต่ท่าทางของโยมนั้นมีศรัทธามาก แม้ข้าวจะหักแต่หัวใจไม่หักเลย
(ญาติโยมที่มารอใส่บาตรก็หวังจะให้พระเป็นเนื้อนาบุญ เป็นบันไดขั้นแรกที่โยมจะก้าวขึ้นไปสู่เทวโลก ด้วยการทำทาน หวังให้พระเป็นที่พึ่งที่จะนำพาชีวิตไปพบกับหนทางสว่างนะจ๊ะ) ผมเห็นอย่างนั้นก็ปลื้มปีติมาก เกิดความภาคภูมิใจในเพศสมณะ และรู้แล้วว่า นอกจากเราจะเป็นพระแท้แล้ว เรายังจะต้องเป็นเนื้อนาบุญออกโปรดญาติโยมอีกด้วย
(ถูกต้องจ้ะ ไปโปรดสัตว์ไม่ใช่ให้สัตว์โปรด คือเราไปเป็นเนื้อนาบุญให้ด้วยการเป็นพระแท้ ด้วยสมณธรรมที่เราบำเพ็ญมานี่ เราเป็นแหล่งแห่งทะเลบุญ ของเขาแค่มาเสียบปลั๊กจากการทำทาน ที่เขาเอาชนะความตระหนี่ในใจได้ กระแสธารแห่งบุญก็จะเชื่อมต่อเป็นอัตโนมัติในกลางกายของเขา ผังจนก็ถูกรื้อสะบั้นหั่นแหลกไปเลย ทีละนิดละหน่อย พอทำบ่อยๆ ก็หมดเลย แล้วก็เซ็ตโปรแกรมผังใหม่ รวยจ้ะ)
พอบวชแล้วผมก็มีความรู้สึกที่อยากจะเข้าถึงธรรม ผมอยากบวช ๒ ชั้นครับหลวงพ่อ ผมจึงตั้งใจปฏิบัติธรรมทั้งในรอบและนอกรอบ (คำว่า “นอกรอบ” หมายถึง ช่วงเวลาที่เราทำภารกิจต่างๆ ก็ทำสมาธิต่อ ไม่ใช่ว่าทำสมาธิเฉพาะตอนนั่งนะ) ผมจะตื่นนอนตอนตี ๓ ครึ่ง เพื่อฝึกสมาธิ ในช่วงวันแรกๆ ใจมันก็สงบบ้างฟุ้งบ้าง (ไม่เป็นไรจ้ะ เราตามใจไปก่อน ใจอยากจะเป็นอย่างไร เราก็ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ใจอยากจะเป็นก่อน Let it Be ไปก่อน)
แต่พอผมนั่งไปเรื่อยๆ วันที่ ๓ ผมก็ตื่นมานั่งสมาธิตอนตี ๓ ครึ่งอีก ผมแค่นั่งหลับตา วางใจนิ่งๆ สบายๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ และผมก็นึกปลื้มที่ผมได้บวชเป็นพระ มันเป็นปีติสุขที่หล่อเลี้ยงใจผม ตอนนั้นรู้สึกว่า ใจมันเบาๆ สบายมากเลย สักพักหนึ่งก็เห็นความสว่างเกิดขึ้นในกลางท้องผม
พอมองเข้าไปตรงกลางแสงนั้น ความสว่างก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่สว่างเหมือนพระอาทิตย์ตอน ๖ โมงเช้า ๗ โมง ๘ โมง ๙ โมง จนถึงสว่างเหมือนเที่ยงวัน แต่หลวงพ่อครับ มันเป็นความสว่างที่ให้ความเย็นกายเย็นใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ และทุกครั้งที่นั่งหลับตาผมก็จะเห็นความสว่างแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา
จนเข้าสู่วันที่ ๑๐ หลวงพ่อครับ วันนั้นอากาศดีมากเลย ผมก็ยังนั่งอย่างเดิม คือ นึกถึงความสุขความปีติใจที่ได้มาบวชเป็นพระ ผมคิดว่า สุขจริงหนอ สุขจังเลย พอใจสบาย สักพักหนึ่งก็เริ่มเห็นความสว่างที่กลางท้องอีก แต่พอมองเข้าไปคราวนี้แหละครับ ผมเห็นองค์พระใสๆ (นี่มาอีกแล้ว เห็นไหมจ๊ะ)
พอมองเข้าไปกลางดวงเห็นองค์พระ (เหมือนเรามองเข้าไปกลางฟองไข่ก็พบลูกเจี๊ยบ มองกลางดวงธรรมก็จะมีองค์พระ) ท่านนั่งอยู่ในช่องท้องของผมแบบพอดีๆ ผมเห็นเหมือนเรามองลงมาจากข้างบนเป็นภาพ Top View ชัดมากเหมือนลืมตาเห็นเลยครับ แต่เพราะความตื่นเต้น สักพักท่านก็เลือนและหายไป (ที่จริงท่านไม่ได้หายไปไหน แต่ใจเราถอนขึ้นมา) ผมก็เริ่มวางใจใหม่ พอใจผมนิ่งสบายท่านก็มาให้เห็นอีก เป็นอย่างนี้ทุกวัน ทุกครั้งเลยครับ
วันหนึ่งผมไปช่วยรับบุญล้างจาน ผมก็ล้างใจไปด้วย คือ ใจผมนึกถึงองค์พระตลอดเวลาเลย แล้วอยู่ๆ ทั้งที่กำลังล้างจาน ผมก็เห็นองค์พระชัดใสสว่างอยู่ในศูนย์กลางกายของผม ยิ่งผมเอาความรู้สึกมองลงไปก็ยิ่งชัดมากเลย สว่างโล่งไปหมดเลยครับ ผมเห็นท่านติดตาติดใจอยู่อย่างนี้ บางครั้งก็แปลกมาก อย่างตอนสวดมนต์ผมก็จะรู้สึกว่า เสียงสวดมนต์นั้นดังออกมาจากกลางองค์พระ เหมือนไม่ได้ออกมาจากปากของผม
(สวดมนต์อย่างนี้มีอานิสงส์มากและถูกหลักวิชชาด้วย ต้องให้เสียงสวดมนต์ออกมาจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ และแหล่งแห่งผู้มีอานุภาพอันไม่มีประมาณกลางองค์พระอย่างนี้นะจ๊ะ)
และตอนนี้นะครับ ไม่ว่าผมจะหลับตาหรือลืมตาผมจะเห็นท่านตลอดเวลาเลยครับ (สาธุ อย่าให้หายนะลูกนะ รักษาให้ดี) ถ้าใจสบายและนิ่งมากก็จะเห็นท่านชัดใสเป็นพิเศษ (เป็นรางวัลสำหรับคนที่มีใจนิ่ง) และบางทีก็จะรู้สึกว่า ตัวเองเลื่อนไหลเข้าไปอยู่ในองค์พระด้วยครับ
(คือ ท่านยอมรับเราแล้ว ท่านก็เปิดประตูใจของท่านให้เราเลื่อนไหลเข้าไปอยู่ในกลางของท่าน โดยที่เราไม่ต้องก๊อกๆ ๆ )
หลวงพ่อครับ ผมมีความสุขทุกคืนวันเลย ผมรู้สึกว่า ทุกๆ วันผ่านไปอย่างมีความหมาย แม้ผมจะมีภาระทางโลกที่จะต้องรับผิดชอบมากมาย แต่ในใจลึกๆ ของผมนั้นอยากบวชตลอดชีวิต ผมไม่อยากกลับไปนุ่งห่มแบบฆราวาสอีกแล้ว (เหมือนจะรำพึงให้ใครฟัง ไม่เป็นไร ครูไม่ใหญ่รำพึงแทน) ผมจึงเอาบุญช่วยและอธิษฐานกับองค์พระทุกวันว่า องค์พระครับ ขอให้ผมได้บวชตลอดชีวิต (สาธุ ก็อยู่ตรงไหนที่มีประโยชน์ก็เอานะลูกนะ)
หลวงพ่อครับ ขอให้หลวงพ่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอให้หลวงพ่อมีความสุข ให้แข็งแรงด้วยนะครับ และอยู่เป็นผู้นำในการสร้างบารมีของลูกๆ ตลอดไปด้วยนะครับ
(พระธรรมทายาทวุฒิพันธ์ คัมภีรปญฺโญ วัดกิ่วลม จังหวัดเชียงใหม่ รัศมีธรรมท่านจับตาจับใจโน่นไปถึงสวรรค์เลย ดูท่านมีความสุขนะ มีปีติสุขหล่อเลี้ยงใจเลย)
กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูง
พระธรรมทายาทวุฒิพันธ์ คัมภีรปญฺโญ