จดหมายจากพระลูกชาย: อย่าคบคนพาล
อย่าคบคนพาล
จดหมายจากพระลูกชาย man man
๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓
ผมพระธรรมทายาทเฉลิมชัย คุณวํโส อายุ ๓๒ ปี ตัวแทนพระธรรมทายาทจากวัดเนรมิตวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยครับ
ก่อนที่จะมาบวชนั้น ผมใช้ชีวิตอย่างสิ้นเปลือง ทั้งที่ตอนแรกผมก็เป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่ง เคยสอบได้ทุนจากประเทศญี่ปุ่นด้วยนะครับ แต่พออายุ ๑๕ ก็เริ่มเกเร ดื่มเหล้าสำมะเลเทเมา คบแต่เพื่อนกิน มีแต่เพื่อนเที่ยว (เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสมงคลข้อแรก เรื่องการคบคน สำคัญมาก ต้องเลือกให้ดีทีเดียว ต้องศึกษา ไม่เช่นนั้นเราจะเลือกไม่ถูก)
พออายุ ๑๗ ปี ก็เริ่มสูบบุหรี่ ผมสูบจัดมาก อย่างน้อยวันละ ๒ ซอง พ่อแม่ส่งให้เรียนก็ไม่เรียน มีปัญหาตลอด จนต้องย้ายที่เรียนเป็นประจำ สุดท้ายก็ไม่จบอะไรเลย แม้ผมจะทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว ผมก็ยังเที่ยวและเมากลับบ้านแทบทุกวันครับ (อย่างนี้ขาดทุนชีวิต เอาสังขารที่พ่อแม่ให้มาสร้างความดี สร้างบารมี เอาไปถล่มทลายซะ นี่เราจะเป็นหนี้ท่านนะลูกนะ และเราก็จะแบกบาปไปด้วย) แต่ว่าแม้ผมจะเกะกะเกเร แต่ผมก็ชอบไหว้พระสวดมนต์ทั้งก่อนเข้านอนและตื่นนอนนะครับ (สาธุ อ๊ะ ตรงนี้สาธุได้)
วันหนึ่งคุณแม่โทรมาหาผม ท่านบอกว่า “ตอนนี้มีโครงการบวชพระ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ทั่วไทย สนใจไหม จะบวชให้แม่ไหม” ตอนนั้นผมคิดว่า เราน่าจะทำอะไรเพื่อท่านบ้าง ก็เลยตอบตกลงทันทีครับ (สาธุ)
พอเข้าโครงการผมก็มีความตั้งใจที่จะไม่สูบบุหรี่อีก ผมจึงเอาซองบุหรี่ไปถวายพระอาจารย์เป็นการหักดิบไปเลย วันแรกๆ ที่หยุดสูบบุหรี่มันก็ทรมานนะครับ (ก็ทรมานไปงั้นๆ) และเกือบจะทนไม่ได้หลายครั้ง (เราต้องหัวเราะเยาะพญามารนะจ๊ะ อย่าให้พญามารหัวเราะเยาะเรา) แต่ผมตั้งใจแล้วว่า จะบวชเพื่อให้พ่อกับแม่ได้บุญ สุดท้ายผมก็เอาชนะใจตัวเองได้ และไม่คิดถึงบุหรี่อีกเลย
ในช่วง ๓ วันแรกของการนั่งสมาธิ บางวันก็นั่งดีมีความสุข บางวันก็ฟุ้งอุตลุดเลยครับ แต่ผมก็ทำตามที่พระอาจารย์สอน คือ เมื่อยก็ขยับ ง่วงก็หลับ ฟุ้งก็ลืมตา แม้จะไม่เห็นอะไร แต่ผมก็เริ่มรู้สึกชอบการนั่งสมาธิ ผมจึงหาเวลานั่งเพิ่มเติม โดยผมจะตื่นมานั่งสมาธิตอนตี ๑ บ้าง ตี ๓ บ้าง (โอ้ สุดยอดเลย) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เงียบมากๆ
วันนั้นผมนั่งวางใจสบายๆ ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน ผมนึกให้ใจของผมเบาเหมือนขนนกที่กำลังปลิวลงมาสัมผัสกับผิวน้ำ โดยเริ่มจากฐานที่ ๑ เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนถึงฐานที่ ๗ แล้วใจผมก็เริ่มเบาสบาย พอผมเริ่มสบาย ผมก็เห็นองค์พระสีทององค์เล็กๆ อยู่ตรงหน้าผม (สาธุจ้ะ) ท่านหันหน้าเข้าหาผม ผมพยายามนึกให้ท่านหันหน้าออก แต่ไม่สำเร็จ (ต้องตามใจท่านก่อน เดี๋ยวท่านจะตามใจเรา) พอนึกหนักเข้าท่านก็หายไป
ผมจึงทำสมาธิใหม่ ก็เห็นอีก แต่คราวนี้ผมไม่สนใจแล้วว่า ท่านจะเป็นอย่างไร ตอนนั้นใจผมเฉยมากๆ ครับ คิดว่าท่านจะมายังไง จะอยู่อย่างไร จะเป็นสีอะไรก็แล้วแต่ท่าน แค่เห็นพระก็ดีแล้ว (อย่างนี้ถูกหลักวิชชาจ้ะ) พอใจมันนึกอย่างนี้ ไม่นานครับ ผมก็เห็นท่านชัดใสแจ่มเลย สว่างอยู่ในกลางท้องของผม และหันหน้าออกไปทางเดียวกับผม (ถูกต้องจ้ะ อย่างนี้ถูกหลักวิชชา เราต้องตามใจท่านก่อน แล้วเดี๋ยวท่านก็ตามใจเราแล้วเห็นมั้ย)
ผมมองอยู่อย่างนั้นนานเกือบ ๒๐ นาที วันนั้นผมมีความสุขมาก สบายใจ ไม่ปวด ไม่เมื่อยเลย หลวงพ่อครับผมหลับตาเห็นองค์พระอย่างนั้นอยู่ ๔ วันเลย (สาธุ) แล้วก็ไม่เห็นอีกเลย (แล้วกัน) เพราะใจไม่นิ่ง และก็ฟุ้งขึ้นมาอีก (ไม่เป็นไรจ้ะ)
แต่โชคดีที่ผมได้รับบุญขัดวิมาน ติดต่อกัน ๓ วัน พระอาจารย์บอกว่า ยิ่งล้วง ยิ่งลึก ยิ่งชัดใสสว่าง ผมก็ทำตาม พอผมล้วงลึกมากเท่าไร ใจของผมก็สบายขึ้นเท่านั้น และพอนั่งสมาธิ หลวงพ่อครับก็ได้ผลทันที คือ ใจสงบเร็วมากเลย และนิ่งกว่าเดิมเยอะเลยครับ
สักพักหนึ่ง ผมก็เห็นองค์พระสีทองสูงประมาณ ๑ คืบ นั่งทำสมาธิอยู่ในกลางท้องของผม ผมก็ดูท่านไปเรื่อยๆ แค่นั่งดูองค์พระเฉยๆ ผมก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกแล้วครับ บางวันผมก็เห็นท่านชัดมาก ใสมาก จนมองทะลุได้ แต่บางวันก็มัวๆ ขึ้นอยู่กับว่า ใจของเรานิ่งแค่ไหน (ใช่จ้ะ) แต่ตอนนี้ผมสนุกกับการทำสมาธิแล้ว (นี่ไง ประสบการณ์ภายในมีจริง ดีจริง เข้าถึงได้จริง เพราะฉะนั้น เอหิปัสสิโก มาพิสูจน์เถิด)
ตอนนี้ผมสนุกกับการทำสมาธิ แม้ตอนฉันอาหารผมก็จะนึกให้คำข้าวนั้นใสๆ แล้วกลืนลงไปเลย ปรากฏว่าในศูนย์กลางกายของผมกลับเป็นเหมือนคลื่นน้ำที่ขยายตัวได้ และมีดวงกลมใสๆ อยู่ในนั้นด้วย
ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรผมจะรู้สึกว่า มีองค์พระอยู่ในตัวของผมตลอดเวลาเลย และผมก็ใจเย็นขึ้น ไม่ฟุ้งซ่านเหมือนแต่ก่อนแล้ว (ดีมากลูก ให้รักษาอย่าให้หายนะจ๊ะ ทำให้คล่อง ให้ชำนาญ ทำซ้ำๆ บ่อยๆ)
ผมกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง ถ้าไม่มีหลวงพ่อผมก็คงจะไม่ได้พบกับหนทางสว่างแบบนี้ ตอนนี้ผมเป็นคนใหม่ที่จะไม่กลับไปเที่ยว ไปดื่ม และเล่นการพนันอีกแล้ว (สาธุ) หลวงพ่อครับ ผมขอฝากบทกลอนตบท้ายสักนิดนะครับ
ความสุขใดเล่า จะเท่าเราสงบนิ่ง
ปล่อยวางทุกสิ่ง ทิ้งหมดทุกอย่าง
กลางตัวนั้นว่าง มีเพียงองค์พระ
กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูง
พระธรรมทายาทเฉลิมชัย คุณวํโส