ข่าววัดไทยติดวัตถุนิยมจริงหรือ ข้อ๑.วัดมองเห็นคุณค่าของศาสนาเพียงเปลือกนอก ข้อ๒.วัดหลงอยู่กับการปรุงแต่งวัตถุภายนอกให้ใหญ่โตสวยงาม ข้อ๓.วัดลืมสร้างสรรค์คุณค่าทางด้านจิตวิญญาณของความเป็นพระพุทธศาสนา (เข้าใจให้ถูกต้อง)
หลวงพ่อธัมมชโย · คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1
ข่าววัดไทยติดวัตถุนิยมจริงหรือ ข้อ๑.วัดมองเห็นคุณค่าของศาสนาเพียงเปลือกนอก ข้อ๒.วัดหลงอยู่กับการปรุงแต่งวัตถุภายนอกให้ใหญ่โตสวยงาม ข้อ๓.วัดลืมสร้างสรรค์คุณค่าทางด้านจิตวิญญาณของความเป็นพระพุทธศาสนา
ข่าวจากหนังสือพิมพ์เขาเขียนว่า นักวิจัยธรรมศาสตร์สำรวจ ๑๙๘ วัด บอกว่า วัดไทยยึดติดวัตถุนิยม เขาสรุปเลย ทั้งที่วัดในเมืองไทยมี ๓๐ ,๐๐๐ กว่าวัด สำรวจได้แค่ ๑๙๘ วัด ซึ่งยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์เลย โดยท่านดอกเตอร์ท่านหนึ่ง ผลการวิจัย
ท่านสรุปว่า
๑ วัดมองเห็นคุณค่าของศาสนาเพียงเปลือกนอก
๒ วัดหลงอยู่กับการปรุงแต่งวัตถุภายนอกให้ใหญ่โตสวยงาม
๓ วัดลืมสร้างสรรค์คุณค่าทางด้านจิตวิญญาณของความเป็นพระพุทธศาสนา
คือสรุปว่า วัตถุนิยม สร้างโน่น สร้างนี่ แล้วก็เสนอให้จัดการเรื่องการเงินของวัด
เรามามองอีกทัศนะหนึ่ง
ข้อ ๑ วัดมองเห็นคุณค่าของศาสนาเพียงเปลือกนอก
ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่มีวัดใหญ่วัดดังหลายวัดนะ มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก แล้ววัดใหญ่ ๆเหล่านั้นสร้างโดยพระราชาก็มี มหาเศรษฐีคู่บุญพระพุทธศาสนาก็มี เช่น
๑ วัดเวฬุวนาราม สร้างโดยพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งยกพระราชอุทยานถวายสร้างวัดป่าไผ่อันร่มรื่น และมีเหตุการณ์ที่สำคัญที่เวฬุวนารามหลายครั้ง
๒ วัดเชตวัน ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างใหญ่โตโอฬารมาก แค่ซื้อที่ดินก็ใช้เงินมหาศาล ค่าก่อสร้างอีกเยอะแยะ สวยสดงดงามจนกระทั่งเขาแต่งเพลงเชตวันว่า งดงามราวกับสวรรค์ เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่
๓ วัดบุพพาราม สร้างโดยนางวิสาขา วัดนี้ก็สร้างใหญ่โตโอฬารเช่นเดียวกัน ใช้เงินซื้อที่ดิน ๙ โกฏิ ก่อสร้างอีก ๙ โกฏิเฉลิมฉลองอีก ๙ โกฏิ รวมเป็น ๒๗ โกฏิ เมื่อสมัย ๒,๕๐๐ กว่าปีก่อน ถ้าเทียบมูลค่าสมัยนี้นับเป็นเงินมหาศาล
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายวัด เป็นที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับกลับไปกลับมา เช้าอยู่วัดนี้บ่ายไปวัดโน้น อย่างนี้ถือว่าพระพุทธองค์ติดวัตถุหรือเปล่า แล้วสร้างทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้ญาติโยมอยู่โคนไม้ นั่งอยู่ท่ามกลางแสงแดด ท่ามกลางความสว่างของดวงอาทิตย์ เวลาฝนตกลงมาก็เย็นฉ่ำ หรือให้พระอยู่โคนไม้ตลอดไปเลยอย่างนั้นหรือ อย่างนี้เรียกว่าติดวัตถุ หรือว่ามันจำเป็นต้องสร้าง
แล้วเราได้รู้ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา เพราะมีร่องรอยของศาสนวัตถุที่หลงเหลืออยู่ว่า ณ สถานที่นี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยประทับ ตรงนี้คือพระคันธกุฎี ตรงนี้คือมหาวิหาร ตรงนี้คือสถานที่ต่าง ๆ ก็มีร่องรอยจากศาสนวัตถุที่ปรากฏเกิดขึ้นมา ซึ่งมันก็ผุพังไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่
ทีนี้ ถ้าหากไม่สร้างให้แข็งแรง สมมติท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างอารามใหญ่โต เอาไม้ไผ่ทำเป็นเสาเพื่อความเรียบง่าย มุงด้วยจากและหญ้าแฝกอย่างดี ตอบคำถามสิว่า จะมีร่องรอยจากกับไม้ไผ่เหลือมาให้เป็นพยานทางวัตถุว่า เคยมีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นตรงนั้นไหม
อีกอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญมากในการสร้างวัดว่า วัดเป็นที่อยู่ของพระภิกษุผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญ เป็นสถานที่ประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นที่แสวงหาความรู้ความจริงของชีวิตอันยิ่งใหญ่ ผู้นำอิฐสักก้อนไม้สักแผ่น ตะปูสักตัว มาสร้างวัดด้วยจิตที่เลื่อมใส จะเป็นรหัสผ่านไปสู่สุคติภพ พระองค์ตรัสถึงเรื่องราวเหล่านี้ตลอดเลย ในพระไตรปิฎก ถ้าหากว่าเป็นวัตถุนิยม ท่านก็คงบอกว่า ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกาที่รักทั้งหลาย พวกเธออย่าสร้างวัดเลย มีอย่างไรเราก็อยู่กันไปอย่างนั้นเถิด
เพราะฉะนั้น ที่วัดสร้างศาสนสถานต่าง ๆ ขึ้นมาก็เพราะมันจำเป็น เขาไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขัน อย่างน้อยสิ่งที่สร้างก็เป็นของกลางใช้เป็นสาธารณประโยชน์ เป็นพยานทางวัตถุ และที่สำคัญเป็นจุดรวมของกุศลจิตที่เอาชนะความตระหนี่ในตัวของแต่ละคน ที่ค่อย ๆ ก่อตัวกันขึ้นมา
ส่วนมากพวกที่ทำการวิจัยพวกนี้ มักไม่ค่อยทำบุญ พวกไม่ทำมักจะมีปัญหากับพวกทำ ไม่รู้เป็นยังไง มันแปลก และพูดเก่ง โมเมแล้วก็ออกกฎขึ้นมาบีบบังคับเพื่อให้พระพุทธศาสนาหมดไปเร็วขึ้นแล้วเลือกบีบบังคับเอาเฉพาะพระพุทธศาสนาเท่านั้นนะ
ทีนี้ถ้าเกิดไม่ให้สร้างศาสนวัตถุขึ้นมา เพราะอ้างว่าเป็นวัตถุนิยม เฉพาะพระพุทธศาสนา แล้วที่ไม่ใช่พระพุทธศาสนาเขาสร้างอาคารต่าง ๆ ขึ้นมาใหญ่โต มีป้ายขึ้นทุก ๆ ๑ กิโลเมตร ซึ่งมีแล้วทางภาคใต้ ไปถ่ายภาพดูเถอะ แล้วอย่างนี้เขาจะมองเมืองไทยว่าเป็นเมืองพุทธ หรือเมืองอะไร ไปคิดเอาในใจ ไม่ต้องบอก อย่างนี้ติดวัตถุหรือเปล่า
แล้วก็ห้ามซ่อมด้วยนะ เขาบอกมีการปฏิสังขรณ์ ก็ร่างกายเรายังพัง เสื้อผ้าก็พัง รถก็พัง บ้านก็พัง วิหารก็พัง พังแล้วไม่ซ่อมเหรอ พอซ่อมกลายเป็นว่า ติดวัตถุนิยม ติดเปลือกนอก มันไม่ใช่เรื่องติดวัตถุ แต่เป็นเรื่องว่า ต้องทำ ต้องซ่อม เพื่อกันแดด กันฝน
ลองไปอ่านอานิสงส์ของวิหารทาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเองเลยนะ มีไว้เพื่อกันเหลือบ ยุง ริ้น ไร กันลม แดด ฝน มีเอาไว้เพื่ออาศัย สร้างแล้วมันเสื่อมก็ต้องซ่อม ถ้าซ่อมแล้วมากล่าวหาว่าติดวัตถุ อย่างนี้ไม่ถูกนะ
ไม่ซ่อมมันก็พัง แล้วพอไม่ส่งเสริม ไม่สนับสนุน ในที่สุดก็จะกลายเป็นวัดร้าง พอเป็นวัดร้างก็เอามาจัดสรรล่ะสิ เอามาแปลงเป็นทุน เป็นโน่น เป็นนี่ เป็นอะไรก็ไม่รู้ เรียกไม่ถูก ทั้ง ๆ ที่เจตนาเดิมของผู้สร้างต้องการให้เป็นวัดรุ่ง เป็นที่อยู่ของพระ เป็นที่พระแสวงหาพระนิพพาน มาศึกษาพระธรรมวินัย เป็นที่เผยแผ่ธรรมเป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญ เป็นแหล่งปลูกศีลธรรมแก่ชาวโลก
แทนที่จะแก้ปัญหา “วัดร้าง” ให้มาเป็น “วัดรุ่ง” ด้วยการเอาพระมาอยู่ เป็นวัดร้างเนื่องจากไม่มีพระ จึงเรียกว่า วัดร้างพระเราก็เอาพระมาอยู่ ก็เป็นวัดมีพระ เพราะฉะนั้นแทนที่จะจับพระสึกน่าจะจับฆราวาสมาบวช วัดร้างก็จะเป็นวัดรุ่ง โดยเฉพาะคนที่เขียนว่าวัดติดวัตถุนิยม เห็นคุณค่าแค่เพียงเปลือกนอก น่าจะลองมาบวชมาลองเป็นสมภารดู แล้วจะเข้าใจ
ข้อ ๒ วัดหลงการปรุงแต่งวัตถุภายนอกให้ใหญ่โต สวยงาม
ไม่ทำให้สวย แล้วจะทำให้ ugly อย่างนั้นเหรอ หรือให้ซอมซ่อ จะให้ ugly หรือไม่ให้สวย เชื่อไหม คนที่เขียนว่า เขาไม่ได้ร่วมบุญเลยสักบาท
มีคน ๒ ประเภทนะ ยากจน กับ อยากจน
คนยากจน คือ อดีตคนเคยรวย มีความตระหนี่ ไม่ทำทาน ชาตินี้เลยเป็นคนยากจน
คนอยากจน คือ คนรวย แล้วมีความตระหนี่ ไม่ทำทาน ต่อไปก็จะเป็นคนยากจน
“ยากจน” กับ “อยากจน” มันเนื่องกันนะ มันเชื่อมกันด้วยความตระหนี่
รวยแล้วอยากจนก็ให้ตระหนี่ หรือเห็นใครจะมาสร้างทานกุศลก็ไปห้ามเขา ไปเบรกเขา พวกนี้ต่อไปจะกลายเป็นคนเคยรวย
เพราะฉะนั้น การก่อสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนาเป็นทางมาแห่งสวรรค์นะ คุณครูไม่ใหญ่ว่าท่านดอกเตอร์คิดไม่ถูก ต้องไปคิดใหม่นะ แต่ครูไม่ใหญ่ไม่ได้จบนะจบแค่นักธรรมตรี
ข้อ ๓ วัดลืมสร้างสรรค์คุณค่าจิตวิญญาณของความเป็นพระพุทธศาสนา
วัดไม่ได้สอนเรื่องนี้จริงหรือ ๑๙๘ วัด ไปเดินทั่วถึงหรือเปล่า ลองไปเดินให้ครบ ๓๐ ,๐๐๐ วัด เราจะเห็นว่าวัดที่เขาปฏิบัติธรรมอยู่ หลวงปู่หลวงตาตั้งเยอะแยะท่านปฏิบัติธรรมเอาแค่วัดชาน ๆ กรุงเทพฯ นี่ มีอยู่วัดหนึ่งเขาก็ยังปฏิบัติธรรมอยู่
คฤหัสถ์มุ่งในการทำมาหากิน จู่ ๆ จะชวนให้มานั่งหลับตาชวนให้รักษาศีล ไม่ค่อยมา จึงต้องเริ่มต้นจากการทำบุญกุศลอย่างง่าย ๆ ก่อน ให้ทำทานก่อน โดยให้มาทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เมื่อมาแล้วก็จะได้มีโอกาสรักษาศีล อย่างน้อยชั่วโมงหนึ่ง หรือหลายชั่วโมงหรือครึ่งวัน ก็ต้องรับศีลจากพระ แล้วก็มีโอกาสได้เจริญภาวนา ได้ทั้งทาน ศีล ภาวนา จิตก็ถูกขัดเกลาให้บริสุทธิ์ผ่องใสขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อจิตผ่องใสก็จะเป็นรหัสผ่านไปสู่สุคติภพ
เพราะฉะนั้น การสร้างอะไรต่าง ๆ โดยเอาถาวรวัตถุที่เป็นประโยชน์และมีความจำเป็นจะต้องสร้างเป็นตัวตั้ง แล้วไปชวนให้โยมมาทำบุญ โยมก็จะมีโอกาสได้ทั้งทาน ได้ทั้งศีล ได้ทั้งภาวนามันอย่างนี้นะ
เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ติดวัตถุนิยม แต่เป็นเครื่องอาศัยที่จำเป็นต้องทำ สร้างแล้วก็ต้องสร้างให้สวยงาม ให้คงทนถาวรเหมือนวัดในสมัยพุทธกาล ความสวยงามจะทำให้จิตประณีต ความคงทนความแข็งแรงจะได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และเป็นพยานทางวัตถุนี่แสดงว่าผู้ทำวิจัย ท่านคงไม่ได้ไปอ่านวัดพระเชตวันว่างดงามขนาดไหน ลองไปศึกษาดู ถ้าท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีทำแบบไม่สวยก็ไม่สมฐานะท่านนะ เรื่องมันเป็นอย่างนี้
ในฐานะที่เราก็เป็นวัดหนึ่ง ก็เลยต้องพูดให้ฟังบ้าง เพราะเขาพูดถึงวัด
๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖