ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

การอธิษฐานจิตเป็นความโลภหรือไม่ (การสั่งสมบุญนำสุขมาให้)

หลวงพ่อธัมมชโย · คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1

PDF
การอธิษฐานจิตเป็นความโลภหรือไม่   การอธิษฐานจิต ไม่ใช่การค้ากำไรเกินควร ไม่ใช่ความโลภ   ความโลภ เป็นเรื่องของบาป คือ โลภอยากได้สิ่งต่าง ๆ มาด้วยทางที่ไม่ชอบ ไม่ถูก ไม่ควร อย่างนี้ใจจะเร่าร้อน ตรงข้ามกับบุญยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งใจเย็น ใจใส   ทำบุญไปแล้วต้องตามนึกถึงบ่อย ๆ ดวงบุญจะขยาย และทุกครั้งที่ทำบุญต้องอธิษฐานจิต เป็นอธิษฐานบารมีของเรา   บุญ เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง เหมือนกับกระแสไฟ เป็นของกลาง ๆ จะนำไปใช้อะไรก็ได้ เอาพัดลมมาเสียบ พัดลมก็หมุนจี๋เสียบเตารีด เตารีดก็ร้อน เสียบตู้เย็น ตู้เย็นก็เย็น เสียบหลอดไฟไฟก็สว่าง   ถ้ามีบุญแล้ว เอามาใช้ไม่เป็น ก็มีวันหมดได้ ถ้าบุญหมดบาปก็แทรกได้   เหมือนเรื่องราวของขอทานอดีตเศรษฐีท่านหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ถ้าขยันทำงานตั้งแต่วัยหนุ่มจะได้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ เพราะบุญเขามีมากขนาดนั้น   แต่ถ้าหากออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ ปฏิบัติธรรมจะได้บรรลุมรรคผลนิพพานเป็นถึงพระอรหันต์ แต่ไม่ทำทั้งสองอย่าง ใช้ทรัพย์ที่ได้มาด้วยบุญให้หมดไปกับการเที่ยวเตร่สนุกสนานในวัยต้นแต่ถ้าหากกลับตัวมาคิดได้ในวัยกลางคน บุญที่ยังเหลืออยู่สามารถเอาไปใช้ได้ทั้งทางโลก ทางธรรม ถ้าขยันทำมาหากินบุญจะส่งผลให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับสองของประเทศ ถ้ามาทางธรรม บุญก็สนับสนุนให้ได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคลขั้นถัดมา คือเป็นพระอนาคามี แต่ถ้าไม่เอาไปใช้ทำทั้งสองอย่าง เอาไปกินเหล้าเมายา เที่ยวเตร่สนุกสนาน บุญเก่าก็ร่อยหรอลงไปอีก   บุญที่เหลืออยู่ ถ้ากลับตัวคิดได้ในบั้นปลายชีวิต ก็ไปสองทางเช่นเดียวกัน ถ้าขยันทำมาหากินกำลังบุญจะส่งให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับสามของประเทศ แต่ถ้าหากมาทางธรรม บุญยังส่งผลให้เป็นพระอริยบุคคล ขั้นพระสกิทาคามี แต่ไม่ทำทั้งสองอย่าง สุดท้ายบุญหมดก็เลยมาเป็นขอทาน ไม่มีบุญที่จะไปดึงดูดทรัพย์ แต่เดิมมีให้เขากิน พอบุญหมด ต้องไปขอเขากิน เขาให้บ้างไม่ให้บ้าง ขู่บ้าง ตะคอกบ้าง   เพราะฉะนั้น บุญใช้ไปก็มีวันหมด บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ และต้องทำบ่อย ๆ ทำครั้งหนึ่งก็ได้ครั้งหนึ่ง ทำ ๑๐ ครั้ง ก็ได้ ๑๐ ครั้ง ทำกี่ครั้งก็ได้เท่าจำนวนครั้งนั่นแหละ   ทำบุญแล้วต้องอธิษฐาน ให้มีเป้าหมายของชีวิต เหมือนเรือที่มีหางเสือ ทำบุญแล้วไม่อธิษฐานมันก็สะเปะสะปะไปเรื่อยเปื่อย จะไม่เจอหนทางที่ดี   ต้องอธิษฐานล้อมคอกให้เยอะ ๆ ถ้าอธิษฐานสั้น ๆ ว่า “ขอให้รวย” บุญก็ส่งผลให้รวย ทำอะไรก็สำเร็จ ซึ่งอาจจะรวยด้วยมิจฉาอาชีวะหรือสัมมาอาชีวะก็ได้ ถ้าหากรวยเพราะมิจฉาอาชีวะ พอบุญเก่าหมด ตายไปก็ไปอบายอีก เรื่องมันสลับซับซ้อนนะลูกนะ   ทำบุญแล้วไม่อธิษฐาน แสดงว่าเราขาดดวงปัญญา ไม่รู้จักเป้าหมายของชีวิตว่า จะต้องบรรลุมรรคผลนิพพาน เมื่อไม่รู้จักเป้าหมายชีวิต พญามารก็สอดแทรกเอาไปทำอย่างอื่น บุญที่ได้ก็เบี่ยงเบนไป   การอธิษฐานไม่ใช่ค้ากำไรเกินควร ต้องอธิษฐานล้อมคอกไปให้เยอะ ๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จทุกเรื่องนะ บางอย่างได้ บางอย่างยังไม่ได้ มันเป็นไปตามกำลังบุญ พอทำบุญเสร็จอธิษฐานอยากจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันก็ไม่ได้สำเร็จเดี๋ยวนั้น หรือชาติถัดไปแต่เรามีเป้าหมายแล้ว ก็ต้องสั่งสมบุญไปเรื่อย ๆ จนกว่ากำลังบุญเพียงพอที่จะทำความปรารถนานั้นให้สำเร็จได้ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วการอธิษฐานจะเป็นความโลภได้อย่างไร   อธิษฐานอย่างนี้เป็นอธิษฐานบารมี ประกอบไปด้วยสติปัญญา ซึ่งความรู้นี้ได้รับถ่ายทอดมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากพระอริยสาวกทั้งหลายสืบต่อกันมา   การอธิษฐานต้องอธิษฐานทั้งปัจจุบันและอนาคต   ปัจจุบัน เราเดือดเนื้อร้อนใจเรื่องอะไร เราก็อธิษฐานเจ็บไข้ได้ป่วยจากหนักเป็นเบา เบาก็ให้หาย แต่ถ้าตายขอให้ไปดีถ้าทำมาหากินก็ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจการงานที่เป็นสัมมาอาชีวะ ถ้าจะประพฤติธรรมก็ขอให้ได้บรรลุธรรมกายได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย   ถ้าครองเรือนก็ขอให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข เป็นครอบครัวธรรมกาย ถ้าศึกษาเล่าเรียนก็ให้เป็นบัณฑิต เป็นนักปราชญ์ รับราชการก็ให้เจริญรุ่งเรือง   จะไปทำหน้าที่ผู้นำบุญ ก็ให้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มีปัญญาที่จะขจัดความสงสัยของผู้มีบุญทั้งหลายที่เราจะไปเชิญชวนเขา ให้ความสงสัยนั้นหมดสิ้นไป ให้เขาแจ่มแจ้งในเรื่องของชีวิต เข้าใจเรื่องการสร้างบารมี   ถ้าจะเดินทางไกลก็ให้บุญหล่อเลี้ยงรักษาให้ปลอดภัย   ชาตินี้เรามีบริวารทะเลาะกัน ไม่ซื่อ มันคด มันโกง เราก็อธิษฐาน จะมีพวกพ้องบริวารก็ให้ซื่อสัตย์ สุจริต บริสุทธิ์กายวาจาใจเป็นบัณฑิต เป็นนักปราชญ์ ทั้งเก่งทั้งดี มาเป็นมือเป็นเท้า มาทำความสำเร็จของเราให้เกิดขึ้น   ถ้าหากเราเป็นคนขี้หงุดหงิด งุ่นง่าน ฟุ้งซ่าน รำคาญใจเจ้าโทสะ ก็ขอให้บุญนี้บันดาลให้เรามีจิตใจที่เยือกเย็น มีเมตตาธรรม ไม่ขัดเคือง ไม่ขุ่นมัว ให้จิตใจใส ๆ สว่างไสว ไร้ความโกรธอะไรก็ว่ากันไป   ถ้าหากเรารู้สึกมีความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุดเลย อยากทีไรก็เหนื่อยทุกที เราก็อธิษฐานจิตว่า ขอให้เรามีความพอดีที่อยากจะแสวงหาทรัพย์ ให้ได้ทรัพย์มาอย่างเย็น ๆ ให้ได้สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ได้มาแล้วก็อย่าไปติดในสมบัตินั้นไม่หวงแหน ไม่ตระหนี่ เพราะหากมีทรัพย์แล้วเกิดตระหนี่ ชาติต่อไปจนอีก เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง เดี๋ยวรวย เดี๋ยวจน อย่างนี้ไม่เอา   ชาตินี้หัวทึบเหลือเกิน เรียนอะไรก็ไม่ค่อยทันเขา เราก็นึกถึงบุญที่เราทำ ขอให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เปรื่องปราชญ์แทงตลอดทุกศาสตร์ ทุกชาติไป   ในอนาคต ก็ให้สมบูรณ์ไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน วิชชา ๓ วิชชา ๘อภิญญา ๖ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ จรณะ ๑๕ วิชชาธรรมกาย ให้ได้ไปถึงที่สุดแห่งธรรม นิพพานะปัจจะโย โหตุ อย่างนี้เป็นต้น   อธิษฐานล้อมคอกเอาไว้ให้ดี ตามกำลังแห่งความรู้แห่งดวงปัญญาของเรา เป็นอธิษฐานบารมีของเรา นี่เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องศึกษาเรียนรู้เอาไว้   ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖