ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ความรักสีอะไร ๑

หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ mini 4 รักนี้สีอะไร

PDF
ความรักสีอะไร ๑ น้องสาวของลูก เธอชอบกีฬาต่าง ๆ เป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับเป็นคนรูปร่างผอมสูง แข็งแรง เล่นกีฬาได้ดีทุกประเภท กวาดเหรียญทองทั้งระดับประถมมัธยม จังหวัด จนถึงระดับประเทศ หลังจบมัธยมก็ไปเรียนต่อวิชาชีพการเรียนและสอนด้านกีฬาที่กรุงเทพฯ   ต่อมา เธอได้รู้จักกับว่าที่นักเรียนตำรวจหนุ่ม ผู้มาเรียนว่ายน้ำกับเธอ เพื่อไปสอบนายร้อยตำรวจ เขาก็หมั่นมาแวะเวียนตามไปเชียร์เธอแข่งกีฬาทุก ๆ ที่ พอเขาเรียนจบได้ ๒ ปี เธอจึงตกลงเลือกเขาเป็นคู่ชีวิต   จนเมื่อเธอตั้งท้อง สามีก็หายหน้าไปหลาย ๆ วัน พอกลับมา เสื้อที่สวมใส่ก็เป็นลวดลายวัยรุ่นบ้าง มีรอยลิปสติกติดที่คอเสื้อบ้าง ที่บ่าบ้าง เธอก็ซักถามว่า รอยลิปสติกนี้ มันมาได้อย่างไร ถามหลาย ๆ ครั้งเข้าเธอจึงบอกว่า เรามีลูกแล้วนะ เลิกเที่ยวสำส่อนไม่เป็นโล้เป็นพายเสียทีเถอะ เขาก็บอก ไม่มีอะไรหรอกน่า แถมยังดื้อดึงไม่ฟังเธอเลย   หลังจากนั้น ก็มีนักร้องไปหาน้องสาวที่โรงเรียน ประกาศตัวท่ามกลางครูและนักเรียนเต็มห้องว่า เธอเป็นภรรยาตัวจริงของสามีน้องสาว ส่วนน้องสาวเป็นตัวปลอมจนน้องสาวอับอายมาก วันต่อมา นักร้องก็ได้บุกไปถึงที่ทำงานสามี นำทะเบียนสมรสไปแสดงกับผู้บังคับบัญชาของสามี แล้วฟ้องร้องว่าน้องสาวของลูกแย่งสามีของเธอ จนน้องสาวต้องไปชี้แจงที่โรงพัก เมื่อไปโรงพักจึงได้รู้ว่า สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสซ้อน ครั้งนี้น้องสาวจึงมีปากเสียงกับสามีอย่างรุนแรงถึงขั้นทะเลาะตบตีกัน แต่เขาก็ไม่หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ เห็นเป็นเรื่องสนุกคึกคะนอง   ครั้นคลอดลูกแล้ว น้องสาวจึงเบนความสนใจจากเรื่องเหล่านี้ หันกลับไปแข่งกีฬาอย่างจริงจัง จนได้รับ ๑ เหรียญทองวอลเลย์บอล จากการแข่งขันเซียบเกมส์*(SEAP Games) ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับ ๑ เหรียญเงิน จากกีฬาซีเกมส์ ในปี พ.ศ.๒๕๑๔ และปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ซึ่งเธอก็ต้องลงแข่งเพื่อคว้าชัยในเกมนี้ด้วย ตอนนั้นดวงใจคนไทยทุกดวงต่างก็พร้อมใจกันส่งแรงเชียร์ไปให้เธอคว้าเหรียญทองมาให้ได้ แล้วเธอก็ได้รับเหรียญทองจากซีเกมส์ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทยอีก ๑ เหรียญ แต่แล้วความปีติดีใจของเธอ ก็ต้องชะงักงันอยู่แค่ตรงนั้นเพราะในครั้งสุดท้าย หลังจากช่วงเช้าเธอขึ้นรับเหรียญทอง และเข้าร่วมพิธีปิดจนเสร็จช่วงเย็นขณะจะกลับที่พัก น้องสาวเห็นสามีขับรถไปเที่ยวกับนักร้อง ภาพที่เห็นเหมือนก้อนกรวดในรองเท้า สลัดออกไปก็ไม่สำเร็จทางที่เคยย่ำเดิน ดูเหมือนจะถูกตอกย้ำให้เจ็บปวดหนักยิ่งขึ้น   *เซียบเกมส์ หรือ กีฬาแหลมทอง ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นกีฬาซีเกมส์ (SEA Games)   พอสามีรู้ว่า น้องสาวเห็นก็ตามมาปรับความเข้าใจ น้องสาวของลูกโกรธระดับควันออกหู ไม่ยอมคืนดี จึงหนีขึ้นแท็กซี่กลับที่พักแต่แท็กซี่ก็มาเสียกลางทาง น้องสาวจึงจำใจขึ้นรถสามีที่ขับตามมา เขาก็อ้อนวอนน้องสาวให้ใจอ่อน แต่อ้อนอย่างไรน้องสาวก็ไม่ใจอ่อนสักที   เธอตัดสินใจบอกเลิกกับสามี แต่สามีไม่ยอม เธอจึงเปิดประตูวิ่งลงจากรถ สามีก็ร้องเรียก แล้วบอกว่า “หยุดนะ ไม่อย่างนั้นจะยิง” น้องสาวก็วิ่งไม่หยุด เพราะเธอเป็นนักกีฬา เขาจึงคว้าปืนในรถ ดูสิ ไอ้ลูกกระสุนกับการวิ่งของน้องสาว อะไรมันจะเร็วกว่ากันปรากฏว่า ลูกกระสุนเร็วกว่า ไปถึงหลังของน้องสาว เจาะเข้าต้นคอ เสี้ยววินาทีนั้นจิตใจเธอหวิวหวั่น ชาวูบไปทั้งตัวแล้วก็ล้มทั้งยืน   พลันความคิดเธอก็หวนนึกถึงคำพูดอำมหิตปนพิศวาสที่เขาชอบพูดบ่อย ๆ ว่า“อะไรที่เป็นของรักของหวงของเขา ถ้าเขาจะต้องสูญเสียไป เขาจะทำลายทิ้งให้หมด” เธอนึกได้แค่นั้น แล้วสติเธอก็ดับวูบลงไป   เมื่อเธอรู้สึกตัวที่โรงพยาบาล เธอกลายเป็นอัมพาตทั้งตัว มีจิตใจแต่ไร้ความรู้สึกทางร่างกาย ขยับเขยื้อนไม่ได้ตั้งแต่หัวไหล่ลงมาสภาพไม่ต่างจากคนพิการ   ต่อมาสามีก็มาเยี่ยมพร้อมกับพาผู้หญิงคนใหม่มาด้วย สภาพของน้องสาวตอนนั้นเปรียบเสมือนกับสุสานคนช้ำ พอเขาเห็นเธอในสภาพเช่นนี้ เขาก็หายหน้าไป ไม่มาอีกเลยเหลือเพียงรอยอดีตแห่งความรัก   ส่วนน้องสาวก็ไม่โทษว่าใคร เธอบอกกับคนอื่นว่า มันเป็นอุบัติเหตุปืนลั่น เพราะยังเป็นห่วงสามีว่า หากพูดความจริง เขาจะมีความผิดต้องโทษติดคุก และต้องออกจากราชการ ซึ่งลูกสาวที่ยังเล็กก็จะไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดู ใจเธอตอนนั้นคิดเพียงว่า อีกไม่นานเธอคงจะตายไปจากความทุกข์ทั้งปวงทุกอย่างก็จะจบสิ้นลง แต่มันก็ยังไม่จบเพราะเธอก็ยังคงมีชีวิตมาจนถึงปัจจุบันนี้   คุณแม่และเธอต่างก็เก็บความเจ็บช้ำนี้ไว้ในใจ สิ่งที่ช่วยค้ำจุนเธอเอาไว้ก็คือความรักของแม่ที่ลึกกว่าท้องทะเล คุณแม่ต้องดูแลพยาบาลเธอที่โรงพยาบาลอยู่ปีกว่า พอกลับบ้านก็ต้องมาดูแลต่อที่บ้าน ต่อมาตัวลูกจึงหาเด็กมาดูแลพยาบาลเธอ ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ ทั้งเรื่องถ่ายหนักถ่ายเบา เป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว   ตลอดเวลาที่ผ่านมา ญาติฝ่ายสามีไม่เคยมาเยี่ยมเยียนเลย ทั้งยังโกรธเคืองเสียอีกหาว่าน้องสาวลูกใส่ร้ายสามีว่า เป็นคนยิงเธอทั้งๆ ที่ตัวลูกและน้องสาวก็ไม่ได้แจ้งความเอาเรื่องเอาราวใดๆ คิดว่า เป็นการชดใช้หนี้เวรกรรมกันไป จะได้จบเรื่องจบราวกันไปเสียที ไม่ต้องมารับเวรรับกรรมอันแสนจะขมขื่นทรมานนี้ต่อไป แต่ญาติฝ่ายสามีกลับเหมือนไม่เข้าใจ ทั้งพยายามกีดกันลูกสาวของน้องสาวไม่ให้เจอหน้าแม่ และไม่ให้รู้เรื่องราวใด ๆ ที่เกิดขึ้น   กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๓๐ สภาสังคมสงเคราะห์ก็ได้ช่วยให้เธอได้พบกับลูกสาว แต่ลูกสาวเมื่อเห็นแม่อยู่ในสภาพเช่นนี้ก็ยิ่งเหินห่างไม่อยากมาเยี่ยม   น้องสาวมีวิบากกรรมใดกับสามี จึงต้องมาถูกสามียิง และต้องป่วยเป็นอัมพาตถึง ๓๐ ปี ทำไมญาติของฝ่ายสามีจึงไม่เข้าใจความจริง ทั้ง ๆ ที่น้องสาวไม่ได้เป็นฝ่ายผิดทำอย่างไรน้องสาวจึงจะพ้นจากผังชีวิตที่บกพร่องนี้   คุณครูไม่ใหญ่ ตอนนี้ยังดูแลกันอยู่ ก็ไม่เป็นไรนะลูกนะเรายังมีศูนย์กลางกายอยู่ ใจเรายังดีอยู่ มองพระในตัวได้ ก็มองพระภายในตัวสิลูก มองเข้าไปเรื่อยๆ เรายังเหลือศูนย์กลางกาย และใจของเรายังอยู่ ไม่ต้องกลัว คนอื่นเขาเดินได้จริง มีทุกอย่างพร้อมจริง ไม่ได้เป็นอัมพาตแบบลูก แต่ถ้าหากว่าเขาหยุดใจไม่ได้ มีชีวิตอยู่ก็เหมือนกับตายแล้วนั่นแหละ เพราะฉะนั้นลูกต้องสู้ สู้นะลูกนะ สู้ให้สุดใจไปเลยจนกว่าใจจะหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นั่นแหละ   น้องสาวถูกสามียิงจนป่วยเป็นอัมพาต ๓๐ ปีแล้ว เรื่องนี้มีเหตุ กรรมในอดีตชาติหนึ่ง น้องสาวเกิดเป็นผู้ชาย มีความถนัดและมีความสามารถในด้านกีฬาในยุคนั้นหลายประเภท ได้แก่ ยิงธนู ยิงปืน ขว้างหอก ขว้างจักร ขว้างมีด เป่าลูกดอก แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ กีฬาชกมวยผสมมวยปล้ำ ครั้งหนึ่งเธอได้เตะก้านคอคู่ต่อสู้หัก จนเขาเป็นอัมพาตตลอดชีวิต   เพราะฉะนั้น ด้วยกรรมนี้จึงต้องมีเหตุอันใดอันหนึ่ง ที่จะทำให้เป็นอัมพาต และชาตินี้ก็เริ่มต้นที่คอ แต่ไม่ได้โดนเตะ แต่โดนหัวกระสุนเข้าไป กรรมในชาตินั้นมารวมกับอีกกรรมหนึ่งคือ กรรมกาเมฯ เจ้าชู้ มีผู้หญิงมาติดมาก เพราะเป็นนักกีฬาเก่ง และก็ไม่ค่อยดูแลผู้หญิงและลูกที่เกิดมา มารวมส่งผล   อีกทั้งในชาตินั้น ญาติของฝ่ายหญิงก็ผูกโกรธที่ได้ทอดทิ้งไม่ดูแลญาติของเขา ซึ่งเป็นภรรยาของน้องสาวในชาตินั้น มาส่งผลให้ญาติฝ่ายสามีในปัจจุบันไม่เข้าใจ   จะแก้ไข ก็ต้องให้อโหสิกรรมต่อกันและมุ่งหน้าสร้างบุญทุกบุญ แล้วอธิษฐานจิตให้ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายที่เป็นดังนี้ แล้วอุทิศบุญไปให้ผู้ที่เราเคยไปทำร้ายทั้งกายและจิตใจของเขาจ้ะ   ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐