ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ทำเท่ากัน ได้ไม่เท่ากัน

หลวงพ่อธัมมชโย · ที่นี่มีคำตอบ mini 1 เรื่องแปลกแต่จริง

PDF
ทำเท่ากัน ได้ไม่เท่ากัน ลูกมีเพื่อนคนหนึ่ง เป็นคนรักบุญมากทำบุญครั้งละมาก ๆ แบบไม่มีความเสียดายเลย เพื่อนคนนี้แต่งงานโดยถูกจับคลุมถุงชนทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน   สามีเขาจะเป็นคนที่รักญาติพี่น้องของตัวเองมาก เวลามีเรื่องทะเลาะกันระหว่างครอบครัวกับญาติ เขาจะเข้าข้างญาติทุกครั้ง   สามีเพื่อนได้เปิดบริษัททำร่วมกับพี่ชายโดยเป็นทั้งเจ้าของและเป็นผู้จัดการด้วยกันทั้งคู่ สามีเพื่อนทำงานหนักมากว่า ๓๐ ปี ทำงานตั้งแต่เช้ายันดึกทุกวัน จนกระทั่งบริษัทเจริญรุ่งเรือง ขยายสาขาเพิ่ม ๒ - ๓ สาขา ช่วยส่งหลาน ๆ ๔ คน ซึ่งเป็นลูกของพี่ชายเขาจนเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศทุกคน ผลสุดท้ายกลับได้รับคำด่าว่าจากพี่ชายของเขาแทนแต่เขาก็ยังทนทำงานให้พี่ชายอยู่จนทุกวันนี้   แม้จะมีตำแหน่งและสิทธิเท่าเทียมกันแต่สามีของเพื่อนกลับได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ผิดกับพี่ชายเขาที่ได้รับทุกอย่าง   ทำไมสามีของเพื่อนถูกเอารัดเอาเปรียบจากพี่ชายและคนรอบข้าง ทั้งที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกัน มีสิทธิเสมอกัน แต่ผลประโยชน์กลับได้ไม่เท่ากัน และสามีเพื่อนมีวิบากกรรมใด จึงมีนิสัยชอบใช้ของเก่าราคาถูกคะ   คุณครูไม่ใหญ่ สามีของเพื่อนถูกเอารัดเอาเปรียบจากพี่ชายและคนรอบข้าง ทั้ง ๆ ที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกัน มีสิทธิเสมอกัน แต่ผลประโยชน์กลับได้ไม่เท่ากัน เพราะความรักพี่รักน้องและไม่ได้คิดอะไรมาก กลับมีความรู้สึกว่า เสียสละให้ รู้สึกสบายใจ เห็นความเจริญรุ่งเรืองของพี่ของน้องแล้วสบายใจ มีความสุข   ในอดีตเวลาทำบุญร่วมกัน มักจะทำบุญน้อยกว่า แต่ใส่ชื่อตัวเองเหมือนกันเท่ากัน บุญและสมบัติที่ได้จึงไม่เท่ากัน มีชื่อในกระดาษแผ่นเดียวกัน ทำบุญด้วยกัน คนทำมากก็ได้มาก คนทำน้อยก็ได้น้อย ดังนั้นเมื่อสมบัติเกิดขึ้น จึงได้ไปตามกำลังบุญ   เห็นไหมว่า ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่องนี้เราก็จะท้อใจ จะน้อยใจ แล้วจะแค้นใจด้วยทำตำแหน่งเดียวกัน สิทธิเสมอกัน แต่ผลประโยชน์ไม่เท่ากัน ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ทำไมถึงต้องเป็นเรา ทำไมถึงไม่เป็นเธอ อะไรอย่างนี้ เป็นต้น   สามีเพื่อนชอบใช้ของเก่า ราคาถูกเพราะเมื่อทำบุญแล้วมักจะเสียดายในภายหลัง อีกทั้งบางทีชอบบริจาคทานด้วยของเก่า บางทีก็เอาของเก่าใช้แล้วไปให้เขา จะทิ้งก็เสียดาย ก็เอานี่ไปซะ หรือเวลาจะทำบุญของดีเราเก็บเอาไว้ ของเสีย ๆ ไปทำทาน เราทำอย่างไร เราก็จะได้อย่างนั้นแหละจ้ะ   ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙