มีคุณค่ายิ่งกว่าชีวิตใด ๆ ในโลก (โอวาทวันสามเณร)
มีคุณค่ายิ่งกว่าชีวิตใด ๆ ในโลก (โอวาทวันสามเณร)
วันนี้เป็นวันเด็ก เด็กทุกคนอินโนเซ็นท์ น่าเอ็นดู น่ารักน่าชังกันทั้งนั้นเลย แต่มีเด็กผู้มีบุญอีกระดับหนึ่ง ไม่ใช่น่ารักน่าชัง แต่น่ารักน่าบูชา เห็นแล้วเราก็ต้องยกมือไหว้กัน วันนี้นอกจากจะเป็นวันเด็กที่น่ารักน่าชังแล้ว ครูไม่ใหญ่ยังถือให้วันนี้ เป็นวันเด็กที่น่ารักน่าบูชา คือ วันสามเณร ของวัดพระธรรมกาย และศูนย์สาขาทั่วประเทศ
วันนี้ ครูไม่ใหญ่ก็จะถือโอกาสพูดคุยกับลูกเณร ทั้งภายในวัดและทุกศูนย์สาขา สักหน่อยหนึ่ง
“ลูก ๆ สามเณรผู้เป็นดวงใจสุดที่รักของหลวงพ่อทั้งหลาย การที่ลูก ๆ ได้ตัดสินใจเข้ามาอยู่ในเพศพรหมจรรย์ ผู้เป็นเหล่ากอของสมณะนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะชีวิตของสามเณรนั้น เป็นชีวิตของนักรบกองทัพธรรม ผู้ที่ได้อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา เป็นชีวิตที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ยิ่งกว่าชีวิตของจอมจักรพรรดิ หรือยิ่งกว่าชีวิตใด ๆ ในโลกทั้งหมด เป็นชีวิตที่มีเกียรติภูมิสูงสุด ไม่ใช่มีเกียรติเฉพาะในเมืองมนุษย์นี้เท่านั้น แต่มีเกียรติสูงสุดในสัมปรายภพในเทวโลก เพราะว่า ชีวิตสมณะนั้น เป็นชีวิตของผู้ทำงานที่ยิ่งใหญ่ คือ งานสร้างสันติสุขอันไพบูลย์ ให้บังเกิดขึ้นแก่มวลมนุษยชาติ
การที่ลูกเณรได้ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางธรรม ตั้งใจมาศึกษาเรียนรู้ และฝึกฝนอบรมตนเองในพระธรรมวินัย ถือว่าเป็นความตั้งใจที่น่ายกย่อง น่าสรรเสริญ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะสิ่งนี้คือ งานที่แท้จริงของเรา คือ เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง และแสวงบุญด้วยการสร้างบารมี โดยมีเป้าหมาย คือ ที่สุดแห่งธรรม การดำรงชีวิตเช่นนี้ถือว่า เป็นชีวิตที่มีคุณค่า สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกาย
เพราะคุณค่าของชีวิตอยู่ตรงที่ ใครได้ทุ่มเทสร้างบารมีมากกว่ากัน ได้ปรับปรุงแก้ไขตนเอง ฝึกฝนอบรมตนเอง จนกระทั่งสามารถเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวได้ และก็ทำหน้าที่เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่โลก เป็นผู้นำพาเพื่อนมนุษย์ให้ได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง นั่นคือ สุขอันเกิดจากการได้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว และได้รู้จักเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง พร้อมทั้งมีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปสู่เป้าหมายนั้นได้ตลอดรอดฝั่ง โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใด ๆ กระทั่งมีชัยชนะถึงจุดหมายปลายทาง
ขอให้ลูกเณรพึงระลึกเสมอว่า ชีวิตสมณะเป็นชีวิตอันประเสริฐที่สุด เป็นเส้นทางชีวิตของผู้ที่เห็นภัยในวัฏสงสาร และเห็นทุกข์เห็นโทษของฆราวาสวิสัย เพราะชีวิตทางโลก ยังเป็นชีวิตของผู้ที่ยังข้องเกี่ยวและเวียนวนอยู่กับภารกิจของการครองเรือน ยากที่จะหาเวลาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งได้ ชีวิตสามเณรจึงเป็นชีวิตของผู้เว้นจากพฤติกรรมแบบชาวโลก เพื่อจะได้ปลอดจากเครื่องกังวลต่าง ๆ มุ่งทำแบบพระ พูดแบบพระ คิดแบบพระ สงบเสงี่ยม สง่างาม สั่งสมศีล สมาธิ ปัญญา ให้เจริญงอกงามขึ้นในตน
ดังนั้น สามเณรผู้เป็นเหล่ากอของสมณะ จึงเป็นเพศที่สูงส่ง ที่มนุษย์และเทวดา ตลอดจนผู้มีบุญญาทั้งหลายเคารพกราบไหว้ และยกย่องรวมเข้าไว้เป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย เป็นผู้ควรแก่การครองกายด้วยผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็นผ้าสีสุดท้ายของผู้มุ่งประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร และขอให้ลูกเณรพึงตระหนักเถิดว่า การบวชเป็นสามเณร ไม่ใช่เป็นเส้นทางของผู้ด้อยโอกาส แต่เป็นเส้นทางของผู้ได้โอกาสที่จะประพฤติปฏิบัติ สร้างชีวิตให้มีคุณค่าสูงสุดตามแบบอย่างของพระอริยเจ้า และพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย”
๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗