ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

อย่าหาว่าพระขี้เกียจ (ชีวิตสมณะ ชีวิตอันทรงคุณค่า)

หลวงพ่อธัมมชโย · เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไร 3

PDF
บวชเป็นพระ มีความสุขนะ แต่ต้องเข้าใจงานของพระ โยมก็ต้องเข้าใจงานของพระด้วย แต่เดิมพระท่านก็เป็นคฤหัสถ์ มีชีวิตเหมือนชาวโลกทั่วไปที่ต้องทำมาหากิน แต่เพราะเห็นภัยในวัฏสงสารจึงออกบวช เห็นว่าชีวิตครอบครัวมันอึดอัด คับแคบ มีแต่เรื่องกังวลวุ่นวาย มีแต่ปัญหา ก็เลยปลีกตัวมาออกบวช แล้วก็มาเรียนรู้เรื่องของพระ มาทำงานแบบพระ ศึกษาฝึกฝนธรรมะ แล้วก็นำไปสั่งสอน เพราะฉะนั้น จะไปหาว่าพระขี้เกียจ เอาเปรียบสังคม ไม่ถูกนะ ก็ท่านเป็นพระ ก็ต้องทำกิจของพระ จะให้ไปทำอย่างฆราวาสไม่ได้ ชาติหนึ่งคนหนึ่ง ทำได้อย่างเดียว ถ้าคฤหัสถ์ก็ต้องทำมาหากิน จะให้มาศึกษาธรรมะถึงขั้นละเอียดลึกซึ้ง มันยาก เพราะฉะนั้นก็ต้องให้โอกาสกับผู้ที่เห็นภัยในวัฏสงสาร หมดความจำเป็นที่จะใช้ชีวิตในเพศคฤหัสถ์ออกบวช เราก็สนับสนุนท่าน ให้ท่านได้ทำความเพียร ท่านก็จะได้เรียนรู้ศึกษาธรรมะให้ละเอียดลึกซึ้ง แล้วก็นำมาถ่ายทอดให้ความรู้แก่ญาติโยม โยมทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็จะได้ฟังธรรมจากท่าน พระฝากท้องเอาไว้กับโยม โยมก็ฝากเรื่องจิตใจเอาไว้กับพระ พระฝากกาย โยมฝากใจ ต่างก็เกื้อกูลกัน เพราะฉะนั้นอย่ามองว่า พระขี้เกียจ เอาเปรียบสังคม แต่ท่านทำประโยชน์ให้สังคม โดยทำหน้าที่เป็นครูสอนศีลธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีของคนดีที่โลกต้องการและโลกไม่เคยเห็นด้วย และเป็นแหล่งแห่งความรู้ที่สอนเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต เป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญ ต้องแบ่งหน้าที่กันทำ เพราะฉะนั้น ใครมองแคบ ๆ ตื้น ๆ ว่า พระเอาเปรียบสังคม เลิกคิดนะ มองใหม่ พระเป็นพระก็ต้องทำแบบพระ โยมเป็นโยมก็ต้องทำแบบโยม และพระเป็นครูสอนศีลธรรมที่ถูกที่สุด ปีหนึ่งมีผ้าแค่ ๓ ผืน เปลี่ยนปีละชุด อาหารวันละมื้อ บางแห่ง ๒ มื้อแค่นั้น ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖