อย่าหาว่าพระขี้เกียจ (ชีวิตสมณะ ชีวิตอันทรงคุณค่า)
หลวงพ่อธัมมชโย · เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไร 3
บวชเป็นพระ มีความสุขนะ
แต่ต้องเข้าใจงานของพระ
โยมก็ต้องเข้าใจงานของพระด้วย
แต่เดิมพระท่านก็เป็นคฤหัสถ์
มีชีวิตเหมือนชาวโลกทั่วไปที่ต้องทำมาหากิน
แต่เพราะเห็นภัยในวัฏสงสารจึงออกบวช
เห็นว่าชีวิตครอบครัวมันอึดอัด คับแคบ มีแต่เรื่องกังวลวุ่นวาย
มีแต่ปัญหา ก็เลยปลีกตัวมาออกบวช
แล้วก็มาเรียนรู้เรื่องของพระ มาทำงานแบบพระ
ศึกษาฝึกฝนธรรมะ แล้วก็นำไปสั่งสอน
เพราะฉะนั้น จะไปหาว่าพระขี้เกียจ
เอาเปรียบสังคม ไม่ถูกนะ
ก็ท่านเป็นพระ ก็ต้องทำกิจของพระ
จะให้ไปทำอย่างฆราวาสไม่ได้
ชาติหนึ่งคนหนึ่ง ทำได้อย่างเดียว
ถ้าคฤหัสถ์ก็ต้องทำมาหากิน
จะให้มาศึกษาธรรมะถึงขั้นละเอียดลึกซึ้ง มันยาก
เพราะฉะนั้นก็ต้องให้โอกาสกับผู้ที่เห็นภัยในวัฏสงสาร
หมดความจำเป็นที่จะใช้ชีวิตในเพศคฤหัสถ์ออกบวช
เราก็สนับสนุนท่าน ให้ท่านได้ทำความเพียร
ท่านก็จะได้เรียนรู้ศึกษาธรรมะให้ละเอียดลึกซึ้ง
แล้วก็นำมาถ่ายทอดให้ความรู้แก่ญาติโยม
โยมทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็จะได้ฟังธรรมจากท่าน
พระฝากท้องเอาไว้กับโยม โยมก็ฝากเรื่องจิตใจเอาไว้กับพระ
พระฝากกาย โยมฝากใจ ต่างก็เกื้อกูลกัน
เพราะฉะนั้นอย่ามองว่า พระขี้เกียจ เอาเปรียบสังคม
แต่ท่านทำประโยชน์ให้สังคม โดยทำหน้าที่เป็นครูสอนศีลธรรม
เป็นแบบอย่างที่ดีของคนดีที่โลกต้องการและโลกไม่เคยเห็นด้วย
และเป็นแหล่งแห่งความรู้ที่สอนเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต
เป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญ ต้องแบ่งหน้าที่กันทำ
เพราะฉะนั้น ใครมองแคบ ๆ ตื้น ๆ ว่า พระเอาเปรียบสังคม
เลิกคิดนะ มองใหม่ พระเป็นพระก็ต้องทำแบบพระ
โยมเป็นโยมก็ต้องทำแบบโยม
และพระเป็นครูสอนศีลธรรมที่ถูกที่สุด
ปีหนึ่งมีผ้าแค่ ๓ ผืน เปลี่ยนปีละชุด
อาหารวันละมื้อ บางแห่ง ๒ มื้อแค่นั้น
๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖