อดเปรี้ยวไว้กินหวาน (ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า เราเกิดมาสร้างบารมี)
หลวงพ่อธัมมชโย · เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไร 3
นักรบกองทัพธรรมเมื่อเข้าสู่สมรภูมิรบ
ก็คล้าย ๆ ทหารทางโลกที่เข้าสู่สมรภูมิ
ก็จะต้องเจออาวุธทุกชนิดของข้าศึก
เราจะเลือกไม่เจอก็ไม่ได้ เลือกเจอบางชนิดก็ไม่ได้อีก
ต้องอดทนถึงจะเป็นนักรบทางโลกได้
ทางธรรมก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องเจอ
เพราะเราไปรบกับความตระหนี่ที่อยู่ในใจเขา
เรากำลังจะให้เขาเอาชนะความตระหนี่ เราจะมาท้อใจทำไม
มันไม่ใช่รบกันเหมือนเล่นลิเกละคร ร้องไปถือดาบไม้ไป
รำป้อฟันกัน ๒ ที แล้วก็เดินสวนกัน ร้องเพลงกันไป มันไม่ใช่
นี่เป็นเรื่องจริง ๆ ของชีวิตที่มันเกิดขึ้น
ถ้าเราอดเปรี้ยวได้ เดี๋ยวเราก็จะได้กินหวานที่ยาวนาน
หวานชื่นบานอยู่ในสุคติโลกสวรรค์
ชื่นบานอยู่ในมนุษยโลกในภพชาติต่อไปอีกยาวนาน
ผลที่ได้เกินควรเกินคาด เหนือความคาดคิดของมนุษย์ทั่วโลก
ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้มีดวงปัญญากว้างขวางใหญ่โตแค่ไหน
มีความรู้ความสามารถแค่ไหน เขาคาดคะเนกันไปไม่ถึง
นอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นถึงจะรู้
เพราะฉะนั้น เราอยู่ในโลกนี้อีกไม่กี่ปี
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน อย่าลืมคำนี้ มันมีความหมายที่ลึกซึ้ง
จะเจอเปรี้ยวจี๊ด เปรี้ยวปาก เปรี้ยวขนาดไหนก็ช่างมัน
เจอคนเปรี้ยว ๆ กิริยาท่าทางเปรี้ยว ๆ คำพูดเปรี้ยว ๆ
อดทนเอาไว้ อดใจเอาไว้ หรือมีสิ่งที่มาล่อเราให้ไปทำอย่างอื่น
ดูแล้วหรูดี มันมีทางมาแห่งลาภ ยศ สรรเสริญ
ทรัพย์สิน เงินทอง ก็ต้องอดใจเอาไว้
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ด้วยการสร้างความดีของเรา
ทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์
ใช้ร่างกายนี้ให้เหมือนอ้อยที่หีบเอาความหวานออกให้หมด
เหลือแต่ชานก็ทิ้งไป ร่างกายนี้เหลือแต่ซากแล้วเราก็ทิ้งไป
ส่วนความดีบุญกุศลก็เอาติดตัวไปในภพเบื้องหน้า
เพราะฉะนั้น ยามนี้อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
ทนลำบากอีกเพียงเล็กน้อย ไม่กี่สิบปีในเมืองมนุษย์
แต่ว่าหวานของเรานี้เป็นหมื่นเป็นแสนปี มันยาวนานมาก
ผู้มีปัญญาเขายอมอดเปรี้ยวแต่ไปกินหวานตรงนั้น
๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕