ผ้าสีสุดท้าย ๒
ผ้าสีสุดท้าย ๒
เรามาถึงภาวะอันสูงสุดแล้ว เพศสุดท้ายของการเวียนว่ายตายเกิดคือเพศพระ อาชีพสุดท้ายของชีวิตในการเวียนว่ายตายเกิดก็อาชีพพระ คนจน คนรวย พระราชา มหากษัตริย์ พระเจ้าจักรพรรดิ ตอนสุดท้ายออกบวชหมด สวมเครื่องแบบชุดสุดท้ายในสังสารวัฏที่คงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ชุดพระ ผ้าสีสุดท้าย สีทอง ไม่มีสีทองก็เอาสีใกล้ๆ ทอง หรือน้อยกว่าทองเรื่อยไป คือสีที่เทียบกับสิ่งที่มีคุณค่าและมูลค่าสูง
เครื่องแบบชุดสุดท้าย ชุดที่มนุษย์และเทวดากราบไหว้บูชา ยินดีต้อนรับ มีของก็อยากให้ ให้แล้วก็มีความสุข
เครื่องแบบชุดสุดท้ายทันสมัยอยู่เสมอ ออกแบบครั้งเดียวใช้ชุดนี้มาสองพันกว่าปี ผู้ต้นคิดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ออกแบบคือพระอานนท์ เป็นชุดที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะผู้รู้เป็นคนจัด และไม่ใช่ว่าไปเจอสีนี้อยู่โคนไม้ หยิบเอามาห่มก็ไม่ได้ อย่างนั้นเขาเรียกว่า ห่อตัว ต้องมีพิธีกรรมสืบทอดกันยาวนานกว่าสองพันปี จึงจะได้ครองชุดนี้ได้ เพราะฉะนั้นควรภูมิใจในชุดนี้ให้ดี อย่าไปเปลี่ยนผ้า เปลี่ยนแปลงจิตใจดีกว่า ถ้าใครครองผ้าชุดนี้แล้ว แนะนำเขาไปเลย อย่าเปลี่ยนแปลงชุดเด็ดขาด เพราะเป็นชุดที่เหมือนพระธรรมกายในตัว เป็นชุดที่ทำให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว
ชุดหลากสี มีเงื่อนไขต้องทำมาหากิน มีพันธะของชีวิต มีเครื่องกังวล มีเครื่องผูกหย่อนๆ ผูกให้พัวพันตลอดเวลาเลย ไม่เป็นอิสระ ไม่มีเวลาว่างที่จะมาศึกษาธรรมปฏิบัติ แต่ชุดนี้ไม่มีพันธะของชีวิต ไม่มีภาระเครื่องกังวล ปฏิบัติธรรมได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นตอนไหนมีความรู้สึกว่าท้อแท้ ท้อถอย อยากจะลาสิกขาละก็ ให้นึกถึงคำพูดที่หลวงพ่อพูดวันนี้ไว้เยอะๆ แล้วเตือนๆ กันเอาไว้ให้ดีว่า เรากำลังจะไปถึงที่สุดแห่งธรรม ชุดนี้เท่านั้นถึงจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมได้ ชุดอื่นไปยาก เพราะมีเครื่องกังวล
ทรงผมทรงสุดท้าย
ทรงผมทรงสุดท้ายหลังจากจัดกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็คือทรงนี้ แต่ที่ยังจัดไม่เสร็จ เดี๋ยวสั้น เดี๋ยวยาว เดี๋ยวหยิก เดี๋ยวเหยียด เดี๋ยวปิดหน้า เดี๋ยวเปิดหน้า เดี๋ยวถักเปีย เดี๋ยวตัดเปีย สารพัดทรงอะไรก็ไม่รู้ นั่นยังจัดไม่เสร็จ ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอีกนาน แต่ทรงนี้เดือนหนึ่งหวี ๒ ครั้งเท่านั้น หวีที่ไม่มีซี่ คมกริบ คือ มีดโกน นี่เป็นทรงผมทรงสุดท้ายในสังสารวัฏ
สภาพใจที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรม
สภาพใจที่จะไปถึงที่สุดแห่งธรรม ต้องเป็นสภาพใจที่ไร้กังวล ไม่ติดในคน สัตว์ สิ่งของ เยือกเย็นเป็นนิตย์ สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส มีความสุขตลอดกาล ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด มีความรู้สึกไม่ต้องการอะไรเลย แค่อาสนะ ๑ ผืน ที่นั่งแคบๆ ไม่เกิน ๑ ตารางเมตร ที่นอนไม่เกิน ๒ ตารางเมตร อาหารแค่กันตาย รสชาติไม่คำนึงถึง แล้วก็ไม่ยินดียินร้ายอะไร ไม่ว่าใครจะกระทุ้งกระแทกแค่ไหน ก็ไม่กระทบกระเทือน ใจนิ่งเฉย รู้สึกสดชื่นตลอดเวลา และเวลาเราดูอะไรก็สักแต่ว่าดูไม่มีความรู้สึกพัวพัน ผูกพัน นั่นแหละเป็นสภาพใจที่เหมาะสมที่จะไปที่สุดแห่งธรรม
สัตว์โลกที่ยืน นั่ง นอน หรือเดินอยู่นี้
มิใช่อายุสังขารเท่านั้นที่ติดตามไป
แม้วัยก็เสื่อมลงไปทุกขณะ
ที่หลับตาและลืมตาอยู่
ขุ.ชา.(บาลี) ๒๗/๖๑๒/๑๔๗
วันพุธที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙